โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วันวลิต” รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยาเมื่อ 400 ปีก่อน ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 08.09 น.
ภาพวาดแผนที่กรุงศรีอยุธยา (ภาพจาก หนังสือ : Description Du Royaume De Siam)

วันวลิต พ่อค้าฮอลันดา รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยาเมื่อ 400 ปีก่อน ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ

ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ที่เรารับรู้กันในปัจจุบัน นอกจากจะมาจากพงศาวดาร ที่ว่าด้วยเรื่องราวของพระมหากษัตริย์เป็นหลักแล้ว ยังมีจดหมายเหตุ และบันทึกรายวันของชาวต่างชาติ ซึ่งเข้ามาติดต่อค้าขายกับอยุธยาในแต่ละช่วงเวลา บันทึกของชาวต่างชาติเหล่านี้บรรยายถึงสังคม วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อของชาวอยุธยา ทำให้ภาพชาวอยุธยาแจ่มชัดขึ้นในการศึกษาของคนรุ่นหลัง

หนึ่งในกลุ่มพ่อค้าต่างชาติ ที่มีบทบาทอย่างมากในอยุธยา โดยเฉพาะในคริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือราว 400 ปีก่อน คือ พ่อค้าชาวฮอลันดา (ชาวดัตช์) ลูกจ้างของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา หรือ“วีโอซี” (Verenigde Oost-Indische Compagnie-VOC)

พวกเขาไม่เพียงทำการค้า แต่ยังทำหน้าที่สังเกตการณ์ความเป็นไปต่าง ๆ แล้วจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการทำการค้าของวีโอซี ขณะเดียวกันบันทึกบางส่วนก็ได้รับการตีพิมพ์ออกสู่สาธารณะ ตอบความต้องการของชาวยุโรปบางส่วน ที่อยากรับทราบเรื่องราวความเป็นไปของอีกซีกโลก ดินแดนที่พวกเขาไม่มีโอกาสเดินทางไปเยือนด้วยตนเอง

ชาวฮอลันดาลูกจ้างวีโอซี ที่ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาคุ้นหูกันดี หนีไม่พ้นเยเรเมียส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet) หรือ“วันวลิต” เขาเคยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าสถานีการค้าวีโอซีในอยุธยา ก่อนขึ้นเป็นหัวหน้าสถานีใน ค.ศ. 1636-1641 (พ.ศ. 2179-2184) ฟาน ฟลีต บันทึกสิ่งที่พบเห็นในอยุธยาไว้อย่างละเอียดในงาน “Description of the Kingdom of Siam” หรือ “พรรณนาเรื่องอาณาจักรสยาม”

ยังมี กอร์เนลิส ฟัน ไนเอินโรเดอ (Cornelis van Nijenrode) หัวหน้าสถานีการค้าวีโอซีในอยุธยาระหว่าง ค.ศ. 1611-1612 (พ.ศ. 2154-2155) และ ค.ศ. 1617-1621 (พ.ศ. 2160-2164) โยสต์ สเคาเติน (Joost Schouten) หัวหน้าสถานีการค้าวีโอซีในอยุธยาระหว่าง ค.ศ. 1633-1636 (พ.ศ. 2176-2179) และไคสแบร์ต เฮก (Gijsbert Heecq) แพทย์ประจำวีโอซี เข้ามาพร้อมเรือบริษัทที่มาถึงอยุธยา เมื่อ ค.ศ. 1655 (พ.ศ. 2198) ที่บันทึกวิถีชีวิตชาวอยุธยาเอาไว้ด้วยเช่นกัน

วันวลิต พ่อค้าฮอลันดา รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยา ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ

ในโครงการวิจัย “งานพรรณนาการเดินทางว่าด้วยราชอาณาจักรสยามโดยชาวฮอลันดาในคริสต์ศตวรรษที่ 17” โดย ผศ. ดร. ภาวรรณ เรืองศิลป์ อาจารย์ประจำภาคประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งศึกษาเอกสาร 4 ฉบับ เขียนโดยฟาน ฟลีต ไนเอินโรเดอ สเคาเติน และเฮก ระบุว่า ประเด็นหนึ่งที่ชาวฮอลันดาสนใจชาวอยุธยา คือ เรื่องครอบครัว

