โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จบแล้ว ดราม่าเงินเยียวยา 1.7 ล้าน เครนหล่นทับรถไฟ น้องกรเลือก "ปู่" ฝั่ง "ตา" แจงค่าใช้จ่าย

Khaosod

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 11.01 น.

จบแล้ว ดราม่าเงินเยียวยา 1.7 ล้าน เครนหล่นทับรถไฟ เจรจา 5 ชั่วโมง น้องกรเลือกอยู่กับ "ปู่" ฝั่ง "ตา" แจงค่าใช้จ่าย ต้องควักให้หลานอีก 1.8 แสน เผยเงินยังไม่หมดแค่นี้ แจงแล้วความจริงสิทธิ์ต้องเป็นของใคร

วันที่ 6 ก.พ.69 หลังจากกลายเป็นดราม่า กรณี น.ส.สุพิณนา หรือพิน สัตบุตร อายุ 28 ปี ชาว ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตในอุบัติเหตุ เครนหล่อนทับรถไฟที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้มีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิต รายละ 1.7 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีของ นายสำเริง สัตบุตร อายุ 64 ปี พ่อของ น.ส.สุพิณนา แต่ น้องกร ลูกชายวัย 10 ขวบ ที่อาศัยอยู่ปู่ กลับไม่ได้เงินจำนวนนี้

ต่อมา นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้โทรศัพท์ไปถามถึงเงินจากตาของน้องกร สุดท้ายได้รับเงินโอนจากตาน้องกร มา 200,000 บาท โดยอ้างว่าเงินเอาไปใช้หนี้ลูกสาว และจัดงานศพไปหมดแล้ว

ล่าสุด นายเอกณรงค์ เฉิดพันธ์ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจากันที่สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยการเจรจาใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง เพราะทั้งฝ่ายปู่และฝ่ายตาของน้องกร ต่างต้องการรับน้องกรไปเลี้ยง สุดท้ายอัยการได้ให้เด็กเป็นคนตัดสินใจ โดยน้องกร เลือกจะไปอยู่กับฝ่ายปู่เพราะเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก

อัยการยังซักถึงบัญชีค่าใช้จ่ายกับ นายสำเริง โดย นายสำเริง ได้เอาบัญชีค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาแสดง จากตัวเลขค่าใช้จ่ายระบุว่า รายรับทั้งสิ้นเป็นยอดเงิน 1,539,000 มีเงินช่วยเหลือจากบริษัทผู้รับเหมา 150,000 บาท, เงินช่วยเหลือจากการรถไฟ 80,000 บาท, เงินพระราชทาน 20,000 บาท, เงินเยียวยาจากรัฐบาล 1 ล้านบาท, กองทุนยุติธรรม 200,000 บาท, ค่าซองช่วยเหลือในงานศพ 89,000 บาท

ส่วนรายจ่ายได้จ่ายให้กับน้องกร 200,000, ค่าทำงานศพ 5 วัน เป็นเงิน 589,000 บาท, หนี้นอกระบบของผู้ตาย 154,100 บาท, หนี้รถจยย.ของผู้ตาย 26,375 บาท ,หนี้สหกรณ์การเกษตร 60,752 บาท, หนี้เอาที่ดินไปเป็นหลักประกัน 200,000 บาท รวมรายจ่าย 1,230,227

เหลือยอดเงินสุทธิ 769,525 บาท อัยการให้แบ่งกันคนละครึ่ง จะได้คนละ 384,762.50 บาท น้องกร ได้รับโอนไปแล้ว 200,000 บาท ที่เหลือ นายสำเริง เบิกเงินสดมาจ่ายให้อีก 185,000 บาท จนครบถ้วน ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงคุยกันด้วยดี

นายเอกณรงค์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้คุยกัน 2 ประเด็นหลักคือ เกี่ยวกับผู้ปกครองตามกฎหมาย เนื่องจากพ่อเด็กเสียชีวิตไปนานแล้ว และแม่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ จากการพูดคุยเด็กมีความผูกพันกับปู่มากกว่า และต้องการจะอยู่กับปู่ต่อไป ซึ่งฝ่ายตาก็ไม่คัดค้าน

ประเด็นต่อมาคือเงินเยียวยาที่ตาได้รับมาทั้งหมด ซึ่งจากการสอบถามยอดรายรับรายจ่าย ถึงแม้ตัวเลขอาจจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ทั้งหมดก็ตาม แต่วันนี้ได้มีตัวเลขชัดเจนออกมาแล้ว ทั้งนี้เงินที่ได้รับจากการเยียวยา ไม่ใช่เงินมรดก ไม่ใช่ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อน แต่ต้องใช้กฎหมายมรดกมาพิจารณา จากการตรวจสอบแล้วตาเด็กได้จดทะเบียนสมรสกับภรรยา จึงมีสิทธิ์ได้รับเงิน ส่วนเด็กก็เป็นบุตรของผู้เสียชีวิต มีสิทธิ์เท่าเทียมกันคือจะต้องแบ่งกันคนละครึ่ง

อย่างไรก็ตามยังจะมีเงินเยียวยาอีกส่วนหนึ่งของการรถไฟประมาณ 260,000 บาท ซึ่งจะต้องแบ่งครึ่งเช่นเดียวกัน ไม่รวมกับที่อัยการจังหวัดนครราชสีมา ที่อยู่ระหว่างการฟ้องเรียกค่าเสียหายกับผู้กระทำความผิดทั้งหมด คือเป็นการชดใช้ค่าเสียหาย หากได้มาเท่าไหร่จะต้องเอามาพิจารณาเช่นเดียวกัน แต่ต้องรอให้คดีสิ้นสุดก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จบแล้ว ดราม่าเงินเยียวยา 1.7 ล้าน เครนหล่นทับรถไฟ น้องกรเลือก "ปู่" ฝั่ง "ตา" แจงค่าใช้จ่าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...