ย้อนตำนานเรื่องจริง "ปลากินคน" ปีศาจดำใต้แม่น้ำแควน้อย สัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์
ย้อนตำนานเรื่องจริง "ปลากินคน" ปีศาจดำใต้แม่น้ำแควน้อย เขมือบทารกจากมือแม่ ปัจจุบันเป็นสัตว์น้ำหายากเสี่ยงสูญพันธุ์
ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลเชี่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี มีเรื่องเล่าสยองขวัญเกี่ยวกับสัตว์ร้ายใต้น้ำที่สร้างความหวาดกลัวมาตั้งแต่อดีต ตำนาน "ปลาเค้าดำกินคน" แห่งบ้านปากกิเลน ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าต่อกันมาเพื่อหลอกเด็ก แต่มีพยานบุคคลสำคัญและหลักฐานจากผู้เชี่ยวชาญยืนยันถึงความดุร้ายของปลาชนิดนี้ในประวัติศาสตร์ไทย
ทำความรู้จักปลาเค้าดำ นักล่าผู้น่าเกรงขาม
ปลาเค้าดำ (Great Black Sheatfish) หรือที่ชาวบ้านในภาคกลางเรียกว่า "ปลาอีทุก" เป็นปลาหนังตระกูลเดียวกับปลาเนื้ออ่อนแต่มีขนาดใหญ่โต โดยอาจมีความยาวได้ถึง 2 เมตร และมีน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 50-80 กิโลกรัม ลักษณะเด่นคือมีปากกว้าง ภายในเต็มไปด้วยฟันซี่เล็กที่คมกริบและหนาแน่นเป็นจำนวนมาก
ปลาค้าวดำมีรูปร่างลำตัวยาวแต่ค่อนข้างป้อม ลำตัวที่อยู่ค่อนไปทางหางมีลักษณะแบนข้างมาก พื้นลำตัวสีเทาถึงดำสนิท ส่วนหัวมีขนาดใหญ่และแบน ปากกว้าง ภายในมีฟันซี่เล็กๆ อยู่ในขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง มีหนวด 2 คู่ โดยคู่ที่อยู่ มุมปากมีลักษณะเรียวยาว ส่วนคู่ที่ใต้คางจะสั้นและเล็กมาก มีครีบทั้งหมด 7 ครีบ ครีบกันใหญ่และยาวจรดครีบหาง ขอบปลายหางด้านบนจะใหญ่กว่าด้านล่าง ส่วนท้องป่องออก ส่วนหลังยกสูงขึ้นกว่าปลาค้าวขาว (Wallago attu) ซึ่งเป็นปลาที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่จัดอยู่ในคนละสกุล
พฤติกรรมตามปกติ มักจะซุกตัวอยู่นิ่ง ๆ ใต้น้ำ เป็นปลาที่สายตาไม่ดี จึงใช้หนวดในการนำทางและหาอาหาร แต่มีความ ดุร้ายและหวงถิ่นอย่างมาก
Wikipediaปลาเค้าดำ
ย้อนรอยเหตุการณ์จริง ปลาน้ำจืดไทยที่เคย "กินคน"
คุณกิตติพงษ์ จารุธาณินทร์ ผู้เชี่ยวชาญปลาแม่น้ำไทย เคยแบ่งปันประสบการณ์ตรงว่าเคยถูกปลาชนิดนี้กัดมือจนต้องเย็บแผลที่โรงพยาบาล เนื่องจากฟันของมันมีลักษณะเฉียงเข้าด้านใน ทำให้เมื่อกัดแล้วเหยื่อจะดิ้นหลุดได้ยากและถูกขยอกลงกระเพาะได้อย่างรวดเร็ว
คุณปริญญา ผดุงถิ่น ผู้เขียนคอลัมน์ "สิงสาราสัตว์" ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ได้รับการยืนยันข้อมูลจากคุณกิตติพงษ์ว่า เหตุการณ์ปลาเค้ากินคนเคยเกิดขึ้นจริงที่บ้านปากกิเลน อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน โดยพยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า มีแม่คนหนึ่งอุ้มลูกน้อยลงไปล้างตัวที่โป๊ะท่าน้ำ แม่น้ำแควน้อย ทันใดนั้นปลาอีทุกตัวยักษ์สีน้ำตาลแดง หรือที่เรียกกันว่า "ปลาเค้าไฟ" ได้พุ่งขึ้นมาฮุบทารกขยอกลงท้องไปต่อหน้าต่อตา
เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนั้น ปัจจุบันผู้ใหญ่บ้านที่รับแจ้งเหตุและชาวบ้านคนเก่าแก่ยังคงจำได้แม่นยำ ถือเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ทั้งในแง่พยานแวดล้อมและพยานบุคคล ยืนยันว่าปลาเค้าดำน้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม สามารถกินเด็กทารกที่มีน้ำหนัก 5-8 กิโลกรัมได้อย่างไม่ยากเย็น
ถิ่นที่อยู่อาศัยและการอนุรักษ์ในปัจจุบัน
ปลาเค้าดำ ถูกจัดปลาน้ำจืดที่หายากและจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในแม่น้ำสายหลักบางแห่ง เช่น ลุ่มน้ำตาปีและทะเลสาบสงขลา มีการทำโครงการฟื้นฟูปล่อยลูกปลาเพื่ออนุรักษ์ เพราะเคยพบได้เยอะแต่ปัจจุบันลดจำนวนลงมาก เนื่องจากแหล่งที่อยู่อาศัยถูกคุกคามและการจับเกินขนาด