โดยรวมแล้ว เอกสารพ่อค้าฮอลันดาพูดถึงประเด็นนี้ว่า ใครอยากแต่งงานต้องเข้าหาพ่อแม่หรือเพื่อนสนิทมากกว่าเข้าหาเจ้าตัว และให้คนอื่นทาบทามคู่ครองในนามของตน โดยไม่เคยได้พูดคุยหรือมองดูฝ่ายหญิงเลย จะรู้จักผู้หญิงก็จากการผ่านคำบอกเล่าหรือผ่านการติดต่อพ่อแม่

พ่อแม่มักจะเตรียมการแต่งงานโดยลูกสาวและชายหนุ่มไม่ได้รับรู้ เวลาพบปะพูดคุยกัน ก็จะคุยกันว่า มีลูกสาวหลานสาวอย่างไรบ้าง ข้ารับใช้ชายหญิงที่ถึงวัยแต่งงาน ระหว่างเพื่อนจะแต่งงานกันเอง ไม่เอาคนนอก แต่งกันในเครือญาติ ยกเว้นแต่พี่น้อง แต่ไนเอินโรเดอก็เคยเห็นพี่น้องต่างแม่ และลูกพี่ลูกน้องแต่งงานกัน

หากวิเคราะห์ตามที่พ่อค้าชาวฮอลันดาบันทึกไว้ การแต่งงานชาวอยุธยายุคนั้นก็คงเรียกได้ว่า ใช้ “แม่สื่อ” จับคู่ชายหญิงให้ได้แต่งงานกัน แล้วก็เป็นการแต่งงานแบบ “คลุมถุงชน” นั่นเอง

บันทึกพ่อค้าฮอลันดายังพูดถึงเรื่องครอบครัวในภาพรวมอีกว่า การแต่งงานของชาวสยามให้ความสำคัญกับความงามและความรวย และไม่ค่อยเห็นความสำคัญของคุณธรรมอย่างชาวดัตช์ การจีบ การใช้คำหวาน และความปากอย่างใจอย่าง อย่างที่เกิดขึ้นในสังคมดัตช์ ไม่มีความสำคัญที่นี่ ผู้ใหญ่ตัดสินใจแล้วผู้น้อยต้องทำตาม พ่อแม่จับหมั้นหมายกันตั้งแต่ไม่ถึง 10 ขวบ หรือน้อยกว่านั้น และไม่รู้ความกว่านั้น

ไนเอินโรเดอเคยเห็นบางคนที่อายุไม่ถึง 12 ปี แต่งงานอย่างเป็นทางการ และมีลูกภายในปีสองปี ทำให้พวกฮอลันดาประหลาดใจอย่างมาก และถ้าใครอายุ 20-24 ปีแล้วยังไม่เคยหมั้นหมายก็สามารถเลือกคู่หรืออยู่กินกันได้ โดยกฎหมายหรือญาติมิตรก็ไม่สามารถแยกจากกัน

ชาวสยามสามารถแยกทางกันได้ด้วยเหตุผลเล็กน้อย ผู้ชายทิ้งผู้หญิงได้อย่างที่ไนเอินโรเดอเคยเห็น ด้วยเหตุผลว่า เพราะไม่สามารถมีลูกได้ ทั้งสามีและภรรยาสามารถไปหาคู่ใหม่ได้

ส่วนเฮกบันทึกเรื่องราวชีวิตคู่ระหว่างชายชาวดัตช์กับหญิงพื้นเมืองในสยาม หลายกรณีที่พ่อชาวดัตช์ออกจากสยามไปแล้ว แม่ชาวพื้นเมืองจะเอาเงินที่ใช้เลี้ยงดูลูกไปใช้กับการดื่มเหล้ามากกว่าเลี้ยงดูลูก

ด้านวันวลิต พ่อค้าฮอลันดาอีกราย บันทึกการแต่งงาน และการใช้ชีวิตคู่ชาวอยุธยาว่า (จัดย่อหน้าใหม่และเน้นคำโดยผู้เขียนบทความออนไลน์)

“ถึงแม้พวกสยามฟุ่มเฟือยและมัวเมาในกามก็ตาม พวกเขาก็ให้คุณค่าสูงกับการแต่งงาน ผู้ที่ผิดประเวณี (ชายหรือหญิงก็ตาม) ในกฎหมายที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุโทษถึงตาย และต้องถูกฆ่าโดยให้ช้างเหยียบ มีขนบธรรมเนียมต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการมีเรือน เพราะพวกลูก ๆ ของพวกเขามีอิทธิพลมากที่สุด เมื่อเจริญวัยแล้วมักแต่งงานกันโดยเป็นไปตามพระราชประสงค์ หรือด้วยความเห็นชอบของพระเจ้าแผ่นดิน

