โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดบวก นักลงทุนจับตาภูมิรัฐศาสตร์-ประชุมเฟดสัปดาห์นี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 15.24 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 08.24 น.

"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดบวก นักลงทุนยังระมัดระวังจากความตึงเครียดสหรัฐ-แคนาดาที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ควบคู่กับการรอผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และสัญญาณนโยบายดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐ

วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 15.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปเปิดทำการในแดนบวกอย่างจำกัดในวันจันทร์ โดยบรรยากาศการลงทุนยังคงระมัดระวัง ท่ามกลางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และการรอคอยปัจจัยสำคัญจากสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

*ดัชนี Stoxx 600 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นยุโรปโดยรวม ปรับขึ้นราว 0.1% หลังเปิดตลาดในช่วงเช้าที่กรุงลอนดอน โดยหุ้นส่วนใหญ่ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเคลื่อนไหวในแดนบวก ขณะที่ตลาดหุ้นหลักของแต่ละประเทศปรับตัวผสมผสาน ดัชนี FTSE ของอังกฤษ ปรับขึ้น 0.2% ด้าน ดัชนี DAX ของเยอรมนี เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว ขณะที่ ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส ลดลงเกือบ 0.2% ส่วน ดัชนี FTSE MIB ของอิตาลี ขยับขึ้นเล็กน้อยกว่า 0.1%*

นักลงทุนยังคงจับตาความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและแคนาดา ซึ่งกลับมาเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศตลาดอีกครั้ง หลังมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า แคนาดาไม่มีแผนจะเดินหน้าข้อตกลงการค้าเสรีกับจีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 100% หากออตตาวาลงนามข้อตกลงการค้ากับจีน

คาร์นีย์ย้ำว่า แคนาดาเคารพพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงการค้า CUSMA ระหว่างแคนาดา สหรัฐ และเม็กซิโก ซึ่งกำหนดว่าประเทศสมาชิกจะไม่ทำข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศที่ไม่ใช่ระบบตลาดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และระบุชัดว่าไม่มีความตั้งใจจะทำข้อตกลงลักษณะดังกล่าวกับจีนหรือประเทศอื่นที่เข้าข่ายเดียวกัน

โดยสัปดาห์นี้ บริษัทในดัชนี S&P 500 มากกว่า 90 แห่งมีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาส รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Apple, Meta Platforms และ Microsoft โดยจนถึงขณะนี้ ฤดูกาลประกาศผลประกอบการถือว่าออกมาแข็งแกร่ง เนื่องจากราว 76% ของบริษัทที่รายงานแล้วมีผลประกอบการดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลจาก FactSet

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะประกาศผลการตัดสินใจนโยบายในวันพุธนี้ แม้ตลาดส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิม แต่สิ่งที่วอลล์สตรีทให้ความสำคัญคือสัญญาณหรือถ้อยแถลงที่อาจบ่งชี้ถึงจังหวะเวลาในการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...