เลือกตั้ง 2569 เปิดขั้นตอนเข้าคูหาลงคะแนน-ประชามติ
เลือกต้ัง 2569 วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เปิดขั้นตอนเข้าคูหา กาเลือกคน-พรรคที่ชอบ พร้อมออกเสียงประชามติ ต้องทำอย่างไรบ้าง พร้อมข้อมูลสำคัญที่ต้องรู้ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ต้องระมัดระวังอะไร
การเลือกตั้ง 2569 กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ได้รับความสนใจอย่างมากในแง่ของการชิงคะแนน รวมไปถึงเป็นการเลือกตั้งที่จะมีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
และการเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะจัดขึ้นพร้อมกันทั้งการลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เขต-สส.บัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ทั้งการออกเสียงประชามติในเขต และการออกเสียงประชามตินอกเขต
“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปข้อมูลสำคัญ ก่อนการเลือกตั้งใหญ่และการออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์นี้
ทบทวนคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2569
ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- อายุ ไม่ตํ่ากว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
- มีสัญชาติไทย
- หาก เคย แปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้ว เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
- ไม่ เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- ไม่ อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
- ไม่ ถูกต้องคุมขังโดยหมายของศาล หรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ไม่ เป็นผู้วิกลจริตหรือฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
หลักฐานแสดงตน แบบไหนใช้ได้ ?
- บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้)
- บัตรหรือหลักฐานของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร
- บัตรข้าราชการ / ใบขับขี่ / หนังสือเดินทาง (Passport)
- หลักฐานผ่านแอปฯ ของรัฐ เช่น ThaiD DLT QR Licence, แอปพลิเคชันบัตรคนพิการ (บัตรประจำตัวคนพิการดิจิทัล) แอปพลิเคชันทางรัฐ
ทั้งนี้ แอป ThaiD ในปัจจุบัน พัฒนาให้รองรับ Offline Mode หรือโหมดไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต กรณีไม่มีอินเทอร์เน็ต หรืออยู่ในจุดอับสัญญาณ โดยโหมดดังกล่าวสามารถแสดงได้เฉพาะข้อมูลบัตรประชาชนเท่านั้น
ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง 2569 ผ่านช่องทางใด ?
การตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้ง 2569 สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelection/ โดยกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก จากนั้นระบบจะระบุข้อมูลหน่วยเลือกตั้งที่ต้องไปใช้สิทธิ
การตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งในการออกเสียงประชามติ สามารถตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/enqelectionpm/ โดยกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก จากนั้นระบบจะระบุข้อมูลหน่วยเลือกตั้งที่ต้องไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
ขั้นตอนลงคะแนนเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ
เนื่องจากในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการออกเสียงประชามติพร้อมกันด้วย โดยกระบวนการในการใช้สิทธิ เมื่อเดินทางถึงพื้นที่เลือกตั้ง จะเป็นดังนี้
การเลือกตั้ง สส.
ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ
ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง ซึ่งจะมี 2 ชุด คือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
ทั้งนี้ บริเวณป้ายหน้าที่เลือกตั้งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ในการช่วยตรวจสอบ และแจ้งลำดับที่ให้ทราบ
เตรียมตัวก่อนเข้าคูหา
จำลำดับที่ของตนเอง หมายเลขผู้ผู้สมัครแบบแบ่งเขต และหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก
เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตรที่ยังไม่หมดอายุ หรือ
แอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD, DLT QR LICENSE และบัตรคนพิการ
แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ยื่นหลักฐานแสดงตนและบอกลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ
ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
รับบัตรเลือกตั้ง สส.
ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท และรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (เลือกคน) และแบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค) พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ลงคะแนนเลือกตั้ง สส.
เข้าคูหาลงคะแนนและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายในบัตรทั้ง 2 ใบ
- บัตรแบบแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คน เท่านั้น
- บัตรแบบบัญชีรายชื่อเลือกพรรคการเมืองได้เพียงพรรคเดียว
- หากไม่ประสงค์เลือกใคร ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด”
- หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท ลงในช่อง “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”
พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับแล้วออกจากคูหา
หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส.
