ผู้สมัคร สส."พลังประชารัฐ" รวมตัว เรียกร้อง “บิ๊กป้อม” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค สร้างความมั่นใจก่อนเลือกตั้ง
ผู้สมัคร สส."พลังประชารัฐ" รวมตัว เรียกร้อง “บิ๊กป้อม” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค สร้างความมั่นใจก่อนเลือกตั้ง ชี้ ถูกปล่อยลอยแพ ขาดการสนับสนุนในพื้นที่ มอง ขาดเสาหลัก-หาเสาไม่เจอเลยสักหลัก ลั่น ถ้าบริหารจัดการไม่ได้ก็ออกไป ขอลุงเรากลับคืนมา ด้าน บิ๊กป้อม ยัน ไม่กลับมาแล้ว
วันที่ 16 ม.ค. 69 ที่พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มผู้สมัคร สส. ได้นัดรวมพลเพื่อทวงถามความชัดเจนด้านนโยบาย ตลอดจนการบริหารจัดการภายในพรรค พร้อมเรียกร้องให้พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาและอดีตหัวหน้าพรรคให้กลับมาบริหารงานพรรค เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้สมัคร รวมถึงสมาชิกพรรค เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง
ด้านนายศุภศิษฎิ์ สรภัสจิรพงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 4 ชลบุรี กล่าวว่า ที่มาวันนี้ จะมาขอสอบถาม และขอความชัดเจนจากพรรคพลังประชารัฐ เกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุน และดูแลผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งในด้านนโยบาย การสื่อสาร การจัดสรรทรัพยากร และการประสานงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้การหาเสียงมีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของพรรคอย่างชัดเจน
โดยขณะนี้สมาชิกพรรคเหมือนถูกทอดทิ้ง ซึ่งตอนนี้มีปัญหาเรื่องของการหาเสียงในพื้นที่ ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคลงไปดูแล หรือให้การสนับสนุนเชิงนโยบายในการหาเสียง โดยอยากให้พรรคจัดสรรทีมดูแลผู้สมัคร สส.เขต ทั่วทุกภาคและสนับสนุนการหาเสียงในแต่ละเขตทั่วทั้งประเทศ เพราะตอนนี้ไม่มีการวางยุทธศาสตร์ในการหาเสียงซึ่งมีความแตกต่างกับ พลเอกประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคอย่างสิ้นเชิง
“ช่วงสมัยพลเอกประวิตร มีการมอบหมายนโยบาย และชี้แจงแนวทางในการหาเสียงให้ ซึ่งตอนนี้รู้สึกเหมือนขาดเสาหลัก และหาเสาไม่เจอเลยสักหลัก และตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่คนไหน เพราะไม่มีผู้ใหญ่ของพรรคคนไหนมาคุยกับผู้สมัคร และหากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา จะส่งผลกระทบกับผู้สมัครในการวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ”
นายศุภศิษฎิ์ มองว่า การหาเสียงไม่ได้แพ้ผู้สมัครอื่น แต่แพ้แกนนำพรรคที่ไม่ได้มาช่วยหาเสียง และยินดีให้พลเอก ประวิตร กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นนักสู้ตัวจริง และดูแลผู้สมัครได้ดี
นายศุภศิษฎิ์ กล่าวอีกว่า ลักษณะเหมือนว่า ได้หมายเลข ได้เบอร์แล้วปล่อยทิ้ง ไม่มีการเรียกประชุมชี้แจงให้แนวทางในการหาเสียง ไม่มีการอบรม ไม่มีการส่งเสริมการหาเสียงในเชิงประชาธิปไตย ตนในฐานะผู้สมัคร สส.เขต 4 ชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ในฐานะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ตนอยู่ในบ้านท่าน ยังทิ้งตนเลย แล้วนอกบ้านล่ะ นายภัครธรณ์บ้านอยู่บางแสน จ.ชลบุรี ส่วนตนอยู่ อ.บ่อทอง
ด้านนายกิตติศักดิ์ ครุฑประเสริฐ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้กล่าวย้อนถึงกิจกรรมของพรรคในช่วงวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งวันนั้นทำให้สมาชิกพรรคมีกำลังใจ โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ทั้งนางสาวตรีนุช เทียนทอง และหม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้พูดปลุกใจ ลูกพรรคได้ดีมาก แต่หลังจากนั้นพลเอก ประวิตร ได้แจ้งลาออก ทำให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคที่ฝากชีวิตไว้ กำลังใจทดถอย
