โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมรภูมิร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยถึงจุดเปลี่ยนถอดกลยุทธ์ Shichi เดินเกมใหม่ด้วยประสบการณ์และความคุ้มค่า

Thairath Money

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 04.48 น.
ภาพไฮไลต์

ตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง แต่กระนั้นในปี 2568 สมรภูมินี้กลับกำลังเผชิญกับ “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ตามผลสำรวจล่าสุดของ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่า ไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวม 5,781 ร้าน ลดลง 2.2% จากปีก่อนหน้าที่มี 5,916 ร้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 2550

แต่ท่ามกลางตัวเลขที่ดูเหมือนการถดถอย “Shichi Japanese Restaurant” กลับมองเห็นโอกาสทองของการแข่งขันเชิงคุณภาพมากกว่าการแข่งขันเชิงปริมาณ โดยใช้หลักฐานความสำเร็จจากรายได้รวมกว่า 300 ล้านบาทในปี 2568 และมูลค่าต่อบิลที่สูงถึง 3,000 บาท เป็นตัวยืนยันว่ากลุ่มลูกค้าพรีเมียมไม่ได้ลดกำลังซื้อลง แต่กลับ “เลือก” แบรนด์ที่ให้ความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ปพนธีร์ ชาญชนะโยธิน กรรมการบริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด (Shichi สาทร ) กล่าวว่า รากฐานความแข็งแกร่งของ Shichi ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากตัวเลขสถิติเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นขึ้นจากความหลงใหลอย่างลึกซึ้งในศิลปะแห่งรสชาติ จึงได้มีการตระเวนชิมอาหารญี่ปุ่นแทบทุกแห่ง ตั้งแต่ร้านท้องถิ่นไปจนถึงระดับมิชลินสตาร์ โดยทุ่มงบประมาณไปหลายล้านบาท เพื่อค้นหาหัวใจของรสชาติที่ใช่ที่สุด จนสามารถกลั่นกรองประสบการณ์เหล่านั้นมาเป็น Shichi อย่างทุกวันนี้

และแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัวนี้เองที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นมาตรฐานอันเข้มงวดในการคัดสรรวัตถุดิบและการรังสรรค์ซอสสูตรเฉพาะที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา Shichi เติบโตอย่างมั่นคงจากโมเดลการเป็นร้านอาหารสำหรับครอบครัวในย่านชานเมืองอย่างราชพฤกษ์และบางนา สู่ก้าวสำคัญล่าสุดในระดับ Strategic Move ด้วยการเปิดตัวสาขาที่ 5 “Shichi Sathorn” ณ Supalai Icon Sathorn ซึ่งไม่ใช่เพียงการขยายพื้นที่ แต่คือการปรับตำแหน่งแบรนด์ เข้าสู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจ เพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจ ผู้บริหาร และชาวต่างชาติ

ผ่านคอนเซ็ปต์ Modern Japanese Luxury ที่ออกแบบพื้นที่ให้เป็นมากกว่าแค่ที่รับประทานอาหาร แต่เป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ด้วยห้อง Private Room หลายขนาดที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์สำหรับการประชุมและพรีเซนต์งาน ตอบโจทย์ Insight ของคนเมืองที่ต้องการความพรีเมียมที่เป็นทางการแต่ยังคงความอบอุ่น ไปจนถึง ไปจนถึงรูปแบบการเสิร์ฟอาหารแบบ Table Service

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Shichi ยืนหยัดอยู่ได้ภายใต้อุดมการณ์ “Always Better” คือการควบคุม Supply Chain และมาตรฐานแบบไม่ยอมความ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะผันผวนตามค่าเงินเยน แต่ Shichi ยังคงสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นสูงถึง 80% โดยส่งตรงของสดถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์

ความใส่ใจนี้สะท้อนผ่านแนวคิด Experience-Driven Dining ที่สาขาสาทรได้ยกระดับขึ้นผ่านบริการ Table Service โดยเชฟจะออกมาปรุงและเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบถึงโต๊ะ เช่น เมนูไฮไลต์อย่าง Shichi Steak Flambé ที่ใช้เนื้อ Wagyu Australian Striploin MB 8–9 มาจุดไฟโชว์ สร้าง "โมเมนต์บังคับ" ที่ลูกค้าต้องบันทึกภาพและแชร์ลงโซเชียลมีเดีย เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำที่มีมูลค่า

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่กลายเป็นไฮไลต์ของสาขานี้ คือ Shichi Steak Flambé เมนูสเต็กไฟลุก ที่เชฟจะราดสาเกแล้วจุดไฟบนเนื้อกันแบบสด ๆ ถึงโต๊ะ

นอกเหนือจากเมนูพิเศษแบบ Table Service แล้ว Shichi Sathorn ยังรวบรวมซิกเนเจอร์เมนูของแบรนด์มาแบบครบครัน ตั้งแต่ Shichi Roll โรลแซลมอนซอสเมนไทโกะ เมนูขายดีอันดับ 1 ที่ขายได้กว่า 2,000 จานต่อเดือน ไปจนถึงซาชิมิและซูชิพรีเมียม

ปพนธีร์ กล่าวเสริมว่า ในเชิงการจัดการธุรกิจ Shichi กำลังเตรียมความพร้อมสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยเป้าหมายไม่ใช่การเป็นร้านที่เติบโตเร็วที่สุด แต่เป็นร้านที่รักษาอัตราการกลับมาใช้ซ้ำได้สูงสุด ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่กว่า 50% จากฐานสมาชิกกว่า 2 หมื่นราย ความเชื่อมั่นนี้ส่งผลให้แบรนด์มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องไปยังย่านเลียบด่วนรามอินทราและกรุงเทพกรีฑา รวมถึงการขยายไลน์ธุรกิจสู่ “ชาบูพรีเมียม” ในอนาคต พร้อมกับตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายปี 69 ไว้ที่ 20% จากยอดขายของปีก่อนหน้า

ธนัท ทองโสมแก้ว กรรมการบริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด (Shichi สาทร) กล่าวว่า ปี 2568 Shichi Group มีรายได้รวมประมาณ 300 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของผลประกอบการและความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ ท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมร้านอาหาร จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาใช้จ่ายนอกบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสบการณ์ และความสม่ำเสมอของมาตรฐานมากกว่าปัจจัยด้านราคา

“กลยุทธ์เราเน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก โดยเรามีบริษัทนำเข้าปลาจากญี่ปุ่นเองเกือบ 80% ส่วน 20% เป็นวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งในธุรกิจนี้เรายังมองไม่เห็นคู่แข่งโดยตรง ดังนั้นกลุ่มตลาดบนที่แข่งขันมักจะไม่ได้แข่งด้วยราคา แต่แข่งที่ความคุ่มค่า และประสบการณ์ที่ได้รับมากกว่า”

ดังนั้นรายได้ที่เติบโตจะมาจากทั้งฐานลูกค้าเดิมที่มีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์และการขยายสาขาในทำเลศักยภาพ ซึ่งช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ขณะที่มูลค่าเฉลี่ยต่อบิลอยู่ในระดับพรีเมียมราว 3,000 บาทต่อบิล โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจและการรับรองแขก ส่งผลให้ Shichi มีอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำในระดับสูง และสามารถรักษาระดับ Willingness to Pay ของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมรภูมิร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยถึงจุดเปลี่ยนถอดกลยุทธ์ Shichi เดินเกมใหม่ด้วยประสบการณ์และความคุ้มค่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...