นำบัตรเลือกตั้งที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง
การออกเสียงประชามติ
แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้ว ให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
ยื่นหลักฐานแสดงตน และบอกลำดับที่ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
รับบัตรออกเสียงประชามติ
ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน
ลงคะแนนออกเสียงประชามติ
เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมายเพียงช่องเดียว “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น”
พับบัตรออกเสียงประชามติตามรอยพับให้เรียบร้อย แล้วออกจากคูหา
หย่อนบัตรออกเสียงประชามติ
นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้งตามทางออกที่กำหนด
บัตรเลือกตั้งสีไหน-กาแบบไหน บัตรดี-บัตรเสีย
บัตรเลือกตั้งสีเขียว : เลือก สส.เขต ในพื้นที่ของคุณ
บัตรเลือกตั้งสีชมพู : เลือกพรรคการเมือง
บัตรเลือกตั้งสีเหลือง : ออกเสียงประชามติ เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ในประเด็นคำถามที่ระบุไว้
สำหรับการทำเครื่องหมายบนบัตรเลือกตั้ง ต้องทำเครื่องหมายกากบาท (X) เพียงหนึ่งเครื่องหมาย และต้องอยู่ภายในช่องทำเครื่องหมายอย่างชัดเจน จึงจะถือเป็นบัตรดี ขณะที่บัตรเสียจะรวมถึงกรณีไม่ทำเครื่องหมาย ทำเครื่องหมายผิดรูปแบบ ทำเครื่องหมายนอกช่อง ทำเครื่องหมายเกินจำนวนที่กำหนด หรือมีการเขียนข้อความหรือสัญลักษณ์อื่นใดลงในบัตรเลือกตั้ง
13 ข้อห้าม “วันเลือกตั้ง 2569”
ขณะเดียวกัน กกต. ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำถึงข้อห้ามทางกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 13 ข้อ เพื่อรักษาความสุจริตและความเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การทุจริต ดังนี้
1. การสวมสิทธิ ห้ามผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งทำการลงคะแนนแทนบุคคลอื่น
2. การทำลายบัตรเลือกตั้ง ห้ามกระทำการโดยจงใจที่ทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดการชำรุด เสียหาย หรือกลายเป็นบัตรเสีย
3. การมีส่วนร่วมของผู้ไม่มีสัญชาติไทย ห้ามผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้ง
4. การพนันผลการเลือกตั้ง ห้ามเล่นหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันที่เกี่ยวข้องกับผลของการเลือกตั้ง
5. การหาเสียงในเวลาที่กำหนด ห้ามดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน ไปจนกระทั่งสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
6. การบันทึกภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ทำการลงคะแนนไปแล้ว
7. การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จซึ่งส่งผลกระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง
8. การนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากบริเวณที่เลือกตั้ง
9. การขัดขวางการใช้สิทธิ์ ห้ามกระทำการขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์
10. การเผยแพร่ผลสำรวจ ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ในช่วงระยะเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน
11. การจัดยานพาหนะ ห้ามจัดยานพาหนะเพื่อรับ-ส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง โดยไม่เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าจ้างตามปกติ เพื่อจูงใจให้ไปลงคะแนน
12. การใช้บัตรปลอม ห้ามใช้บัตรอื่นใดที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งซึ่งออกให้เพื่อการออกเสียงลงคะแนน
13. การแสดงบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ได้ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น
ไม่ไปเลือกตั้ง 2569 จะเกิดอะไรขึ้น ?
หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกตัดสิทธิดังนี้
- ไม่มีสิทธิร่วมลงชื่อ ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
- ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
- ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
รวมถึง จะถูกถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ดังนี้
- ตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
- ตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น
- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)
- เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น
- ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น
- ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
- ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
- คณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ทุกตำแหน่ง ที่ผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง
โดยการจํากัดสิทธิดังกล่าว กําหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง ครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจํากัดสิทธิ 2 ปีใหม่
หากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้า (1 ก.พ. 2569) และวันเลือกตั้งจริง (8 ก.พ. 2569) แล้วมีเหตุผลอันสมควรดังต่อไปนี้
- ผู้มีธุรกิจจําเป็นเร่งด่วนต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- ผู้ป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้พิการหรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- ผู้มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- ผู้ประสบเหตุสุดวิสัย เช่น อุทกภัย วาตภัย ฯลฯ
กรณีแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ
- เลือกตั้ง สส. : แจ้งได้ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน หรือหลังเลือกตั้ง 7 วัน (1 -7 ก.พ.69 หรือ 9 -15 ก.พ.69)
- ออกเสียงประชามติ : แจ้งได้ก่อนวันออกเสียง หรือภายใน 7 วันหลังออกเสียง (14 ม.ค.-7 ก.พ.69 หรือ 9 -15 ก.พ.69)
ช่องทางตรวจสอบ : https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/absvote/
ช่องทางแจ้งเหตุ : https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausepm/
ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือกตั้ง 2569 เปิดขั้นตอนเข้าคูหาลงคะแนน-ประชามติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net