อย่างไรก็ตามยังคงรออยู่ว่าวันใด ผู้บริหารพรรค หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะจัดกิจกรรม Kick-Off การหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครเข้าไปแสดงนโยบาย แต่จนถึงวันนี้ (16 ม.ค.69) และเหลืออีก 20 กว่าวันจะถึงวันเลือกตั้งก็ยังไม่มีชัดเจน ซึ่งเมื่อเทียบกับพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน หรือพรรคโอกาสใหม่ ที่เพิ่งตั้งพรรคก็มีกิจกรรม Kick-Off หาเสียงแล้ว เหลือแต่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคที่มีผลงานเป็นอย่างมาก และบริหารประเทศมาแล้ว กลับปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า ทั้งที่ลุง 3 ป. เคยทำสำเร็จ และประชาชนได้รับนโยบายที่ดีจากพรรคพลังประชารัฐ พร้อมมั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐยังมีจุดขาย
ด้านนางสาวณัฐพร ฝาระมี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 พรรค พปชร. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้สมัคร สส.ได้ส่งหนังสือมาถึงพรรค เพื่อเรียกร้องให้มีการชี้แจงยุทธศาสตร์ และแนวทางในการหาเสียงของผู้สมัคร แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ อยากให้การบริหารจัดการภายในพรรคเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยลอยแพ ทำเหมือนไม่ให้เกียรติผู้สมัคร พวกเรายังเชื่อมั่นในการทำงานของพรรค และ พลเอก ประวิตร จึงอยากได้ความชัดเจนตรงนี้ ในส่วนของผู้สมัครยังเดินหน้าต่อไป แต่อยากให้ช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่ใช่ปล่อยทิ้งกลางทาง เราเสียสละมาอยู่ตรงนี้เพราะอยากทำงานให้ออกมาดี ให้พรรคได้ สส.บัญชีรายชื่อจำนวนมาก ถ้าเรารวมกลุ่ม มีความสามัคคี เชื่อว่าพรรคจะเดินหน้าต่อไปอีกนาน
“ ไม่มีเรื่องประเด็นหรือเรื่องการเมืองอะไร แต่ขอความชัดเจนจากพรรคจะได้เดินต่อถูกว่าพรรคจะไปต่อหรือไม่ไปต่อ เพราะทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรีและลงทุนในทุกๆด้านที่ทำงานตรงนี้ แต่เราเดินคนเดียว พรรคไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ดีเลย ถ้าบริหารจัดการไม่ได้ก็ออกไป ขอลุงเรากลับคืนมา เพราะถ้าไม่มีลุงก็ไม่มีความมั่นคงภายในพรรค “นางสาวณัฐพร กล่าว
สำหรับประเด็นที่ว่า เมื่อ พลเอก ประวิตร ไม่อยู่แล้วจะไม่มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการหาเสียงนั้น ยอมรับว่า ตรงนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลัก คือคณะกรรมการบริหารพรรคไม่ให้เกียรติผู้สมัคร จึงอยากให้มาดูตรงนี้
ส่วนนายอิบรอเฮง โตะฮีแล ผู้สมัคร สส.ปัตตานี เขต 2 เปิดเผยว่า ตนเคยสมัคร สส.กับพรรคพลังประชารัฐมาก่อน ไม่เคยเจอเช่นนี้ แม้แต่ป้ายหาเสียงก็ยังไม่มี จึงฝากถึงพลเอก ประวิตรว่า พวกเรารู้สึกเสียดายที่พลเอก ประวิตร ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว พวกเรามาทำงานด้วยหัวใจเพื่อประเทศชาติ และศาสนา ตนรู้สึกเสียใจที่เหมือนถูกทิ้งกลางทาง และอยากร้องไห้หลายครั้ง ยืนยันว่า คนภาคใต้ยังคิดถึง และเคารพพลเอก
ประวิตรอยู่ ถ้าเป็นแบบนี้ตนก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร
โดยมีรายงานว่า นายภัครธรณ์ จะเดินทางมารับฟังข้อเสนอ และเป็นตัวแทนรับเรื่อง แต่ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใหญ่ของพรรครับเรื่องแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามพลเอก ประวิตร เปิดเผยว่า จะไม่กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว เพราะได้ลาออกไปแล้ว