“วันวลิต” รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยาเมื่อ 400 ปีก่อน ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ
วันวลิต พ่อค้าฮอลันดา รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยาเมื่อ 400 ปีก่อน ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ
ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ที่เรารับรู้กันในปัจจุบัน นอกจากจะมาจากพงศาวดาร ที่ว่าด้วยเรื่องราวของพระมหากษัตริย์เป็นหลักแล้ว ยังมีจดหมายเหตุ และบันทึกรายวันของชาวต่างชาติ ซึ่งเข้ามาติดต่อค้าขายกับอยุธยาในแต่ละช่วงเวลา บันทึกของชาวต่างชาติเหล่านี้บรรยายถึงสังคม วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อของชาวอยุธยา ทำให้ภาพชาวอยุธยาแจ่มชัดขึ้นในการศึกษาของคนรุ่นหลัง
หนึ่งในกลุ่มพ่อค้าต่างชาติ ที่มีบทบาทอย่างมากในอยุธยา โดยเฉพาะในคริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือราว 400 ปีก่อน คือ พ่อค้าชาวฮอลันดา (ชาวดัตช์) ลูกจ้างของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา หรือ“วีโอซี” (Verenigde Oost-Indische Compagnie-VOC)
พวกเขาไม่เพียงทำการค้า แต่ยังทำหน้าที่สังเกตการณ์ความเป็นไปต่าง ๆ แล้วจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการทำการค้าของวีโอซี ขณะเดียวกันบันทึกบางส่วนก็ได้รับการตีพิมพ์ออกสู่สาธารณะ ตอบความต้องการของชาวยุโรปบางส่วน ที่อยากรับทราบเรื่องราวความเป็นไปของอีกซีกโลก ดินแดนที่พวกเขาไม่มีโอกาสเดินทางไปเยือนด้วยตนเอง
ชาวฮอลันดาลูกจ้างวีโอซี ที่ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาคุ้นหูกันดี หนีไม่พ้นเยเรเมียส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet) หรือ“วันวลิต” เขาเคยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าสถานีการค้าวีโอซีในอยุธยา ก่อนขึ้นเป็นหัวหน้าสถานีใน ค.ศ. 1636-1641 (พ.ศ. 2179-2184) ฟาน ฟลีต บันทึกสิ่งที่พบเห็นในอยุธยาไว้อย่างละเอียดในงาน “Description of the Kingdom of Siam” หรือ “พรรณนาเรื่องอาณาจักรสยาม”
ยังมี กอร์เนลิส ฟัน ไนเอินโรเดอ (Cornelis van Nijenrode) หัวหน้าสถานีการค้าวีโอซีในอยุธยาระหว่าง ค.ศ. 1611-1612 (พ.ศ. 2154-2155) และ ค.ศ. 1617-1621 (พ.ศ. 2160-2164) โยสต์ สเคาเติน (Joost Schouten) หัวหน้าสถานีการค้าวีโอซีในอยุธยาระหว่าง ค.ศ. 1633-1636 (พ.ศ. 2176-2179) และไคสแบร์ต เฮก (Gijsbert Heecq) แพทย์ประจำวีโอซี เข้ามาพร้อมเรือบริษัทที่มาถึงอยุธยา เมื่อ ค.ศ. 1655 (พ.ศ. 2198) ที่บันทึกวิถีชีวิตชาวอยุธยาเอาไว้ด้วยเช่นกัน
วันวลิต พ่อค้าฮอลันดา รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยา ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ
ในโครงการวิจัย “งานพรรณนาการเดินทางว่าด้วยราชอาณาจักรสยามโดยชาวฮอลันดาในคริสต์ศตวรรษที่ 17” โดย ผศ. ดร. ภาวรรณ เรืองศิลป์ อาจารย์ประจำภาคประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งศึกษาเอกสาร 4 ฉบับ เขียนโดยฟาน ฟลีต ไนเอินโรเดอ สเคาเติน และเฮก ระบุว่า ประเด็นหนึ่งที่ชาวฮอลันดาสนใจชาวอยุธยา คือ เรื่องครอบครัว
