โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทคโนโลยี AI จากจีนหนุนเด็กไทย ‘เรียนภาษาจีน’ เชิงรุก ยกระดับครบสี่ทักษะ

Xinhua

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 22.02 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 15.02 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

กรุงเทพฯ, 6 ก.พ. (ซินหัว) — โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มี “ศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีน” อยู่ภายในอาคารเรียนสีแดงประดับลวดลายมังกรโดดเด่น โดย ดร. รุ่งสุรีย์ สิงหราช ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวว่าศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีนแห่งนี้มีครูชาวไทย 7 คน และชาวจีน 1 คน ซึ่งเผชิญความท้าทายจากการดูแลการเรียนการสอนภาษาจีนให้นักเรียนหลายพันคน ทำให้มีการบูรณาการระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากไอฟลายเทก (iFLYTEK) ของจีนในปี 2025 เข้ามาช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน

ดร. รุ่งสุรีย์ กล่าวว่าระบบการเรียนการสอนอัจฉริยะนี้ทำให้นักเรียนเข้าถึงภาษาจีนแท้ได้อย่างสะดวก ทำให้ครูมี “ร่างอวตาร” ช่วยงานสอน และทำให้เด็กแต่ละคนมีครูชาวต่างชาติเป็นของตนเอง ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การสอนออกเสียงและการสอนรายบุคคลเพราะมีครูตัวจริงอยู่จำกัด พร้อมยกระดับทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนำสู่การคว้ารางวัลจากการแข่งขันภาษาจีนหลายรายการ ขณะแบบฝึกหัดการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ของระบบนี้ช่วยให้นักเรียนเตรียมตัวสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ปรากฏชัดเจนในคณะครูผู้สอน เช่น อารีรักษ์ เพ็ชรสหาย หรือเฉินลี่เจีย ครูชาวไทยที่เคยต้องใช้เวลาเตรียมการสอนหนึ่งคาบนานถึง 3 ชั่วโมง สามารถวางแผนการสอนพร้อมข้อมูลมากมายเสร็จสิ้นภายในเวลาราว 1 ชั่วโมง หรือช่วยติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนแต่ละคนจนทำให้เห็นจุดแข็งและจุดอ่อนได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันนักเรียนได้ฝึกหัดการออกเสียง คัดตัวอักษรจีน และบทสนทนาผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้การเรียนการสอนมีชีวิตชีวาและนักเรียนมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน

แอปพลิเคชันการเรียนรู้พลังปัญญาประดิษฐ์บนโทรศัพท์มือถือได้แปรเปลี่ยนการเรียนรู้ภาษาจีนจากเชิงรับเป็นเชิงรุก โดยดรัญพร แอ่นฟารี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เล่าว่าใช้แอปพลิเคชันนี้ฝึกฝนออกเสียงภาษาจีนเกือบทุกวันเพราะช่วยแก้ไขการออกเสียงที่ผิดพลาดได้ทันที ทำให้กล้าพูดภาษาจีนมากขึ้น ด้านธีรวัต ศรีนาราง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กล่าวว่าเมื่อก่อนการจำคำศัพท์ต้องใช้วิธีคัดซ้ำๆ แต่ก็มักจำไม่ค่อยได้ ทว่าบทเรียนที่คล้ายเกมตะลุยด่านของแอปพลิเคชันนี้ช่วยให้จำคำศัพท์ได้แบบไม่รู้ตัวและเลิกเรียนก็ยังทบทวนบทเรียนต่อได้

กนกพรรณ อาชนะชัย ที่ร่ำเรียนภาษาจีนมานานถึง 10 ปี ใช้แอปพลิเคชันพลังปัญญาประดิษฐ์นี้เป็นตัวช่วยเตรียมสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ระดับ 3 เพื่อทำตามความฝันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่จีนในอนาคต โดยเธอมักฝึกทำข้อสอบจำลองเป็นประจำเพื่อเพิ่มคะแนน ด้านนภัสสรณ์ ทวีเพชรรัตน์ นักเรียนอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าเพื่อนคู่สนทนาพลังปัญญาประดิษฐ์ของแอปพลิเคชันนี้ช่วยคลายความกังวลพูดผิดในการพูดคุย ทำให้สามารถฝึกฝนได้อย่างมั่นใจทุกที่ทุกเวลาและการเรียนภาษาจีนกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมากกว่าเดิม

ทั้งนี้ วรพจน์ สิงหราช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ กล่าวว่าปัจจุบันมีโรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่จัดการเรียนการสอนภาษาจีนอยู่ 23 แห่งจากทั้งหมด 25 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 92 และจำนวนนักเรียนที่เรียนภาษาจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จากจีนมานานหนึ่งปีของโรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ปรากฏผลลัพธ์ที่ชัดเจนอย่างเพิ่มประสิทธิภาพการสอน ส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา และกระตุ้นความกระตือรือร้นเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน

เกาอวี้เจี๋ย ผู้อำนวยการแพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาจีนระดับโลกของไอฟลายเทก เสริมว่ามีโรงเรียนมัธยมศึกษาในไทยกำลังประยุกต์ใช้ระบบการเรียนการสอนภาษาจีนเชิงอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์นี้มากกว่า 40 แห่งแล้ว

(แฟ้มภาพซินหัว : บริเวณชั้น 1 ของศูนย์การเรียนรู้ภาษาจีนประจำโรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ วันที่ 28 ม.ค. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว : ครูสอนภาษาจีนที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ใช้ระบบการเรียนการสอนภาษาจีนเชิงอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ในห้องเรียน วันที่ 28 ม.ค. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว :นักเรียนโรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ ใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของระบบการเรียนการสอนภาษาจีนเชิงอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ฝึกฝนภาษาจีน วันที่ 28 ม.ค. 2026)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...