เคาะไป คุยไป : เคาะ CPALL
#ทันหุ้น-ประกอบการปี 2025ของ CPALL เติบโตแข็งแกร่งทั้งในระดับงบรวมและธุรกิจหลักร้านสะดวกซื้อ โดยรายได้รวมของบริษัท ทะลุ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก อยู่ที่ 1,022,143 ล้านบาท (+3.5% YoY) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 28,206 ล้านบาท (+11.3%) สะท้อนการขยายตัวของอัตรากำไร โดย GPM เพิ่มเป็น 22.7% และ EBIT Margin อยู่ที่ 5.3% สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7‑Eleven มีรายได้ 500,182 ล้านบาท (+5.7%) และกำไรสุทธิ 24,984 ล้านบาท (+15.9%) โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 29.4% และ EBIT Margin อยู่ที่ 7.5% สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดเพิ่ม 700 สาขา ส่งผลให้สิ้นปีมี 15,945 สาขาในประเทศไทย พร้อมรูปแบบร้านขนาดใหญ่และมีที่จอดรถมากขึ้น ขณะที่ยอดขายเฉลี่ยต่อร้านอยู่ที่ 83,777 บาทต่อวัน มีลูกค้าเฉลี่ย 951 คนต่อสาขาต่อวัน และยอดใช้จ่าย 88 บาทต่อบิล แม้ยอดขายสาขาเดิมจะทรงตัว นอกจากนี้ช่องทาง O2O ผ่าน 7Delivery และ All Online ยังคงเติบโต โดยคิดเป็น 11% ของยอดขายทั้งหมด อีกทั้งบริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรของกลุ่มสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคได้ต่อเนื่อง พร้อมควบคุมต้นทุนทางการเงินให้อยู่ต่ำกว่า 4% และรักษา และคาดว่าจะได้ประโยชน์จาก ดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินของบริษัท เนื่องจากโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้ ส่วน D/E ที่ 0.8 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ในปี 2026 ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ขยายธุรกิจของ 7-Eleven อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 700 สาขา ซึ่งกว่า 80% จะเป็นร้านขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่จอดรถ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขณะเดียวกันบริษัทจะเน้นกลยุทธ์สินค้าในกลุ่ม Ready-to-Eat และ Ready-to-Drink ที่มีมาร์จิ้นสูง ผ่านการร่วมมือกับร้านอาหารและแบรนด์ขนมชื่อดังเพื่อพัฒนาเมนูใหม่ ๆ นอกจากนี้ยังผลักดันกลุ่มเครื่องดื่ม All Café ให้ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค เช่น เครื่องดื่มธีมมัทฉะ พร้อมพัฒนาช่องทาง O2O ผ่านบริการ 7Delivery เพื่อเพิ่มตัวเลือกการจัดส่ง การรับสินค้าที่ร้าน และบริการใหม่ในแอป เช่น การซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับแนวโน้มช่วงต้นปี 2026 ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เริ่มกลับมาเติบโต บวกเล็กน้อยในช่วง 2 เดือนแรกของปี จากปัจจัยหนุนด้านสภาพอากาศร้อน การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงเทศกาลและวันหยุดยาวในช่วงต้นปี พร้อมทั้งบริหารค่าใช้จ่าย SG&A อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ CPALL ประกาศจ่ายปันผล 1.65 บาท/หุ้น คิดเป็น Div.Yield ที่ 3.5% ขึ้น XD 30 เม.ย. ซึ่งได้ปรับระดับ payout ratio ขึ้นเป็น 53.2% จากปีก่อนที่ 48.7%
แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระหว่างปรับทดสอบยืนจุดต่ำแท่งเทียนรอบก่อนหน้า 45.75 ยืนเหนือมั่นคงและกลับขึ้นด้วยแท่งเทียนสีขาว แนวโน้มรูปแบบDouble Bottom แนวต้านNeck Lineจุดสูงรอบที่ผ่านมา 48 ผ่านยืนและมีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็นBuy Sig.รูปแบบW แนวต้านจุดทดสอบ 50 และมีโอกาสขึ้นปิดGapแนวต้าน
คำแนะนำASL
กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 48/50
กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 45.75/44.75ไม่ควรต่ำกว่า