โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ท่ามกลางความปั่นป่วน “จีน” จะดันแผนท้า “ดอลลาร์สหรัฐ” สำเร็จหรือไม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 05.05 น.

ความผันผวนของดอลลาร์เปิดช่องให้จีนเร่งดันหยวนสู่เวทีโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ายังมีข้อจำกัดสำคัญ ทำให้การท้าทายอำนาจดอลลาร์ไม่ใช่เรื่องง่าย

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.10 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า *จีนกำลังฉวยโอกาสจากความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ เพื่อท้าทายอำนาจนำของอเมริกาในระบบการเงินโลก และขยายอิทธิพลระหว่างประเทศผ่านการผลักดันเงินหยวนให้มีบทบาทมากขึ้น แทนที่การครอบงำของเงินดอลลาร์สหรัฐ*

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของ Donald Trump ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่นักลงทุนแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ดันราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดเหนือ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สถานการณ์ดังกล่าวเปิดช่องให้จีนโปรโมตเงินหยวนในฐานะทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วารสารทฤษฎีหลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน “Qiushi” เผยแพร่ถ้อยแถลงของสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งระบุถึงเป้าหมายการผลักดันเงินหยวนให้กลายเป็นสกุลเงินสำรองของโลก คล้ายบทบาทที่เงินดอลลาร์ทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน โดยผู้นำจีนชี้ว่าประเทศควรมุ่งสร้างสกุลเงินที่แข็งแกร่งและถูกใช้อย่างแพร่หลายในด้านการค้าและอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ควบคู่กับการมีธนาคารกลางที่ทรงพลัง สามารถดึงดูดการลงทุนและมีอิทธิพลต่อการกำหนดราคาสินทรัพย์โลก

แม้ไม่มีใครคาดว่าเงินดอลลาร์จะสูญเสียสถานะในเร็ววัน แต่การอ่อนค่ารุนแรงของดอลลาร์นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อปีก่อน ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ท้าชิงรายอื่นมากขึ้น

จีนใช้เวลากว่าทศวรรษพยายามผลักดันเงินหยวนเข้าสู่ระบบการเงินโลก แต่ขณะนี้เริ่มเห็นแรงหนุนจากกระแสลดการพึ่งพาดอลลาร์ (de-dollarization) ที่เกิดจากความกังวลต่อนโยบายสหรัฐ การตั้งกำแพงภาษีหลายระลอก และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง หลังทรัมป์เสนอชื่อ เควิน วอร์ช เป็นประธานเฟดคนใหม่แทนเจอโรม พาวเวล

นักลงทุนเริ่มลดการถือครองดอลลาร์ตั้งแต่ปีที่แล้ว ขณะที่ประธานธนาคารกลางยุโรปอย่าง Christine Lagarde ก็ออกมาเรียกร้องให้เงินยูโรมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินโลก อีกทั้งภัยคุกคามจากมาตรการคว่ำบาตรและภาษีของสหรัฐ ยังผลักดันให้หลายประเทศมองหาวิธีกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์

เงินดอลลาร์ครองบทบาทศูนย์กลางของเศรษฐกิจโลกมานานกว่า 80 ปี นับตั้งแต่ข้อตกลงเบรตตันวูดส์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งทำให้ดอลลาร์เป็นมาตรฐานที่ผูกกับทองคำ และผูกค่าเงินอื่น ๆ จำนวนมากไว้กับดอลลาร์ ความต้องการดอลลาร์ที่สูงช่วยให้สหรัฐกู้ยืมเงินได้ในต้นทุนต่ำ และใช้มาตรการคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีพลัง

ปัจจุบัน International Monetary Fund ยอมรับสกุลเงินสำรองหลัก 7 สกุล ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร เงินหยวน เยนญี่ปุ่น ดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์ออสเตรเลีย ปอนด์สเตอร์ลิง และฟรังก์สวิส โดยจีนต้องการเสริมสถานะของเงินหยวนเพื่อป้องกันตนเองจากอำนาจการเงินของสหรัฐ และเพิ่มบทบาทในเวทีโลก

จีนได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อเพิ่มความน่าสนใจของเงินหยวน เช่น เปิดทางให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงตลาดหุ้น พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์จีนมากขึ้น รวมถึงปรับปรุงระบบชำระเงินข้ามพรมแดนให้สะดวกขึ้น การค้ากับประเทศกำลังพัฒนาที่เพิ่มขึ้น และการใช้เงินหยวนในธุรกรรมกับรัสเซียหลังชาติตะวันตกคว่ำบาตร ก็ช่วยเร่งบทบาทของเงินหยวนในเวทีโลก

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเงินหยวนยังห่างไกลจากการทดแทนดอลลาร์อย่างแท้จริง โดยข้อมูล IMF ระบุว่า ดอลลาร์คิดเป็นราว 57% ของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศโลก ยูโรประมาณ 20% และเงินหยวนเพียงราว 2% นอกจากนี้การควบคุมเงินทุนที่เข้มงวดของจีน และความจำเป็นต้องรักษาเงินหยวนให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อหนุนการส่งออก ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ

แม้จะไม่อาจแทนที่ดอลลาร์ได้ในเร็ววัน แต่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลกและภูมิรัฐศาสตร์ จีนเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญในการขยายพื้นที่ให้เงินหยวนมีบทบาทมากขึ้นบนเวทีโลก

อ้างอิง : edition.cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...