โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น้ำมันดิบยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ “ทรัมป์” ลั่นสหรัฐมีกระสุน-เวลาเหลือเฟือ เดินหน้าสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มีนาคม 2569 เวลา 0.21 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

น้ำมันดิบยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ ขณะที่สงครามกำลังยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐมีศักยภาพทางทหารและเวลาเพียงพอในการสู้รบ

วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานตลาดโลก ยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเช้าวันศุกร์ ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม

ณ เวลา 05.40 น. ตามเวลาสหรัฐ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้นราว 0.7% มาอยู่ที่ 101.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้จะลดช่วงบวกจากระดับก่อนหน้า ขณะที่ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% มาอยู่ที่ 95.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โดยรวมแล้ว ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน สัญญาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้นมากกว่า 9% ในสัปดาห์นี้ หลังจากสัปดาห์ก่อนพุ่งขึ้นถึง 27.9% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 ขณะที่สัญญา WTI ซึ่งทำสถิติปรับขึ้นรายสัปดาห์ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็กำลังมุ่งหน้าปิดสัปดาห์นี้ในระดับสูงขึ้นอีกประมาณ 5.8%

นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านกำลังยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งอาจยังไม่สิ้นสุดในเร็ววัน

ทรัมป์กล่าวว่า "สหรัฐมีกำลังยิงที่เหนือกว่า กระสุนไม่จำกัด และมีเวลาเพียงพอ” พร้อมระบุให้ผู้สนับสนุน “รอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลอิหร่าน”

ขณะเดียวกันสำนักข่าว Axios รายงานว่าทรัมป์ได้กล่าวกับผู้นำกลุ่ม G7 ระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์เมื่อต้นสัปดาห์ว่า อิหร่านใกล้จะยอมแพ้แล้ว อย่างไรก็ตามหนึ่งวันถัดมา โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ได้ประกาศผ่านโทรทัศน์ของรัฐว่าจะเดินหน้าต่อสู้ต่อไป

สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ยังคงเป็นประเด็นที่ตลาดกังวล หลังจากมีรายงานว่าเรือต่างชาติหลายลำในพื้นที่ถูกโจมตีด้วยกระสุนในสัปดาห์นี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลว่าสงครามที่ยืดเยื้ออาจสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจโลก

เอบราฮิม โซลฟาการี โฆษกกองบัญชาการทหารของอิหร่าน กล่าวเตือนเมื่อวันพุธว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับเสถียรภาพด้านความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งกำลังถูกทำให้สั่นคลอน

แม้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่ตลาดยังคงเผชิญแรงกดดันจากมาตรการเพิ่มอุปทาน โดยก่อนหน้านี้สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ตกลงระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินในปริมาณเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรล ขณะที่ทำเนียบขาวยังประกาศผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียบางส่วนชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Barclays ระบุว่า นักลงทุนเริ่มมีความกังวลมากขึ้น หลังจากช่วงแรกตลาดคาดว่าสงครามจะเป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้น

“นักลงทุนยังเชื่อในสิ่งที่เรียกว่า ‘Trump put’ จึงทำให้ตลาดหุ้นโลกยังไม่ปรับตัวลงรุนแรงเหมือนในวิกฤตราคาน้ำมันครั้งก่อน ๆ แต่ความวิตกกำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน และหากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ตลาดอาจเผชิญความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation)” นักวิเคราะห์ระบุ

ด้าน อัมจาด บเซซู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทผลิตน้ำมัน EnQuest กล่าวกับ CNBC ว่า ตลาดน้ำมันโลกไม่เคยเผชิญสถานการณ์ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อน

เขากล่าวว่า ทุกวันที่ความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป เท่ากับมีน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวันหายไปจากตลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสมดุลอุปทานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่าวิกฤตครั้งนี้อาจยาวนานและรุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาด และตลาดควรเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านลบมากกว่าความเป็นไปได้ด้านบวก

เขาเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับวิกฤตการคว่ำบาตรน้ำมันของกลุ่มประเทศอาหรับในทศวรรษ 1970 ซึ่งครั้งนั้นทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึงสี่เท่า โดยระบุว่า แม้ราคาน้ำมันในรอบนี้จะเพิ่มขึ้นแล้วราว 50% แต่มีแนวโน้มว่าวิกฤตอาจยืดเยื้อไปอีกระยะหนึ่ง

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...