โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ งัด ‘มาตรา 301’ สั่งสอบ 16 คู่ค้าสำคัญที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ รวมถึง ‘ไทย’ เพื่อหวังฟื้นกำแพงภาษีหลังถูกศาลฎีกาปัดตก

The Structure

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 05.02 น. • The Structure

12 มีนาคม 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐอเมริกาประกาศเดินหน้าเปิดการสืบสวนแนวทางการปฏิบัติด้าน “การค้าที่ไม่เป็นธรรม” ระหว่างประเทศคู่ค้าและสหรัฐอเมริกา โดยมี 16 ประเทศคู่ค้าสำคัญในรายชื่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีไทยรวมอยู่ด้วย

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเร่งด่วนโดยคณะบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อฟื้นฟูมาตรการกำแพงภาษีที่เพิ่งถูกศาลฎีกาสหรัฐฯ ตีตกและชี้มูลว่าผิดกฎหมายให้กลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้ง

การดำเนินการสอบสวนในครั้งนี้ อาศัยอำนาจตาม มาตรา 301 (Section 301) ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) ซึ่งเป็นข้อกฎหมายสำคัญที่มอบอำนาจเด็ดขาดแก่สำนักงานผู้แทนการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USTR) ในการประกาศใช้มาตรการกำแพงภาษี หรือมาตรการตอบโต้ทางการค้าอื่นๆ กับประเทศคู่ค้าที่ถูกพิจารณาแล้วว่ามีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม

คณะบริหารของสหรัฐฯ ตั้งข้อกล่าวหาว่า นโยบายของทั้ง 16 ประเทศในบัญชีรายชื่อนี้ ล้วนส่งผลให้ผู้ผลิตสินค้าในสหรัฐฯ ต้องตกอยู่ในสภาวะเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างหนัก ซึ่งผลลัพธ์จากนโยบายเหล่านั้นทำให้เกือบทุกประเทศ (15 จาก 16 ประเทศ) กำลังกอบโกยการได้เปรียบและเกินดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐฯ อย่างมหาศาลในปัจจุบัน

ทั้งนี้ 16 ประเทศในรายชื่อประกอบด้วย:
– สหภาพยุโรป
– จีน
– เม็กซิโก
– เวียดนาม
– ไต้หวัน
– ไทย
– ญี่ปุ่น
– อินเดีย
– เกาหลีใต้
– สวิตเซอร์แลนด์
– มาเลเซีย
– อินโดนีเซีย
– กัมพูชา
– บังคลาเทศ
– นอร์เวย์
– สิงคโปร์

#TheStructure
#TheStructureNews
#สหรัฐอเมริกา #กำแพงภาษี #โดนัลด์ทรัมป์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...