แสนสิริ โชว์ DNA ยั่งยืน อสังหาฯรายแรกผ่านเกณฑ์ Taxonomy คว้า Green Loan 4 พันล้าน
เปิดเบื้องหลังความสำเร็จ “แสนสิริ” ในการได้รับสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Loan) มูลค่า 4,000 ล้านบาท จากธนาคารกสิกรไทย นับเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ได้รับการประเมินสินเชื่อตามเกณฑ์ Thailand Taxonomy เฟส 2 ซึ่งอ้างอิงมาตรฐานสากลและเน้นผลลัพธ์ที่ตรวจวัดได้ พร้อมผ่านการตรวจสอบโดย Bureau Veritas ระดับโลก
“จริยา จันทร์เจิดศักดิ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero และเป็นผู้ได้รับ Green Loan รายแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากกสิกรไทย
“แสนสิริทำด้วย DNA มาตั้งแต่ต้น ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเรื่องของ Green Loan เราก็พยายามมาเป็นสิบปีแล้ว พยายามมาตั้งแต่ต้นที่จะดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลเรื่องของสังคมมาตลอด”
ทุกโครงการของแสนสิริพยายามรักษาพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุด ตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ด้านสถาปัตยกรรมให้ความสำคัญกับการลดอุณหภูมิ และทุกโครงการต้องมี Sansiri Backyard ที่ผสานเรื่องดีไซน์เป็นส่วนหนึ่งตามธีมของโครงการ
นอกจากนี้ยังมีการใช้พลังงานสะอาด โซลาร์เซลล์ Roof Light, EV Charger รวมถึงการจัดการขยะที่ลดลงจากการก่อสร้างและนำมาอัพไซคลิงเป็นรูปปั้น ปุ่ย และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่ทำมามากกว่า 10 ปีแล้ว
Thailand Taxonomy
ชัยรัตน์ ธรรมชน Landscape Architecture บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า การจะได้รับ Green Loan คือต้องนิยามโครงการว่าเป็น Green หรือไม่ตามตัวชี้วัด ตั้งแต่การก่อสร้างจนจบโครงการ โดย 3 โครงการแรกสอดคล้องตาม Thailand Taxonomy และคำนวณตาม Carbon Intensity
ตาม Thailand Taxonomy คอนโดมิเนียมในปี 2025 ต้องปล่อยคาร์บอนไม่เกิน 61 กิโลต่อตารางเมตรต่อปี ในขณะที่โครงการทั่วไปที่ไม่ใช่ Green จะปล่อยอยู่ที่ประมาณ 80 กิโลคาร์บอนต่อตารางเมตรต่อปี ทั้งนี้ ตัวเลขจะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จาก 61, 59, 56, 54, 52, 49 จนถึงปี 2050 ที่ควรจะเป็นศูนย์
“Green Project กับ Standard Project ต่างกันตรงที่อาคารประเภทนี้จะประหยัดไฟ ประหยัดน้ำ มากกว่าอาคารทั่วไป ประมาณ 25% ถึง 35%”
ชัยรัตน์เผยถึง Sustainable Design Standard ที่แสนสิริพัฒนาขึ้น โดยทำงานอยู่ใน 4 แกนหลัก ได้แก่ Health (สุขภาพของลูกบ้าน), Green Material (การเลือกใช้วัสดุ), Cool Living Design (การลดอุณหภูมิภายในโครงการ) และ Energy Efficiency (การใช้พลังงานอย่างมีคุณภาพ)
ซึ่งได้มาจากการเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทั้งเรื่องของ Human-centric Design ที่มองว่าอะไรที่จะสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าบ้างในทุก ๆ แกน
แกนทั้ง 4 จะถูกสะท้อนออกมาในไอเท็มที่เห็นได้ชัดเจนต่าง ๆ ในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้สเป็กกระจก การเลือกสีที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน การเลือกวัสดุที่เป็น Low Carbon, LED Lighting ที่ทุกโครงการใช้ รวมถึงกระเบื้อง Low VOC เป็นต้น
“เราไม่ได้พัฒนาโครงการโดยที่เริ่มจากการไปนั่งไล่ดูสเป็กแอร์ สเป็กวัสดุ สเป็กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ แบบอันไหน Performance ดี อันไหนประหยัดเยอะแล้วเราดึงมาใช้ในโครงการ จริง ๆ การที่เราจะพัฒนาโครงการที่เป็น Sustainable เราไม่ได้เพิ่งเริ่มทำปีนี้ ปีก่อน อันนี้เป็นเหมือน DNA ของเราในการพัฒนาแต่ละโครงการ”
โครงการของแสนสิริเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ทั้งกลุ่มลูกค้า ลูกบ้าน ศึกษาชีวิต วิถีชีวิตของพวกเขา รวมถึงบริบทต่าง ๆ ของ Site แต่ละแห่งที่มีความแตกต่างกัน บางโครงการอยู่ใจกลางเมือง บางโครงการอยู่ริมชายหาด บางโครงการอยู่บนภูเขา มีบริบทของพื้นที่ สภาพแวดล้อม และคุณสมบัติของดินไม่เหมือนกัน
