โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หลักการใช้ชีวิต” ของรัชกาลที่ 5 ที่ส่งต่อไปยังพระราชโอรส-นัดดา คืออะไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 08.50 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 08.50 น.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินวัดรัชฎาธิษฐาน (วัดเงิน) ธนบุรี พ.ศ. 2447 จาก fb สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

“หลักการใช้ชีวิตของร.5” ที่ส่งต่อไปยังพระราชโอรส-นัดดา คืออะไร?

แต่ละคนเมื่อเกิดมาแล้ว ล้วนมี “หลักการใช้ชีวิต” ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ก็ทรงมีหลักการใช้ชีวิตส่วนพระองค์เช่นกัน

หลักการนั้นก็คือ “จะต้องเสวยให้ได้ดี บรรทมให้หลับสนิท”

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์พระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ และพระราชนัดดาในรัชกาลที่ 5 ทรงเล่าไว้ในพระนิพนธ์“เจ้าชีวิต: สยามก่อนยุคประชาธิปไตย”

พระองค์ทรงเล่าว่า พระอัยกานั้นทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระชนมชีพอันเปี่ยมสุข พระองค์จะทรงทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองอย่างขันแข็ง ขณะเดียวกัน เมื่อไม่มีพระราชกิจอันใด ก็จะทรงใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานเต็มที่

หลักการใช้ชีวิตของกษัตริย์ไทยพระองค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีก็คือ “จะต้องเสวยให้ได้ดี บรรทมให้หลับสนิท”

หลักการนี้รัชกาลที่ 5 มิได้ตรัสเพียงอย่างเดียว แต่พระองค์ทรงปฏิบัติเรื่อยมา

เรื่องของ“การเสวย” จะเห็นว่าพระองค์โปรดการทำอาหารอย่างมาก เมื่อมีโอกาสอันดี ก็จะทรงปรุงอาหารด้วยพระองค์เอง โปรดการชิมอาหารต่าง ๆ จากหลากหลายที่ รวมถึงทรงเขียนหนังสือที่ข้องเกี่ยวกับการกินอีกด้วย ดังที่ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงกล่าวไว้ว่า

“ทรงเป็นพ่อครัวผู้สามารถ โปรดอาหารที่โอชารสทุก ๆ ชนิด ไทย จีน มลายู และฝรั่ง ทรงแต่งหนังสือเรื่องหนึ่งว่าด้วยการปรุงอาหารฝรั่ง ทรงแถลงวิธีที่จะทำอาหารฝรั่งชนิดต่าง ๆ คือ ซุป ๔๖ ประเภท เนื้อโคและแกะ ๓๖ หมู ๑๕ นกไก่เป็ด ๔๙ กุ้ง ๗ ปลาและปู ๓๑ แซนด์วิช ๑๔ และสลัด ๑๒ ของโปรดที่สุดคือเสวยปิกนิกเวลาเสด็จประพาส แล้วต่างปรุงอาหารกันเอง”

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ ที่บ่งบอกได้ว่ารัชกาลที่ 5 โปรดการทำอาหารยิ่ง เช่น เมื่อมีงานขึ้นเรือนต้น พระราชวังดุสิต พระองค์ก็ทรงปรุงอาหารด้วยพระองค์เอง หรือตอนที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ก็ทรงพระปรีชาสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบที่มีอยู่ให้เข้ากับอาหารไทย

ด้วยเหตุนี้เองพระองค์จึงทรงได้รับการขนามพระนามว่า “ผู้มีอัจฉริยภาพด้านอาหาร”

ขณะเดียวกัน ด้านหลักการใช้ชีวิตเรื่อง“บรรทมให้หลับสนิท” พระองค์ก็ทรงปฏิบัติเช่นนั้นเรื่อยมา

พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัชกาลที่ 5 จะไม่ทรงตื่นบรรทมก่อนเที่ยง หากไม่มีงานในตอนเช้า ถึงเวลา 15.00 น. จะเสวยกลางวัน และเสวยพระองค์เดียว โดยมีพระมเหสี เจ้าจอม หรือพระราชโอรส-ธิดา เฝ้า เวลาเสวยกลางวันก็มักจะทรงอ่านหนังสือราชการไปด้วย และพระองค์ก็ทรงไม่เข้าพระที่บรรทมก่อนเวลา 03.00 น. ด้วยทรงต้องสะสางกิจบ้านเมืองอันมากมาย

การ “บรรทมให้หลับสนิท”นั้น ไม่ได้เป็นหลักการที่รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิบัติเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น เพราะพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ก็กล่าวว่า “นับตั้งแต่ทรงเติบโตขึ้นจนเป็นผู้ใหญ่ก็เสด็จเข้าบรรทมดึกขึ้น ๆ โดยลำดับ เป็นลักษณะที่พระโอรสและนัดดาก็มักจะติดมาด้วย”

ถือเป็น “หลักการใช้ชีวิต” ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระอุปนิสัยของพระองค์ที่เมื่อทรงตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้ว ย่อมทำสิ่งนั้นจนเป็นพระราชกิจประจำ และสัมฤทธิ์ผลได้อย่างดีนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จุลจักรพงษ์, พล.ต. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า, 2451-2506. เจ้าชีวิต: สยามก่อนยุคประชาธิปไตย. [ม.ป.ท.]:ริเวอร์ บุ๊คส์ จำกัด, 2541. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:181908.

https://www.silpa-mag.com/history/article_135208

https://www.silpa-mag.com/history/article_159636

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 21 มกราคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หลักการใช้ชีวิต” ของรัชกาลที่ 5 ที่ส่งต่อไปยังพระราชโอรส-นัดดา คืออะไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...