เปิดใจ ’คุณอิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา’ หลังรู้ป่วย Cushing Syndrome ได้เข้ารับการรักษาและเรียนรู้ชีวิตในเวลาที่แย่ที่สุด
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 10.04 น. • HELLO! Magazine Thailandสำหรับหลายคน ชื่อของ อิงค์–อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา คือศิลปินมากความสามารถที่อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงยุค 90s จากบทเพลงฮิตอย่าง รัก… (มักเป็นอย่างนี้), ทุกอย่าง, ติดใจ และ นายกับเธอ รวมถึงผลงานการแสดงในภาพยนตร์ คู่แท้สองโลก และซีรีส์ START-UP อีกทั้งยังเป็นนายแบบและพิธีกรที่โดดเด่นในยุคนั้น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพของอิงค์คือคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และยังคงสนุกกับการขึ้นคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง จนไม่มีใครคาดคิดว่า ภายใต้ร่างกายที่ดูแข็งแรงนั้น เขากำลังเผชิญกับโรคที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว
คุณอิงค์เล่าย้อนให้ HELLO! ฟังถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะรู้ว่าเป็น Cushing Syndrome จากนักร้องชีวิต invincible ไม่คิดว่าจะป่วย ทำให้ตกใจหนักหลังทราบอาการณ์ป่วย
สัญญาณที่บ่งบอกที่โรค
คุณอิงค์เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์ อาทิ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย มีรอยช้ำตามร่างกายโดยไม่ได้เกิดจากการกระแทก รวมถึงอาการใบหน้าบวมในบางวัน หรือที่เรียกว่า Moon Face แต่ทั้งหมดกลับถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยจากความเครียดและการใช้ชีวิตตามปกติ “แล้วที่น่าสังเกตมากเลยคือ อารมณ์จะสวิงขึ้นๆลงๆ แต่เราก็ไม่สังเกตเห็นเพราะคิดว่าใครๆ ก็หงุดหงิดง่ายเป็นเรื่องธรรมดา จนธันวาคมปีที่แล้ว หมาที่เลี้ยงมา 15 ปี ใกล้ชิดมากตาย เราไม่เคยเลี้ยงหมาก็ไม่รู้หรอกว่า พอหมาตายแล้วเราจะเศร้าโศกเสียใจขนาดหนัก ปรากฎว่าเละเลย ผมร้องไห้เหมือนเขื่อนแตก จากอารมณ์ที่แปรปรวนอยู่แล้วยิ่งแปรปรวนหนัก”
หลังจากที่คุณอิงค์มีอาการเหล่านี้ แฟนคุณอิงจึงแนะนำให้ใช้บริการนวดหน้าเพื่อบรรเทาอาการ รักษาอาการณ์นานอยู่ 1 ปี จนกระทั้งมีคุณหมอที่คลินิกเริ่มสงสัย จึงขอถ่ายรูปคุณอิงค์ให้เพื่อนหมอดูว่าเป็นอะไร ผ่านไปพักหนึ่งคุณหมอท่านนั้นได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับ คุชชิงซินโดรมกลับมา คุณอิงค์จึงไปตรวจต่อมไร้ท่อ ต่อลูกหมาก ต่อมไทรอยด์เพิ่มเติม แต่หมอกลับสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคุชชิงซินโดรมที่เกิดจากความเครียด โดยไม่รู้ตัว ซึ่งค่อยข้างยากที่จะพบเจอจากความเครียด ใน 100 คนอาจจะมีเพียง 15 ที่เป็นโดยไม่รู้ตัว
คุชชิง ซินโดรม Cushing Syndrome เป็นภาวะ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงเกินกว่าปกติเป็นเวลานาน ซึ่งพบเจอได้จากต่อมไร้ท่อ ต่อลูกหมาก ต่อมไทรอยด์
การรักษาและคืนที่ยาวนานที่สุด
คุณอิงค์ตัดสินใจตรวจต่ออย่างระเอียดในช่วงสงกรานต์ 13 เมษายน พ.ศ. 2568 จึงทำให้เขาพบว่าตัวเองมีเนื้อก้อนในสมองยาว 2 มม. อยู่ใต้ต่อมใต้สมอง (ต่อมพิทูอิทารี) ตรงบริเวณหน้าผาก “ตอนที่รู้ว่าเป็นเนื้องอกในสมองก็ตกใจนิดๆ รวมกับอารมณ์ที่มันสวิงอยู่ จิตก็เลยดิ่งเหมือนกันนะ”
วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 คุณอิงค์เข้ารับการรักษาการผ่าตัดเนื้องอกทันที ณ โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ หลังใช้เวลาผ่านตัดนานกว่า 3 ชั่วโมงกว่า “หมอบอกผมว่าเอาออกได้แค่ 90 เปอร์เซ็นต์เอง อีก 10 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นผนังเดียวกับเส้นเลือดดำในสมองแล้ว ถ้าเอาออกหมดจะเสี่ยงเกินไป”
คุณอิงค์-อชิตะเล่าว่า คืนหลังการผ่าตัดเป็นคืนที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตเขา เขาต้องนอนอยู่ห้องไอซียู โดยมีนาฬิกาผนังในห้องเป็นเพื่อนในค่ำคืนที่ยาวนาน 16 – 17 ชั่วโมง ก่อนที่ญาติจะสามารถเข้าเยี่ยมได้ในเวลา 11 โมงเช้าของอีกวัน เขาตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอญาติพี่น้อง จนทำให้ไม่สามารถหลับได้เลยทั้งคืน
ชีวิตหลังผ่าตัด และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง
หลังผ่านไป 4 คืน คุณอิงค์การกลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน “แล้วที่ย้อนแย้งคือหลังจากที่เราตัดเนื้องอกแล้วจากที่เคยหลั่งสารสมมุติว่า 20 ลงมาเหลือ 1 แล้วร่างกายไม่ชิน ทำให้มึนหัวเดินเอียงไปเอียงมา ก็เลยต้องกินฮอร์โมนเพื่อสร้าง สเตียรอยด์ให้ร่างกายอีก เพื่อช่วยให้เราสามารถดำรงชีวิตในแต่ละวันได้ เพราะการเอาเนื้องอกออกแล้วไม่ได้หมายความว่ามันจะปกติทันที ก็ต้องให้ร่างกายค่อยๆ ฟื้นตัว โดยกินสเตียรอยด์อ่อนๆ ช่วย”
โดยปกติคุณอิงค์ออกกำลังกายเป็นประจำ จึงช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าปกติ แต่หลังจากนี้คุณอิงค์ยังคงต่อทำเอ็มอาร์ไออย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากต้องค่อยดูว่าเนื้องอก 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือจะขึ้นอีกไหม ถ้างอกอีกครั้งขั้นตอนการรักษาต่อคือการฉายแสง แต่ก็มาพร้อมกับผลข้างเคึยง คือ มีความเสี่ยงหากไปโดนส่วนอื่นก็อาจทำให้ฮอร์โมนตัวอื่นหายไปอีก จำเป็นต้องตรวจเลือด เพื่อดูว่าต้องเสริมฮอร์โมนตัวไหนไหม
คุณอิงค์-อชิตะ กล่าว
ก็ถือว่าตัวเองโชคดีนะ โชคดีที่เจอว่าเราป่วยเป็นอะไร
เพราะเขาคิดว่าจริงๆแล้วเขาน่าจะเป็นมาหลายปีแล้ว แต่คิดว่าอาการหน้าบวม เกิดจากการบวมโซเดียมทั่วไป ส่วนอารมณ์ที่แปรปรวนพอควบคุมก็ทำให้กลายเป็น depress
ความรู้สึกของคุณอิงค์ที่พบเจอ ทำเอาชาว HELLO! รวมลุ้นไปกับคุณอิงค์ในทุกสเต็ปที่คุณอิงค์ได้ผ่านมา ตั้งแต่เป็นอะไร วิธีการรักษาเป็นยังไง แล้วรักษาจะหายไหม การที่คุณอิงค์ได้เล่าต่อถึงประสบการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นการเตือนให้หลายๆคนได้หันกลับไปสังเกตตัวเอง เพราะหลายคนอาจไม่รู้ตัวเหมือนกับคุณอิงค์ และได้รับความรู้ของอาการเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคคุชชิง ซินโดรม Cushing Syndrome
บทเรียนของชีวิต
คุณอิงค์ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ เป็นเพราะครอบครัวและคนรักที่อยู่เคียงข้าง เป็นกำลังใจที่สำคัญให้กับคุณอิงค์ในช่วงเวลาที่ยากที่สุดของชีวิต คุณอิงค์เล่าว่า “ครอบครัวและคนรักเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยนะ คือเคยบอกตัวเองว่าอยากลองหัดอยู่คนเดียว เพราะเราเกิดมาเดียวตายคนเดียว แต่ในที่สุดเวลาเรารู้สึกแย่ สิ่งแรกที่คิดถึงไม่ใช่ตัวเอง แต่เป็นคนที่เรารัก นั่นคือครอบครัวและคนรัก”
เรื่องราวของอิงค์–อชิตะ ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าประสบการณ์การต่อสู้กับโรค Cushing Syndrome เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนหันกลับมาสังเกตสัญญาณของร่างกายและจิตใจตัวเอง เพราะบางครั้งความผิดปกติที่เรามองข้าม อาจกำลังบอกอะไรบางอย่างกับเราอยู่เงียบๆ