โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้แค้น ท้ารบ แถลงการณ์แรก “มอจตาบา คาเมนาอี”

INN News

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 12.00 น. • INN News

28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอล ได้เปิดศึกกับอิหร่าน สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ในการโจมตีครั้งแรก และเป็นการจุดชนวนสงครามในตะวันออกกลางตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา อิหร่านตอบโต้กลับ ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในซาอุดิอาระเบีย,กาตาร์,คูเวต,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,บาร์เรน,อิรัก และโอมาน รวมถึงโจมตีอิสราเอล โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน สงครามขยายวงกว้างไปทั้วภูมิภาค การสู้รบในสัปดาห์แรก อิหร่านเหมือนจะตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด และเสียหายอย่างหนัก

กระทั่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 10 ของการสู้รบ สภาผู้เชี่ยวชาญ องค์กรนักบวช 88 คน ผู้ทำหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุด ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่งตั้งอยาตอลเลาะห์ เซยิด มอจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนที่ 3 การตอบโต้ของอิหร่านด้วยโดรน และขีปนาวุธต่อ ฐานทัพ คลังน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงผลประโยชน์ของอิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานในตลาดโลก สร้างความอึดอัดให้ "โดนัลด์ ทรัมป์" เป็นอย่างมาก ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจากราคาน้ำมัน และพลังงาน กำลังสะท้อนกลับมาเล่นงาน"ทรัมป์ และสหรัฐฯ"จากทุกทิศทาง ก่อนมีสัญญาณดี "เมซูด เปเซซเคียน"ประธานาธิบดีของอิหร่าน
พูดถึง 3 เงื่อนไขยุติสงคราม ในการหารือกับผู้นำของรัสเซีย และปากีสถาน

แต่คล้อยหลังไม่ถึง 24 ชั่วโมง ช่วงค่ำของวันที่ 12 มีนาคม "อยาตอลเลาะห์ มอจตาบา คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะชนเลย นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งจากสภาผู้เชี่ยวชาญได้ส่งแถลงการณ์แรกออกมา โดยให้คำมั่นว่า จะแก้แค้นให้กับผู้เสียชีวิตทุกคนนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ประกาศเดินหน้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ท่อนหนึ่งของคำแถลงการณ์ที่ระบุว่า "การแก้แค้นครั้งนี้อาจเป็นเรื่องที่ดูเล็กน้อย แต่จนกว่าจะสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ภารกิจนี้จะยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เราต้องทำให้ได้"

เป็นการส่งสัญญาณที่เข้มข้นมาก ก่อนจะเรียกร้องให้ปิดฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค โดยย้ำว่า "คำกล่าวอ้างของอเมริกาเกี่ยวกับการสร้างความมั่นคง และสันติภาพนั้นเป็นเพียงคำโกหก"ซึ่งเนื้อหาของแถลงการณ์นี้ เหมือนเป็นการตีแสกหน้าสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เป็นคู่กรณี รวมถึงเป็นการส่งสัญญาณแบบเข้มข้นไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียด้วย

นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุด ยังได้ขอบคุณกองทัพอิหร่าน และประชาชนชาวอิหร่าน ที่ร่วมกันต่อสู้ศัตรู ตลอดจนขอบคุณพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค ทั้งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน,กลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ยกย่องเป็นแนวร่วมต่อต้าน เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของอิหร่าน

และทันที่ที่แถลงการณ์นี้จบลง ราคาน้ำมันในตลาดโลก พุ่งสูงขึ้นทันที เบรนท์ทะเลเหนือ แตะระดับสูงสุดที่ 101.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 38% นับตั้งแต่เริ่มโจมตีอิหร่าน อีกทั้ง คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ยังยอมรับตรงๆว่ากองทัพ "ยังไม่พร้อม"ที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็ยิ่งสร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน และพลังงานมากยิ่งขึ้น เพราะช่องแคบฮอร์มุซ มีสัดส่วนที่ น้ำมันและพลังงานทั้งโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ ถึง 1 ใน 5 หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ หรือรุนแรงขึ้นจากท่าทีที่แข็งกร้าวของผู้นำสูงสุดคนใหม่อิหร่าน ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบอย่างรุ่นแรงจากวิกฤติน้ำมัน และคนที่จะเป็นจำเลยของโลกโดยไม่ต้องสงสัยคือ "โดนัลด์ ทรัมป์"ที่เปิดฉากโจมตีนั่นเอง

ดังนั้น สงครามครั้งนี้ แม้ท้ายที่สุดแล้ว อิหร่านจะไม่ชนะ แต่สหรัฐฯ และทั่วโลก จะต้องบอบช้ำอย่างรุนแรง กับการประกาศจะ"แก้แค้น"ของ "มอจตาบา คาเมนาอี" ให้กับผู้เสียชีวิตทุกคนนับตั้งแต่เริ่มสงคราม…

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...