โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลังหั่นเป้า GDP ปี 68 เหลือ 2.2% หลังไตรมาส 3 โตต่ำคาด คงเป้าปี 69 ที่ 2.0%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 06.59 น.

คลังปรับลดคาดการณ์ GDP ไทย ปี 2568 เหลือ 2.2% เดิมคาด 2.4% เนื่องจาก GDP ไตรมาส 3 โตต่ำกว่าคาด คงคาดการณ์ปี 69 ที่ 2.0% จับตาความการค้าโลก-ภูมิรัฐศาสตร์ หนี้ครัวเรือน และความต่อเนื่องของนโยบายในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง-งบ 70 ล่าช้า

27 ม.ค. 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงรอยต่อที่สำคัญของการฟื้นตัวและการปรับฐานโครงสร้างเศรษฐกิจ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทย ปี 2568 ขยายตัวที่ 2.2% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.0% ถึง 2.5%) เป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ขยายตัวที่ 2.5% ต่อปี โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 มีการฟื้นตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสที่ 3 ที่ขยายตัวเพียง 1.2% ซึ่งได้รับปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในการพยุงเศรษฐกิจ

ตัวอย่างเช่น โครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมทั้งการผลิต การจ้างงาน และการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วภูมิภาค และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ “เที่ยวดีมีคืน” ทำให้คาดว่าการบริโภคภาคเอกชน จะขยายตัวที่ 3.3% (ช่วงคาดการณ์ที่ 3.1% ถึง 3.6%)

รวมทั้งภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ดีเกินคาด โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐตามเกณฑ์สถิติดุลการชำระเงิน (Balance of Payments: BOP) คาดว่าจะขยายตัวที่ 12.7% (ช่วงคาดการณ์ที่ 12.5% ถึง 13.0%) จากการเร่งส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และการเติบโตในตลาดศักยภาพใหม่ เช่น อินเดียและจีน เป็นต้น

ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะขยายตัวที่ 13.8% (ช่วงคาดการณ์ที่ 13.6% ถึง 14.1%) ขณะที่การบริโภคภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวที่ 0.5% (ช่วงคาดการณ์ที่ 0.3% ถึง 0.8%) การลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัวที่ 6.9% (ช่วงคาดการณ์ที่ 6.7% ถึง 7.2%) จากผลของการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2569 (ช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีปฏิทิน 2568) การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าขยายตัวที่ 2.9% (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.7% ถึง 3.2%)

“แม้เศรษฐกิจในช่วงปลายปีจะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้และปัจจัยชั่วคราวในภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวตามการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน แต่นโยบายการคลังได้ช่วยพยุงเศรษฐกิจให้เติบโตได้สูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะแถลงตัวเลขอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 9:30 น. ต่อไป”

ด้านเสถียรภาพภายในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.1% เนื่องจากราคาพลังงานลดลงจากทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงตามนโยบายของภาครัฐ และราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สำหรับเสถียรภาพภายนอกประเทศ ดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2568 มีแนวโน้มที่จะเกินดุล 15.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น2.8% ของ GDP

“เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.2% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ และการส่งออกที่ดีกว่าคาด สำหรับปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.0% ท่ามกลางความท้าทายจากมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐ ปัจจัยฐานสูงจากการเร่งส่งออกในปีที่แล้ว และความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570”

ทั้งนี้สาเหตุที่มีการปรับลดประมาณการลงเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2568 อย่างเป็นทางการ ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงนั้นอยู่ที่เพียง 1.2% ต่ำกว่าที่ สศค.ได้คาดไว้ ส่งผลทำให้ค่าเฉลี่ยปี 2568 ลดลงจากเดิม

ด้านเศรษฐกิจไทยปี 2569 กระทรวงการคลังคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ 2.0% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ 1.5% ถึง 2.5%) แม้ภาคการส่งออกจะมีทิศทางชะลอความร้อนแรงลงจากปีก่อนหน้า แต่ยังคงสามารถประคองตัวได้โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ จะขยายตัวเล็กน้อยที่ 1.0% (ช่วงคาดการณ์ที่0.5% ถึง 1.5%) ซึ่งเป็นการเติบโตในอัตราที่ชะลอลงตามทิศทางปริมาณการค้าโลกและผลของฐานที่สูงในปี 2568 ด้านมูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัวที่ 3.9% (ช่วงคาดการณ์ที่ 3.4% ถึง 4.4%)

อย่างไรก็ตาม แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเปลี่ยนผ่านไปสู่อุปสงค์ภายในประเทศและภาคบริการอย่างชัดเจน โดยภาคการท่องเที่ยวจะเป็นกลไกหลักโดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยในระดับสูงที่จำนวน 35.5 ล้านคน สนับสนุนให้รายได้ภาคบริการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชน ที่ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 2.5% (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.0% ถึง 3.0% ) และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวที่ 3.2% (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.7% ถึง 3.7%) จากการลงทุนจริงที่เริ่มเกิดขึ้นหลังได้รับการส่งเสริมการลงทุน

ด้านการบริโภคภาครัฐ ขยายตัว 1.3% (ช่วงคาดการณ์ที่ 0.8% ถึง 1.8%) ทั้งนี้ การลงทุนภาครัฐ คาดว่าจะหดตัวที่ -1.7% (ช่วงคาดการณ์ที่ -2.2% ถึง -1.2%) เนื่องจากได้รับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ซึ่งอาจทำให้การเริ่มบังคับใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ล่าช้าออกไปประมาณ 3 เดือน ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดและอาจออกมาตรการการเร่งรัดการเบิกจ่ายเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวในระยะต่อไป

ด้านเสถียรภาพภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 0.3% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ที่ -0.2% ถึง 0.8%) ตามทิศทางอุปสงค์ภายในประเทศที่ขยายตัวดี ขณะที่เสถียรภาพภายนอกประเทศ คาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล 12.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 2.0% ของ GDP (ช่วงคาดการณ์ที่ 1.5% ถึง 2.5 ของ GDP)

โฆษกกระทรวงการคลังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงการคลังจะให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพทางการคลังให้ยั่งยืน ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ การดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบเพื่อขยายฐานภาษี และการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลังให้เพียงพอสำหรับรองรับความเสี่ยงและความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคต และยังตระหนักถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ โดยเฉพาะการเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ เนื่องจากรูปแบบการผลิตเดิมอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างการเติบโตในอนาคต จึงจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) และการยกระดับนวัตกรรมให้ตอบโจทย์กับห่วงโซ่อุปทานการค้าโลก

อย่างไรก็ตาม ยังควรติดตามปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด อาทิ (1) ความผันผวนของระบบการค้าโลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากนโยบายกีดกันทางการค้า และภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อภาคการส่งออก (2) ความเปราะบางทางการเงิน ระดับหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจ (SMEs) ที่ยังสูง ซึ่งอาจจำกัดการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุน 3) เสถียรภาพและความต่อเนื่องเชิงนโยบายในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ต.ค.2568 สศค. ได้ประมาณการเศรษฐกิจไทย ปี 2568 ไว้ว่าจะขยายตัว 2.4% และ ปี 2569 ที่ 2.0%

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...