หลังจากศึกษาทิศทางแดด ลม ฝน ในบริบทของสิ่งแวดล้อม จึงค่อยเริ่มวางตัวอาคารลงไป โดยวางให้สอดรับกับบริบทของสิ่งแวดล้อม และทำให้ตัวอาคารทำ Performance ได้ดีที่สุด
ถัดมาจึงเริ่มวางฟังก์ชั่นต่าง ๆ ให้สอดรับกับการใช้งาน รวมถึงมีฟังก์ชั่นในเชิงของ Sustainable ด้วย เช่น Cooling Core Design ที่เป็นแกนของพื้นที่ช่วยลดอุณหภูมิให้กับโครงการ บางโครงการอาจเป็นพื้นที่สีเขียวก้อนใหญ่ บางโครงการอาจเป็นสระว่ายน้ำกลางคอร์ตยาว ๆ ใหญ่ ๆ ซึ่งนอกจากฟังก์ชั่นที่ลูกบ้านได้ใช้แล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนของพื้นที่โดยรวม ลด Urban Heat Island โดยพยายามจะใช้ Nature-based Solution เป็นหลัก
ชัยรัตน์ กล่าวต่อถึงการดำเนินการใน 3 โครงการต้นแบบ ได้แก่ พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1 พัทยา เลือกพืชที่เหมาะกับพื้นที่ชายหาด หันทิศทางเข้าทะเลรับลมธรรมชาติ ออกแบบ Semi-outdoor และใช้วัสดุเรียบง่ายเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม
เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ หัวหิน ใช้ Single Loaded Corridor รับลมทำให้ห้องเย็น ยืดสระว่ายน้ำยาวตลอดแนวโครงการผ่านหน้าตึกทุกตึกเป็น Cooling Core ลดความร้อน เปิดพื้นที่ติดทะเลไม่มีรั้วกั้น ใช้หลังคาสีเขียวสร้าง Biodiversity
ไวด์เด็น บาย แสนสิริ นางลิ้นจี่ ใช้ Green Buffer และบ่อน้ำเพิ่มความเย็นสบาย ออกแบบที่จอดรถเป็นส่วนหนึ่งของอาคารช่วยระบายอากาศและเป็น Character โครงการ มีพื้นที่ Flexible AreaGreen Loan
จริยาอธิบายเสริมว่า Green Loan แบ่งเป็น 2 พาร์ต พาร์ตแรก คือ Prefinance สินเชื่อที่ใช้ตอนก่อสร้างโครงการ ช่วยทำให้ดอกเบี้ยของการก่อสร้างถูกลง ส่วน Post-finance ทั้ง 3 โครงการเข้าเกณฑ์หมด แต่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อโครงการเสร็จและลูกบ้านเป็นคนกู้
สิ่งที่ทำทั้งหมดนี้ที่มีข้อมูลสนับสนุนอยู่ประมาณหนึ่งว่า โครงการที่ได้รับ Green, Green Bond หรือ Green Finance จะมีมูลค่าสูงกว่าโครงการทั่ว ๆ ไป 7-11% และไม่ใช่แค่แง่ขายง่าย มีคนต้องการซื้อเยอะ มีสถาบันการเงินสนใจที่จะปล่อยสินเชื่อ
ซึ่งทรัพย์สินสีเขียว ที่ได้รับ Green, Green Bond หรือ Green Finance มีมูลค่าสูงกว่าโครงการทั่วไป 7-11% ขายและปล่อยเช่าได้เร็วกว่าปกติ 25% และขอสินเชื่อง่ายเพราะเป็นโครงการที่มี Potential
ในแง่ของแสนสิริ ต้นทุนที่ลดลงจาก Green Loan นั้นเทิร์นกลับมาเป็นวัสดุที่พิเศษ หรือว่าอุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งค่าส่วนกลางที่ถูกลงสำหรับตัวลูกบ้าน ทั้งค่าส่วนกลางของ Unit ก็ลดลง เป็นผลซึ่งกันและกันเสมอ
เธอยกตัวอย่างการบาลานซ์ว่า เมื่อได้ดอกเบี้ยที่ดีขึ้นจาก Green Loan จะเทิร์นกลับไปให้ลูกค้า เช่น พื้นที่ Lobby ที่เมื่อก่อนอยู่ Interior ใช้แอร์เป็นส่วนใหญ่ ก็เทรดออฟพื้นที่บางส่วนให้เป็น Semi-outdoor ทำให้ใช้แอร์ลดลง
จริยาสรุปว่า สำหรับแสนสิริ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินพันธมิตร และร่วมยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ผู้นำ ESG ระดับสากลสำหรับลูกบ้าน ได้บ้านที่ใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ค่าไฟและค่าส่วนกลางลดลง มี Ventilation ในอาคาร มี Shading การเลือกใช้วัสดุที่ช่วย Support ให้การใช้พลังงานลดลง รวมถึงสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น นอกจากนี้ โครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมยังมีแนวโน้มรักษาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินได้ดีกว่าในอนาคต
สำหรับประเทศ สนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนและการขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero ในระยะยาว ลดการใช้พลังงานของประเทศ และยกระดับมาตรฐานอสังหาริมทรัพย์
การดำเนินการเรื่องความยั่งยืนตอบโจทย์ประเทศ ตอบโจทย์โลก เรื่องของ Net Zero น่าจะเป็นจริงได้ในอนาคตอันใกล้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสนสิริ โชว์ DNA ยั่งยืน อสังหาฯรายแรกผ่านเกณฑ์ Taxonomy คว้า Green Loan 4 พันล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net