‘นายกฯ’ ลั่นพอแล้ว! 10 เดือนเกิดเหตุ 4 ครั้ง – ไม่หวั่นเลิกสัญญาอิตาเลียนไทยฟ้องศาล
"นายกฯ" ลงพื้นที่จุดเครนถล่ม พระราม2 เผยขึ้นบัญชีดำ หลังเลิกสัญญา ลั่น 4 ครั้งใน 10 เดือน พอแล้วสำหรับบริษัทที่ดำเนินโครงการต่ำกว่ามาตรฐาน ชี้เป็นภัยต่อสาธารณชน บอกหากจะไปฟ้องศาลเชิญตามสบาย
ที่บริเวณถนนพระราม2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามเหตุเครนก่อสร้างถล่ม บริเวณถนนพระราม2 ขาออก พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร
นายอนุทิน รับฟังรายงานจาก นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยนายอำนาจ รายงานมาตรการเยียวยาว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ รายแรก คือ นายสมพงษ์ ได้เงินบำเหน็จชราภาพจากการเสียชีวิต6,100 บาท เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์อีก35,000 บาท รวม41,000 บาท ส่วนอีก1 ราย คือ นายศราวุฒิ ได้เงินบำเหน็จฯ50,000 บาท เงินเยียวยาตาม พ.ร.บ.รถยนต์35,000 บาท รวม40,000 บาท
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่าตนมาดูพื้นที่ว่าอะไรเกิดขึ้นดูสภาพหน้างานและมาหาข้อมูลโดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บผู้เสียชีวิตส่วนเรื่องทางเทคนิคทางเจ้าของงานคือ กรมทางหลวง กำลังจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ แต่ขณะนี้เรายังเข้าไปในจุดเกิดเหตุไม่ได้เพราะมีซากปรักหักพังเต็มไปหมด สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องถอดชิ้นส่วนต่างๆ ไปตรวจสอบ แต่สาเหตุมาจากตัวทรัคเครน หรือ เครนลอนเชอร์ ล้มและทรุดตัว ไม่ใช่ตัวโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างคอนกรีต
เมื่อถามว่าหลังจากรื้อถอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้วจะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไร ว่าจะสามารถสัญจรได้ นายอนุทิน กล่าวว่าสิ่งที่สร้างอยู่แล้วมีความแข็งแรงเรื่องที่สีคิ้ว ก็เกิดขึ้นจาก เครนลอนเชอร์ ตอนที่หิ้วsegment คอนกรีตขึ้นไปไม่ใช่ตัวคอนกรีตไม่ใช่ตัวโครงสร้าง หรือตัวเสา
ในส่วนของทางผู้รับเหมา กรณีเครนถล่มสีคิ้ว ขอโอกาสรัฐบาลสานต่อให้เสร็จนั้น นายอนุทิน กล่าวว่าตรงนี้ในทางปกครองมันไม่ได้แล้ว รัฐบาล เห็นว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เราได้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบาย ดำเนินการบอกเลิกสัญญาไปแล้ว มันมีบอกเลิกสัญญา กับยกเลิกสัญญา
ยกเลิกสัญญา คือ เป็นการทำผิดในสัญญาแต่ตรงนี้ มันมีการกระทำ ที่มีความเป็นอันตรายต่อสาธารณะประโยชน์ ประชาชนทั่วไป เราต้องใช้คำสั่งทางปกครองในการดำเนินการ รัฐบาลก็ต้องทำแบบนี้
นายอนุทิน กล่าวถึงเรื่องแบล็คลิสต์ ว่าจะเป็นขั้นตอนต่อเนื่องไป เมื่อบอกเลิกสัญญา หรือยกเลิกสัญญา หรือการกระทำใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือสัญญาทางเจ้าของงานก็จะดำเนินการบอกเลิกสัญญา ซึ่งจะไปเข้ากรณีทิ้งงาน พอทิ้งงานก็จะเป็นเรื่องขึ้นบัญชีดำ
เมื่อถามว่ามีการถอดบทเรียนหลายครั้ง กับเหตุการณ์เครนถล่มเส้นพระราม 2 เราจะจริงจังในเรื่องการนำมาตรการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า มันจริงจังทุกครั้ง แต่ว่าคนที่ทำตรงนี้รัฐบาลไม่ได้สร้างเอง เราจ้างคนมาสร้าง คนที่มาสร้างในขณะที่มาประมูลงาน ก็มีคุณสมบัติครบ แต่พอระหว่างการทำงานเราก็ต้องมาดู ว่ามีการเหมาช่วงไปให้ใคร ผู้รับเหมาที่เหมาช่วงไปเคยมีประสบการณ์ทำงานแบบนี้หรือไม่ เครื่องมือเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับผู้รับเหมาหลักหรือไม่ นี่คือเหตุที่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ มันเจอแน่นอนไม่ต้องห่วง มันจะต้องมีกระบวนการผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง เราก็ต้องไปดำเนินคดีหรือใช้สิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายตรงนั้น
ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้ใช้ และไม่ได้บอกกรมทางหลวงว่าเขาผิดสัญญาข้อไหน แต่รัฐบาลบอกว่านี่ เป็นภัยต่อสาธารณชน มีความเป็นอันตรายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก4 ครั้ง ภายในระยะเวลา10 เดือน เป็นต้น มองว่าอำนาจการตัดสินใจในทางปกครอง รัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะให้แนวทางและนโยบาย แต่ต้องไม่นำมาผูกกับสัญญาซึ่งสัญญาก็ต้องว่ากันไป ส่วนบริษัทคู่กรณีก็สามารถใช้สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้
"รัฐบาลไม่ให้ทำแล้วเจ้านี้ในโครงการที่เกิดเหตุขึ้น แต่เราจะบอกไม่ให้ทำเลยหากมีอยู่14 โครงการ ก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รู้ว่า14 โครงการจะเกิดเหตุแบบนี้หรือไม่ทางรัฐมนตรี จึงบอกว่าบริษัทนี้ที่รับงานในโครงการลักษณะทางยกระดับ ต้องหยุดต้องตรวจสอบ เราทำได้แค่นั้น"
นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการที่เกิดเหตุนี้ชัดเจน ว่าเป็นโครงการต่อเนื่องถนนพระราม 2 ทุกอย่างมาจากโครงสร้างทั้งหมด ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นความเสียหายแบบเดียวกันหมด จึงเป็นเหตุให้รัฐบาลบอกว่า"พอแล้ว สำหรับบริษัทที่ดำเนินโครงการต่ำกว่ามาตรฐาน"
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากบริษัทคู่กรณีจะไปร้องศาลปกครอง สามารถทำได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "ตามสบาย" สามารถใช้สิทธิ์ไปดำเนินการได้เพราะจะให้อยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ใช่ ตนมองว่ายิ่งดี ยิ่งใช้ คำสั่งทางปกครองยิ่งดี สอบกันไปเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นความผิดพลาด จะมีหน่วยงานอิสระ หน่วยงานทางเทคนิค เข้าร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อหาข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจน
ถามว่าสรุปแล้วสาเหตุหลักมาจาก เครนลอนเชอร์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เป็นจุดที่อันตราย และวิกฤตในการก่อสร้างลักษณะนี้ จุดไหนที่เป็นจุดล่อแหลมในการเกิดอันตรายก็ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ
"เมื่อสักครู่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่า มีจุดที่ก่อสร้างบางจุดไม่ได้ดึง segment คอนกรีตให้แน่น เพื่อให้เป็นก้อนเดียวกัน และเกิดความมั่นคง แต่ผู้รับเหมาดันปล่อยให้ห้อยอยู่แบบนั้น ปล่อยค้าง ตนมองว่าประมาทเลินเล่อ เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วตนจึงถามไปว่าแล้วทำไมถึงไม่ดึงให้แน่น ได้รับคำตอบว่า "ไม่มีเวลาดึง" การก่อสร้างแบบนี้ทางหลวง อนุญาตให้ทำงานแค่เฉพาะเวลากลางคืน เพราะต้องปิดการจราจร แต่ไม่ได้หมายความว่า เมื่อคุณยกแท่งคอนกรีตขึ้นไปแล้ว จะไม่ดึงให้แน่น และปล่อยให้ห้อยต่องแต่ง ผมถือว่าเป็นการไม่ใส่ใจ ทั้งประมาทและเลินเล่อ ทำไม ทำไมไม่ดึง หากดึงไม่ได้ก็ต้องวางแผนใหม่ " นายอนุทิน กล่าวและว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปซ้ำเติมใคร เราต้องช่วยกันทำให้ทุกอย่างปลอดภัยสูงสุด มีที่ไหนในโลกที่จะเกิดเหตุติดกัน 2 วันซ้อบริษัทเดียวกัน แบบนี้คงลงกินเนสบุ๊ค
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘พิพัฒน์’ สั่งเลิกสัญญา 2 โครงการอิตาเลียนไทย ยอมรับหนักใจ ไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ
- กู้ร่างผู้เสียชีวิต เครนถล่มพระราม 2 รายที่ 2 สำเร็จแล้ว
- 'อนุทิน'เรียกถกด่วน หลังโศกนาฏกรรมเครนถล่มซ้ำ 2 วัน 2 เหตุการณ์
ติดตามเราได้ที่