โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือกตั้ง 2569 เปิดขั้นตอนเข้าคูหาลงคะแนน-ประชามติ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 09.01 น.

เลือกต้ัง 2569 วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เปิดขั้นตอนเข้าคูหา กาเลือกคน-พรรคที่ชอบ พร้อมออกเสียงประชามติ ต้องทำอย่างไรบ้าง พร้อมข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต้องระมัดระวังอะไร

การเลือกตั้ง 2569 กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ได้รับความสนใจอย่างมากในแง่ของการชิงคะแนน รวมไปถึงเป็นการเลือกตั้งที่จะมีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

และการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะจัดขึ้นพร้อมกันทั้งการลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เขต-สส.บัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ทั้งการออกเสียงประชามติในเขต และการออกเสียงประชามตินอกเขต

“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปข้อมูลสำคัญ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่และการออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์นี้

ทบทวนคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2569

ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • อายุ ไม่ตํ่ากว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
  • มีสัญชาติไทย
  • หาก เคย แปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
  • ไม่ เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  • ไม่ อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
  • ไม่ ถูกต้องคุมขังโดยหมายของศาล หรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ไม่ เป็นผู้วิกลจริตหรือฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หลักฐานแสดงตน แบบไหนใช้ได้ ?

  • บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้)
  • บัตรหรือหลักฐานของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร
  • บัตรข้าราชการ / ใบขับขี่ / หนังสือเดินทาง (Passport)
  • หลักฐานผ่านแอปฯ ของรัฐ เช่น ThaiD DLT QR Licence, แอปพลิเคชันบัตรคนพิการ (บัตรประจำตัวคนพิการดิจิทัล) แอปพลิเคชันทางรัฐ

ทั้งนี้ แอป ThaiD ในปัจจุบัน พัฒนาให้รองรับ Offline Mode หรือโหมดไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต กรณีไม่มีอินเทอร์เน็ต หรืออยู่ในจุดอับสัญญาณ โดยโหมดดังกล่าวสามารถแสดงได้เฉพาะข้อมูลบัตรประชาชนเท่านั้น

ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง 2569 ผ่านช่องทางใด ?

การตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้ง 2569 สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection/ โดยกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก จากนั้นระบบจะระบุข้อมูลหน่วยเลือกตั้งที่ต้องไปใช้สิทธิ

การตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งในการออกเสียงประชามติ สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelectionpm/ โดยกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก จากนั้นระบบจะระบุข้อมูลหน่วยเลือกตั้งที่ต้องไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

ขั้นตอนลงคะแนนเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ

เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการออกเสียงประชามติพร้อมกันด้วย โดยกระบวนการในการใช้สิทธิ เมื่อเดินทางถึงพื้นที่เลือกตั้ง จะเป็นดังนี้

การเลือกตั้ง สส.

ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ

ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

ทั้งนี้ บริเวณป้ายหน้าที่เลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ในการช่วยตรวจสอบ และแจ้งลำดับที่ให้ทราบ

เตรียมตัวก่อนเข้าคูหา

จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้ผู้สมัครแบบแบ่งเขต และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก

เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตรที่ยังไม่หมดอายุ หรือ
แอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD, DLT QR LICENSE และบัตรคนพิการ

แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.

ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ
ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.

รับบัตรเลือกตั้ง สส.

ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท และรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

ลงคะแนนเลือกตั้ง สส.

เข้าคูหาลงคะแนนและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ

  • บัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน เท่านั้น
  • บัตรแบบบัญชีรายชื่อเลือกพรรคการเมืองได้เพียงพรรคเดียว
  • หากไม่ประสงค์เลือกใคร ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด”
  • หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท ลงในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”

พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วออกจากคูหา

หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส.

นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง

การออกเสียงประชามติ

แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ

ยื่นหลักฐานแสดงตน และบอกลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

รับบัตรออกเสียงประชามติ

ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

ลงคะแนนออกเสียงประชามติ

เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”

พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อย แล้วออกจากคูหา

หย่อนบัตรออกเสียงประชามติ

นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้งตามทางออกที่กำหนด

บัตรเลือกตั้งสีไหน-กาแบบไหน บัตรดี-บัตรเสีย

บัตรเลือกตั้งสีเขียว : เลือก สส.เขต ในพื้นที่ของคุณ

บัตรเลือกตั้งสีชมพู : เลือกพรรคการเมือง

บัตรเลือกตั้งสีเหลือง : ออกเสียงประชามติ เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ในประเด็นคำถามที่ระบุไว้

สำหรับการทำเครื่องหมายบนบัตรเลือกตั้ง ต้องทำเครื่องหมายกากบาท (X) เพียงหนึ่งเครื่องหมาย และต้องอยู่ภายในช่องทำเครื่องหมายอย่างชัดเจน จึงจะถือเป็นบัตรดี ขณะที่บัตรเสียจะรวมถึงกรณีไม่ทำเครื่องหมาย ทำเครื่องหมายผิดรูปแบบ ทำเครื่องหมายนอกช่อง ทำเครื่องหมายเกินจำนวนที่กำหนด หรือมีการเขียนข้อความหรือสัญลักษณ์อื่นใดลงในบัตรเลือกตั้ง

13 ข้อห้าม “วันเลือกตั้ง 2569”

ขณะเดียวกัน กกต. ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำถึงข้อห้ามทางกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 13 ข้อ เพื่อรักษาความสุจริตและความเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การทุจริต ดังนี้

1. การสวมสิทธิ ห้ามผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งทำการลงคะแนนแทนบุคคลอื่น

2. การทำลายบัตรเลือกตั้ง ห้ามกระทำการโดยจงใจที่ทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดการชำรุด เสียหาย หรือกลายเป็นบัตรเสีย

3. การมีส่วนร่วมของผู้ไม่มีสัญชาติไทย ห้ามผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้ง

4. การพนันผลการเลือกตั้ง ห้ามเล่นหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันที่เกี่ยวข้องกับผลของการเลือกตั้ง

5. การหาเสียงในเวลาที่กำหนด ห้ามดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน ไปจนกระทั่งสิ้นสุดวันเลือกตั้ง

6. การบันทึกภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ทำการลงคะแนนไปแล้ว

7. การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จซึ่งส่งผลกระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง

8. การนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากบริเวณที่เลือกตั้ง

9. การขัดขวางการใช้สิทธิ์ ห้ามกระทำการขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์

10. การเผยแพร่ผลสำรวจ ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ในช่วงระยะเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน

11. การจัดยานพาหนะ ห้ามจัดยานพาหนะเพื่อรับ-ส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง โดยไม่เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าจ้างตามปกติ เพื่อจูงใจให้ไปลงคะแนน

12. การใช้บัตรปลอม ห้ามใช้บัตรอื่นใดที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งซึ่งออกให้เพื่อการออกเสียงลงคะแนน

13. การแสดงบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ได้ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น

ไม่ไปเลือกตั้ง 2569 จะเกิดอะไรขึ้น ?

หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกตัดสิทธิดังนี้

  • ไม่มีสิทธิร่วมลงชื่อ ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
  • ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่

รวมถึง จะถูกถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ดังนี้

  • ตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
  • ตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น
  • นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)
  • เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น
  • ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น
  • ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
  • ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
  • คณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ทุกตำแหน่ง ที่ผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง

โดยการจํากัดสิทธิดังกล่าว กําหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจํากัดสิทธิ 2 ปีใหม่

หากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ. 2569) และวันเลือกตั้งจริง (8 ก.พ. 2569) แล้วมีเหตุผลอันสมควรดังต่อไปนี้

  • ผู้มีธุรกิจจําเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
  • ผู้ป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  • ผู้พิการหรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
  • ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
  • ผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
  • ผู้ประสบเหตุสุดวิสัย เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ

กรณีแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ

  • เลือกตั้ง สส. : แจ้งได้ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน หรือหลังเลือกตั้ง 7 วัน (1 -7 ก.พ.69 หรือ 9 -15 ก.พ.69)
  • ออกเสียงประชามติ : แจ้งได้ก่อนวันออกเสียง หรือภายใน 7 วันหลังออกเสียง (14 ม.ค.-7 ก.พ.69 หรือ 9 -15 ก.พ.69)

ช่องทางตรวจสอบ : https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/absvote/

ช่องทางแจ้งเหตุ : https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausepm/

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือกตั้ง 2569 เปิดขั้นตอนเข้าคูหาลงคะแนน-ประชามติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...