พวกแม่ม่ายของพวกขุนนางที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว หรือที่ถูกลงอาญาถูกยกให้แก่ขุนนางคนอื่นในฐานะภรรยาหลวงหรืออนุภรรยา และด้วยความเกรงกลัวพระเจ้าแผ่นดิน พวกนางจะไม่ทิ้งสามีใหม่ของนางไปง่าย ๆ และไปแต่งงานกับคนอื่น แต่โดยปกติการแต่งงานเกิดขึ้นด้วยความยินยอมพร้อมใจของบิดามารดา หรือมิตรสหายเสมอ และในหมู่คนมีอำนาจ คนชั้นสูง และคนร่ำรวย มีธรรมเนียมว่า แต่ละฝ่ายต้องให้ทรัพย์สินที่มีค่าแก่อีกฝ่าย

การแต่งงานจัดขึ้นโดยไม่มีพิธีทางศาสนา แต่มีดนตรีและการเลี้ยงฉลองเสมอ อาจเป็นไปได้ที่มีการหย่าร้างโดยการแบ่งทรัพย์สมบัติและลูก ๆ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน และเรื่องนี้สามารถทำโดยไม่ถูกตำหนิติเตียน หรือถูกลงโทษโดยพนักงานผู้ปกครองเพราะทำผิดกฎหมาย

นอกจากภรรยาซึ่งเขาได้แต่งงาน (แม้แต่ภรรยาที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้แก่เขา) สามีก็อาจนำเอาอนุภรรยาจำนวนหลายคนเข้ามาในบ้านได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากใคร แต่ผู้หญิงเหล่านี้ต้องเชื่อฟังภรรยาหลวง ซึ่งพอใจที่มีอำนาจเหนือหญิงอื่น ๆ ทั้งหลาย และพอใจกับความคิดที่ว่า บุตรธิดาของนางจะเป็นทายาทผู้รับมรดกทรัพย์สมบัติของบิดา เพราะพวกลูก ๆ ของพวกอนุภรรยาต้องพอใจกับส่วนแบ่งส่วนน้อยที่พึงได้เท่านั้น”

ส่วนการแต่งงานของสามัญชน และชนชั้นต่ำ วันวลิตระบุว่า มีธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ต่างออกไปจากการแต่งงานของชนชั้นสูง

“เจ้าบ่าวต้องมาทำความเข้าใจกับบิดามารดา และมิตรสหายของเจ้าสาวเสียก่อน และซื้อเธอด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ลูกสาวจะถูกยกให้ไป และมีการจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้น การแต่งงานอาจเลิกล้มไปด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย และด้วยการแบ่งบุตรไปเลี้ยงดู การเลิกร้างที่เกิดขึ้นนี้มักต้องมีเหตุผลเพียงพอ และไม่ถูกติฉินนินทา”

ที่ว่ามาเป็นภาพรวมเรื่องครอบครัว ชีวิตคู่ชาวอยุธยา และชาวบ้านทั่วไปเมื่อ 400 ปีก่อน ซึ่งผู้บันทึกถ่ายทอดสิ่งที่พบเห็น (หรือได้ยินเขาบอกเล่าต่อ ๆ กันมา) ด้วยมุมมอง ความคิด และประสบการณ์แบบชาวตะวันตก

ถ้าใครอยากรู้ว่า ชาวฮอลันดารีวิวชีวิตมนุษย์อยุธยายุคนั้นว่าอะไรอีกบ้าง เห็นทีต้องลองไปค้นอ่านกันดู

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ภาวรรณ เรืองศิลป์. (2557). โครงการวิจัย “งานพรรณนาการเดินทางว่าด้วยราชอาณาจักรสยามโดยชาวฮอลันดาในคริสต์ศตวรรษที่ 17”. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เยเรเมียส ฟาน ฟลีต. พรรณนาเรื่องอาณาจักรสยาม, นันทา วรเนติวงศ์, แปล. ใน, รวมบันทึกประวัติศาสตร์อยุธยาของฟาน ฟลีต (วัน วลิต). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2548.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วันวลิต” รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยาเมื่อ 400 ปีก่อน ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...