โดยรวมแล้ว เอกสารพ่อค้าฮอลันดาพูดถึงประเด็นนี้ว่า ใครอยากแต่งงานต้องเข้าหาพ่อแม่หรือเพื่อนสนิทมากกว่าเข้าหาเจ้าตัว และให้คนอื่นทาบทามคู่ครองในนามของตน โดยไม่เคยได้พูดคุยหรือมองดูฝ่ายหญิงเลย จะรู้จักผู้หญิงก็จากการผ่านคำบอกเล่าหรือผ่านการติดต่อพ่อแม่
พ่อแม่มักจะเตรียมการแต่งงานโดยลูกสาวและชายหนุ่มไม่ได้รับรู้ เวลาพบปะพูดคุยกัน ก็จะคุยกันว่า มีลูกสาวหลานสาวอย่างไรบ้าง ข้ารับใช้ชายหญิงที่ถึงวัยแต่งงาน ระหว่างเพื่อนจะแต่งงานกันเอง ไม่เอาคนนอก แต่งกันในเครือญาติ ยกเว้นแต่พี่น้อง แต่ไนเอินโรเดอก็เคยเห็นพี่น้องต่างแม่ และลูกพี่ลูกน้องแต่งงานกัน
หากวิเคราะห์ตามที่พ่อค้าชาวฮอลันดาบันทึกไว้ การแต่งงานชาวอยุธยายุคนั้นก็คงเรียกได้ว่า ใช้ “แม่สื่อ” จับคู่ชายหญิงให้ได้แต่งงานกัน แล้วก็เป็นการแต่งงานแบบ “คลุมถุงชน” นั่นเอง
บันทึกพ่อค้าฮอลันดายังพูดถึงเรื่องครอบครัวในภาพรวมอีกว่า การแต่งงานของชาวสยามให้ความสำคัญกับความงามและความรวย และไม่ค่อยเห็นความสำคัญของคุณธรรมอย่างชาวดัตช์ การจีบ การใช้คำหวาน และความปากอย่างใจอย่าง อย่างที่เกิดขึ้นในสังคมดัตช์ ไม่มีความสำคัญที่นี่ ผู้ใหญ่ตัดสินใจแล้วผู้น้อยต้องทำตาม พ่อแม่จับหมั้นหมายกันตั้งแต่ไม่ถึง 10 ขวบ หรือน้อยกว่านั้น และไม่รู้ความกว่านั้น
ไนเอินโรเดอเคยเห็นบางคนที่อายุไม่ถึง 12 ปี แต่งงานอย่างเป็นทางการ และมีลูกภายในปีสองปี ทำให้พวกฮอลันดาประหลาดใจอย่างมาก และถ้าใครอายุ 20-24 ปีแล้วยังไม่เคยหมั้นหมายก็สามารถเลือกคู่หรืออยู่กินกันได้ โดยกฎหมายหรือญาติมิตรก็ไม่สามารถแยกจากกัน
ชาวสยามสามารถแยกทางกันได้ด้วยเหตุผลเล็กน้อย ผู้ชายทิ้งผู้หญิงได้อย่างที่ไนเอินโรเดอเคยเห็น ด้วยเหตุผลว่า เพราะไม่สามารถมีลูกได้ ทั้งสามีและภรรยาสามารถไปหาคู่ใหม่ได้
ส่วนเฮกบันทึกเรื่องราวชีวิตคู่ระหว่างชายชาวดัตช์กับหญิงพื้นเมืองในสยาม หลายกรณีที่พ่อชาวดัตช์ออกจากสยามไปแล้ว แม่ชาวพื้นเมืองจะเอาเงินที่ใช้เลี้ยงดูลูกไปใช้กับการดื่มเหล้ามากกว่าเลี้ยงดูลูก
ด้านวันวลิต พ่อค้าฮอลันดาอีกราย บันทึกการแต่งงาน และการใช้ชีวิตคู่ชาวอยุธยาว่า (จัดย่อหน้าใหม่และเน้นคำโดยผู้เขียนบทความออนไลน์)
“ถึงแม้พวกสยามฟุ่มเฟือยและมัวเมาในกามก็ตาม พวกเขาก็ให้คุณค่าสูงกับการแต่งงาน ผู้ที่ผิดประเวณี (ชายหรือหญิงก็ตาม) ในกฎหมายที่เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุโทษถึงตาย และต้องถูกฆ่าโดยให้ช้างเหยียบ มีขนบธรรมเนียมต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการมีเรือน เพราะพวกลูก ๆ ของพวกเขามีอิทธิพลมากที่สุด เมื่อเจริญวัยแล้วมักแต่งงานกันโดยเป็นไปตามพระราชประสงค์ หรือด้วยความเห็นชอบของพระเจ้าแผ่นดิน
พวกแม่ม่ายของพวกขุนนางที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว หรือที่ถูกลงอาญาถูกยกให้แก่ขุนนางคนอื่นในฐานะภรรยาหลวงหรืออนุภรรยา และด้วยความเกรงกลัวพระเจ้าแผ่นดิน พวกนางจะไม่ทิ้งสามีใหม่ของนางไปง่าย ๆ และไปแต่งงานกับคนอื่น แต่โดยปกติการแต่งงานเกิดขึ้นด้วยความยินยอมพร้อมใจของบิดามารดา หรือมิตรสหายเสมอ และในหมู่คนมีอำนาจ คนชั้นสูง และคนร่ำรวย มีธรรมเนียมว่า แต่ละฝ่ายต้องให้ทรัพย์สินที่มีค่าแก่อีกฝ่าย
