‘วรภัค’ ชวนส่องจีนเร่งเครื่อง Humanoid Robotics ยกระดับสู่ยุทธศาสตร์ชาติ
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 04.09 น. • The Bangkok Insight"วรภัค" ส่องจีนเร่งเครื่อง Humanoid Robotics ผลักดัน AI + Robotics ให้เป็นคลื่นเทคโนโลยีลูกถัดไป สะท้อนภาพของรัฐที่ทำหน้าที่เป็น Industrial Architect อย่างเต็มรูปแบบ
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า จีนเร่งเครื่อง Humanoid Robotics: เมื่ออุตสาหกรรมหุ่นยนต์ถูกยกระดับเป็นยุทธศาสตร์ชาติ
เป็นที่ฮือฮากันไปทั่วโลกการแสดงของหุ่นยนต์จีนบนเวทีตรุษจีนในอาทิตย์ที่ผ่านมา
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนได้ยกระดับหุ่นยนต์ humanoid จากงานวิจัยในห้องทดลอง สู่การเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคตอย่างเป็นทางการ ภายใต้กรอบนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ผ่านเอกสาร Guiding Opinions on the Innovative Development of Humanoid Robots ซึ่งถือเป็นแม่บทระดับชาติ
จีนไม่ได้มอง humanoid robotics เป็นเพียงสินค้าเทคโนโลยี แต่เป็น New Growth Engine หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ที่อาจมีผลกระทบเชิงโครงสร้างไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน หรือรถยนต์พลังงานใหม่ในอดีต
โครงสร้างยุทธศาสตร์: รัฐนำ เอกชนเร่งสเกล
ยุทธศาสตร์ของจีนมีลักษณะชัดเจน 3 ประการ
1. รัฐกำหนดทิศทางเทคโนโลยีหลัก (Technology Direction Setting) โดย MIIT วางกรอบพัฒนาเทคโนโลยีใน 4 ชั้น ได้แก่
- Brain – Large AI Models / Cognitive Systems
- Cerebellum – Motion Control & Reinforcement Learning
- Actuation Systems – แขน ขา ระบบกลไก
- Mechanical Body Structure – โครงสร้างร่างกาย
เป้าหมายคือให้หุ่นยนต์มีความสามารถด้าน Perception–Decision–Execution ในระดับซับซ้อนใกล้มนุษย์
2. เร่งสร้างผลิตภัณฑ์และการใช้งานจริง (Commercialization Acceleration) นโยบายเน้น Application Scenario Expansion อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่
- งานเฉพาะทาง (Special Operations)
- ภาคการผลิต โดยเฉพาะยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
- ภาคบริการและการแพทย์
แนวคิดคือไม่รอเทคโนโลยีสมบูรณ์แบบ 100% แต่ผลักดันการใช้งานในอุตสาหกรรมจริงเพื่อเร่ง Learning Curve
3. สร้างระบบนิเวศและห่วงโซ่อุปทานครบวงจร (Industrial Ecosystem & Supply Chain) จีนให้ความสำคัญกับ
- การพัฒนา Leading Enterprises
- การจัดตั้ง Industrial Clusters
- การกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม
- ระบบทดสอบและรับรอง
- การกำกับความปลอดภัย (Safety Governance)
เป้าหมายระยะกลางคือการสร้าง Supply Chain ที่ “ปลอดภัยและเชื่อถือได้” ลดความเปราะบางเชิงภูมิรัฐศาสตร์
ระดับปฏิบัติการ: ปักกิ่งเป็นสนามเร่งสปีด
ในระดับเมือง ปักกิ่งออกแผนปฏิบัติการปี 2025–2027 ที่กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณชัดเจน เช่น
- สร้าง Global Developer Community
- รวมบริษัทด้าน Embodied AI กว่า 100 แห่ง
- ดึงดูดบุคลากรระดับสูงกว่า 1,000 คน
- ผลิตหุ่นยนต์ระดับ 10,000 เครื่องต่อปี
- พัฒนาฐานข้อมูลโลกจริงระดับหลายล้านรายการ
นโยบายนี้สะท้อนว่า จีนไม่ได้ทดลองแบบกระจัดกระจาย แต่กำลังสร้าง “Industrial Scaling Model” เต็มรูปแบบ
นัยเชิงเศรษฐกิจและการแข่งขันโลก
Humanoid Robotics อยู่จุดตัดของ AI, Advanced Manufacturing และ New Materials จึงเป็นอุตสาหกรรมที่มี Multiplier Effect สูงต่อทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจ
