โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อคส.กางแผนปีนี้เน้นสร้างรายได้เชิงพาณิชย์-ขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มกราคม 2569 เวลา 1.02 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“ธิรินทร์” กางแผนงานองค์การคลังสินค้า (อคส.) ปี 69 เน้นสร้างรายได้เชิงพาณิชย์-ขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงทางการเงินและเพิ่มศักยภาพการเป็นกลไกหลักด้านการพาณิชย์ของประเทศอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.69 ดร.ธิรินทร์ ณ ถลาง ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเกี่ยวกับทิศทางการทำงานของอคส.ในปี 69 เมื่อมีการปรับปรุงแผนปฏิบัติการฉบับล่าสุด เพื่อให้สอดรับกับความท้าทายใหม่ โดยมีหัวใจหลักคือการมุ่งเน้นการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์และการขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงทางการเงินและเพิ่มศักยภาพการเป็นกลไกหลักด้านการพาณิชย์ของประเทศอย่างยั่งยืน

เพื่อให้การขับเคลื่อนองค์กรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อคส. ได้มีการปรับ วิสัยทัศน์ (Vision) คือ การเป็น “องค์กรหลักในการขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจด้านการพาณิชย์ ภายใต้การบริหารจัดการที่ทันสมัย มีธรรมาภิบาล และรับผิดชอบต่อสังคม” ซึ่งเชื่อมโยงสู่ พันธกิจ (Mission) ที่ได้รับการปรับปรุงเช่นเดียวกัน ได้แก่ การบริหารจัดการคลังสินค้าและทรัพย์สินให้มีมาตรฐานและเกิดประโยชน์สูงสุด การสร้างสมดุลราคาสินค้าเกษตร การเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยนวัตกรรม และการสร้างระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติการประจำปี 69 ที่มีการปรับปรุงใหม่ อคส. ได้กำหนด ยุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน เพื่อเป็นเสาหลักในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจด้านการพาณิชย์

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจใหม่ , ยุทธศาสตร์ที่ 3: การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์และโลจิสติกส์ , ยุทธศาสตร์ที่ 4: การยกระดับธรรมาภิบาลและพัฒนาบุคลากร

ภายใต้วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์เหล่านี้ อคส. ได้เดินหน้าผลักดันภารกิจให้ปรากฏผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ ตามแผนที่ปรับปรุงใหม่ เช่น 1.โครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 68/69 มุ่งบริหารจัดการสินค้าเกษตรเชิงรุกเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรไทย 2.โครงการบริหารจัดการสินค้าเกษตรภายในประเทศ (มันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) การเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรในระดับมหภาค

3.โครงการบริหารสินทรัพย์และบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อความยั่งยืน การเพิ่มศักยภาพคลังสินค้าราษฎร์บูรณะ และที่ดินภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 4.โครงการจำหน่ายข้าวสารให้หน่วยงานภาครัฐ เสริมสร้างความเข้มแข็งในการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นผ่านเครือข่ายรัฐทั่วประเทศ

5.โครงการยกระดับการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain): พัฒนานวัตกรรมโลจิสติกส์ที่ทันสมัยเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารสู่สากล 6.โครงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture): การร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนเพื่อขยายฐานธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ

7.โครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัยสู่ตลาดโลก มุ่งเน้นการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ยอมรับ เพื่อสร้างภาพลักษณ์สินค้าไทยที่มีคุณภาพและปลอดภัย และ 8.โครงการสร้างพันธมิตรยุทธศาสตร์ทางการค้า เพื่อความมั่นคงทางอาหาร (Strategic Global Partnership): การยกระดับบทบาท อคส. สู่การเป็นพันธมิตรทางการค้าในระดับสากล เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอาหารและสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในเวทีโลก

“นอกเหนือจากมิติเชิงธุรกิจ สิ่งที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือการประกาศเจตนารมณ์ด้านธรรมาภิบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยการนำมาตรฐานสากล ISO 37001 หรือระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบนมาบังคับใช้ เพื่อยืนยันถึงระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริงในทุกกระบวนการ” ดร.ธิรินทร์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...