การแต่งงานจัดขึ้นโดยไม่มีพิธีทางศาสนา แต่มีดนตรีและการเลี้ยงฉลองเสมอ อาจเป็นไปได้ที่มีการหย่าร้างโดยการแบ่งทรัพย์สมบัติและลูก ๆ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน และเรื่องนี้สามารถทำโดยไม่ถูกตำหนิติเตียน หรือถูกลงโทษโดยพนักงานผู้ปกครองเพราะทำผิดกฎหมาย
นอกจากภรรยาซึ่งเขาได้แต่งงาน (แม้แต่ภรรยาที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้แก่เขา) สามีก็อาจนำเอาอนุภรรยาจำนวนหลายคนเข้ามาในบ้านได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากใคร แต่ผู้หญิงเหล่านี้ต้องเชื่อฟังภรรยาหลวง ซึ่งพอใจที่มีอำนาจเหนือหญิงอื่น ๆ ทั้งหลาย และพอใจกับความคิดที่ว่า บุตรธิดาของนางจะเป็นทายาทผู้รับมรดกทรัพย์สมบัติของบิดา เพราะพวกลูก ๆ ของพวกอนุภรรยาต้องพอใจกับส่วนแบ่งส่วนน้อยที่พึงได้เท่านั้น”
ส่วนการแต่งงานของสามัญชน และชนชั้นต่ำ วันวลิตระบุว่า มีธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ต่างออกไปจากการแต่งงานของชนชั้นสูง
“เจ้าบ่าวต้องมาทำความเข้าใจกับบิดามารดา และมิตรสหายของเจ้าสาวเสียก่อน และซื้อเธอด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ลูกสาวจะถูกยกให้ไป และมีการจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้น การแต่งงานอาจเลิกล้มไปด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย และด้วยการแบ่งบุตรไปเลี้ยงดู การเลิกร้างที่เกิดขึ้นนี้มักต้องมีเหตุผลเพียงพอ และไม่ถูกติฉินนินทา”
ที่ว่ามาเป็นภาพรวมเรื่องครอบครัว ชีวิตคู่ชาวอยุธยา และชาวบ้านทั่วไปเมื่อ 400 ปีก่อน ซึ่งผู้บันทึกถ่ายทอดสิ่งที่พบเห็น (หรือได้ยินเขาบอกเล่าต่อ ๆ กันมา) ด้วยมุมมอง ความคิด และประสบการณ์แบบชาวตะวันตก
ถ้าใครอยากรู้ว่า ชาวฮอลันดารีวิวชีวิตมนุษย์อยุธยายุคนั้นว่าอะไรอีกบ้าง เห็นทีต้องลองไปค้นอ่านกันดู
อ่านเพิ่มเติม :
- บันทึกพ่อค้าฮอลันดา ระบุกษัตริย์อยุธยามีรายได้ 25 ตันทองต่อปี!
- มุมน่าสะพรึงกลัวของ “พระนเรศวร” จากบันทึกวัน วลิต กับงานเขียนโต้ของคึกฤทธิ์
- ความขัดแย้ง อยุธยา-V.O.C. สมัยพระนารายณ์ ดัตช์ถึงขั้นส่งเรือรบปิดอ่าวไทย
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
ภาวรรณ เรืองศิลป์. (2557). โครงการวิจัย “งานพรรณนาการเดินทางว่าด้วยราชอาณาจักรสยามโดยชาวฮอลันดาในคริสต์ศตวรรษที่ 17”. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เยเรเมียส ฟาน ฟลีต. พรรณนาเรื่องอาณาจักรสยาม, นันทา วรเนติวงศ์, แปล. ใน, รวมบันทึกประวัติศาสตร์อยุธยาของฟาน ฟลีต (วัน วลิต). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2548.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 มกราคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วันวลิต” รีวิวชีวิตคู่ชาวอยุธยาเมื่อ 400 ปีก่อน ใครผิดประเวณีต้องถูกช้างเหยียบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com