โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อินโนเวสท์ เอกซ์ ส่องรัฐบาลใหม่ไทย เสถียรภาพสูง ญี่ปุ่นจ่อขึ้นดบ.รับเศรษฐกิจเชิงรุก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 02.18 น.

บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินรัฐบาลใหม่ไทยภายใต้การนำของภูมิใจไทย แม้ดัน GDP โตแต่ความเสี่ยงการคลังพุ่ง คาดขาดดุลงบประมาณอาจแตะ 4% ในปีหน้า ด้านญี่ปุ่นเผชิญความท้าทายใหม่หลังชนะเลือกตั้งแบบเบ็ดเสร็จ คาด BOJ อาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อจากนโยบายขยายตัวทางการคลัง หวั่น Bond Yield 10 ปีพุ่งเกิน 2.6% กระทบภาระหนี้สาธารณะ

9 กุมภาพันธ์ 2569 - ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งทั่วไปไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีผลต่อเศรษฐกิจ การเงิน-การคลัง และตัวแปรทางการเงิน จากการนับคะแนน 92% พรรคภูมิใจไทยนำเด็ดขาดด้วย 194 ที่นั่ง ตามด้วยประชาชน 116 ที่นั่ง เพื่อไทย 76 ที่นั่ง และกล้าธรรม 57 ที่นั่ง โดยชัยชนะมาจากกลยุทธ์รวมตัวกับตระกูลการเมืองท้องถิ่นและระบบ first-past-the-post แม้ popular vote เพียง 17%

ทั้งนี้ InnovestX คาดการณ์รัฐบาลร่วม 3 พรรค (ภูมิใจไทย-เพื่อไทย-กล้าธรรม) มีเสียง 327 ที่นั่ง (65%) จะตั้งได้กลางเมษายน 2569 ด้วยอุดมการณ์สอดคล้องและนโยบายเน้นกระตุ้นระยะสั้น+โครงสร้างพื้นฐาน

InnovestX ประเมินผลของรัฐบาลผสมสูตรดังกล่าวจะทำให้การขยายตัว GDP มี upside +0.12-0.5% ทำให้ GDP 2026 อาจโต 1.5-2.0% (เบื้องต้นมองว่ามี upside ประมาณ +0.3% หรือโต 1.7%) จากโครงการพักหนี้ คนละครึ่งพลัส ลดค่าไฟ รถไฟฟ้า 20 บาท Medical Hub และเมกะโปรเจกต์

คาดเงินเฟ้ออาจมี upside สู่ 0.2-0.5% (จาก 0%) ดอกเบี้ยลดได้ 2 ครั้ง ลงสู่ 0.75% (แต่อาจลดได้น้อยกว่าคาดจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ) ค่าเงิน 31.8-32.8/ดอลลาร์ (แต่อาจแข็งค่าได้มากกว่าคาดหากมีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง)

ด้านเสถียรภาพการเมืองสูงมาก (ไม่มีวาระปฏิรูปท้าทายสถานะเดิม) แต่ความเสี่ยงการคลังปานกลาง โดยการขาดดุลอาจถึง 3.8-4.0% ของ GDP ในปี 2570-2574

อย่างไรก็ตาม การที่รักษาการรองนายกฯ และ รมว. คลังยืนยันกรอบวินัยการคลังที่จะลดการขาดดุลไม่เกิน 3% ในปี 2573 ทำให้หนี้สาธารณะอาจไม่หลุดกรอบเพดานที่ 70% ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรทรงตัวหรือลดลงบ้างในระยะต่อไป

ผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นวันที่ 8 ก.พ. 2026 ฝ่ายรัฐบาลนำโดย LDP สามารถคว้าเสียงระดับ Supermajority (≥ 2/3 ของสภาล่าง) ทำให้รัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้แม้สภาสูงไม่เห็นชอบ (ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 59) และลดความเสี่ยงเชิงนโยบาย (policy execution risk) ลงอย่างมีนัยสำคัญ ชัยชนะนี้เปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกตามแนวคิด Sanaenomics โดยมีแนวโน้มเห็นการใช้จ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้นผ่านการสนับสนุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ (เช่น semiconductor และ supply chain), มาตรการกระตุ้นค่าจ้างและการบริโภคภายในประเทศ, นโยบายฟื้นฟูภูมิภาค และการเพิ่มงบกลาโหม

Fiscal expansion ที่ชัดขึ้นเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของเยน (imported inflation) ทำให้ Bank of Japan มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ behind the curve

โดยระยะสั้นเงินเยนอาจอ่อนค่า แต่บริเวณใกล้ 160 เยน/ดอลลาร์ มีโอกาสเกิดการแทรกแซง ขณะที่ระยะกลางเยนยังมีโอกาสแข็งค่าหากการขึ้นดอกเบี้ยเกิดจริงขณะเดียวกัน ในระยะกลางเงินเยนยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่า หาก BoJ เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่เราประเมินไว้

ด้าน Bond Yield ผลของ fiscal expansion และ BoJ faster tightening จะส่งผลทำให้ Bond Yield ปรับสูงขึ้นเชิงโครงสร้าง (ไม่ใช่แค่ Shock เหมือนในช่วงกลางเดือน ม.ค.)

ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามคือหาก Bond Yield 10 ปีปรับสูงเกิน 2.6% ภายใต้ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจปัจจุบัน จะเป็นระดับที่สูงกว่าสมมติฐานในแผนการคลังระยะยาวของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น (ม.ค. 2026) และอาจทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ปรับเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ประเมินไว้

ซึ่งอาจก่อให้เกิด snowball effect ต่อทั้งตลาดพันธบัตรและค่าเงินเยน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะเพิ่มภาระดอกเบี้ยของภาครัฐ กระทบความเชื่อมั่นด้านฐานะการคลัง และนำไปสู่แรงกดดันต่อค่าเงินเพิ่มเติม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...