หากจีนสามารถ
- ครองความได้เปรียบด้าน AI Models
- ควบคุมต้นทุนฮาร์ดแวร์ผ่านฐานการผลิตขนาดใหญ่
- สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมของตนเอง
จีนจะไม่เพียงเป็นผู้ผลิต แต่มีโอกาสกำหนดกติกา (Rule Setter) ในอุตสาหกรรมใหม่
รูปแบบการพัฒนานี้คล้ายกับสิ่งที่จีนเคยทำใน EV, Solar และ 5G - รัฐกำหนดทิศทาง สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และเร่งสเกลผ่านตลาดภายในประเทศก่อนขยายสู่ต่างประเทศ
บทส่งท้าย: S-Curve ใหม่ของจีน และคำถามต่อไทย
ความก้าวหน้าของหุ่นยนต์ humanoid จีนที่ปรากฏต่อสาธารณะในช่วงหลัง ไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ทางเทคโนโลยี แต่เป็นผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์ระดับชาติที่มีการออกแบบเชิงอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน
ในระยะ 3–5 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า จีนสามารถเปลี่ยนความได้เปรียบด้าน AI และการผลิต ให้กลายเป็นความเป็นผู้นำเชิงโครงสร้างในเศรษฐกิจโลกได้หรือไม่
หากมองในมุมโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาค สิ่งที่จีนกำลังทำกับ Humanoid Robotics ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมอุตสาหกรรมหนึ่งสาขา แต่คือการReform โครงสร้างอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้าง New S-Curve ของการเติบโต
หลังจาก EV, Solar, 5G และ Digital Platforms จีนกำลังผลักดัน AI + Robotics ให้เป็นคลื่นเทคโนโลยีลูกถัดไป โดยมีแผนแม่บทระดับชาติขับเคลื่อนอย่างชัดเจนผ่านกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ซึ่งทำหน้าที่ทั้งกำหนดทิศทาง เทคโนโลยีหลัก มาตรฐานอุตสาหกรรม ระบบนิเวศ และกลไกสนับสนุนทางการเงิน
นี่คือภาพของรัฐที่ทำหน้าที่เป็น Industrial Architect อย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อย้อนมองกลับมาที่ประเทศไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเราจะลงทุนในเทคโนโลยีใด แต่คือ
- เรามีแผนแม่บทอุตสาหกรรมใหม่ที่ชัดเจนหรือไม่
- เรากำหนด Technology Direction ระดับชาติหรือยัง
- กระทรวงอุตสาหกรรมของเราทำหน้าที่เป็น Strategic Driver หรือเพียง Regulatory Administrator
ในความเป็นจริง โอกาสที่จะเห็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์แบบครบวงจรในลักษณะเดียวกันยังดูเลือนลางในปัจจุบัน
เราคงได้แต่หวังการลงทุนในเซกเตอร์พวกนี้ FDI ขยายมาสร้างโรงงานในบ้านเรา โดยมี BOI เป็นกำลังหลักในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่พวกนี้ ทำให้เกิด technology transfer และสร้าง supply chain cluster ให้เติบโตขึ้นในเมืองไทย
โลกกำลังเข้าสู่ S-Curve เทคโนโลยีลูกใหม่ คำถามคือ ประเทศไทยจะยืนอยู่จุดใดของคลื่นลูกนั้น จะเป็นผู้ตามในห่วงโซ่อุปทาน หรือเป็นผู้ออกแบบทิศทางของตนเอง
ข้อมูลที่ผมใช้ในการเขียนบทความนี้มาจากเว็บไซต์ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศจีนครับ https://www.miit.gov.cn/…/art…
คำถามที่เราต้องถามตัวเองแบบซื่อสัตย์คือ ถึงเวลาที่เราต้องปฏิรูประบบราชการอย่างจริงจังแล้วหรือยัง เพื่อให้ภาครัฐแข็งแรงพอที่จะเป็นผู้นำและให้เอกชนเป็นผู้สร้างแบบที่จีนทำให้ทั้งโลกเห็นมาแล้ว ?
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'วรภัค' สะท้อนเศรษฐกิจไทย แม้ฟื้นตัวเกินคาด ระวังติดหล่มโต 2% กลายเป็น New Normal
- 'วรภัค' ชี้ทองคำทะลุ 8 หมื่น ไม่ใช่แค่ราคาขึ้น แต่คือ เงินไหลเข้า-ถือครอง
- 'วรภัค' ย้อนรอยฟองสบู่ทองคำ พุ่งแรงรอบนี้สะท้อนระบบการเงินโลกเปลี่ยน
ติดตามเราได้ที่