เกาะติดสงครามอิหร่าน 10 มี.ค. 69 “ทรัมป์” เผยศึกอิหร่านจะ “จบเร็ว”
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมพรรครีพับลิกัน และได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสงครามในอิหร่าน โดยระบุว่า เป็นเพียงภารกิจสั้น ๆ นอกวาระหลักของเขา
ทรัมป์กล่าวว่า เขาสั่งให้เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน เพราะภายใน 1 สัปดาห์ อิหร่านจะต้องโจมตีสหรัฐฯ แน่นอน พวกเขามีขีปนาวุธสะสมไว้มากกว่าที่ใครคิด พวกเขาจะโจมตีทั้งตะวันออกกลางและอิสราเอล และหากพวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ พวกเขาก็น่าจะใช้กับอิสราเอล ซึ่งมันจะเป็นการโจมตีครั้งใหญ่
ทรัมป์กล่าวต่อถึงความสำเร็จในสงครามกับอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้อาจเสร็จสิ้นในอีกไม่ช้า โดยระบุว่า สหรัฐฯ ได้ทำลายเครื่องยิงขีปนาวุธของอิหร่านและกองทัพเรือไป 80% อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ ยังมีเป้าหมายอีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้ลงมือโจมตี แต่จะสามารถจัดการได้ภายในวันเดียว
“ในหลาย ๆ ด้าน เราได้รับชัยชนะไปแล้ว แต่เรายังชนะไม่มากพอ เราจะเดินหน้าต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่มากกว่าครั้งไหนๆ เพื่อบรรลุชัยชนะเบ็ดเสร็จ ที่จะหยุดภัยอันตรายที่ยืดเยื้อมานานนี้ตลอดกาล" ทรัมป์กล่าว
ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในครั้งนี้กำลังดำเนินไปได้รวดเร็วกว่าที่ได้ประเมินไว้ในกรอบเวลาเริ่มต้น
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยอมรับถึงผลกระทบของสงครามที่มีต่อเศรษฐกิจ แต่ก็ระบุว่าไม่มีทางเลือก โดยเขาอ้างว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่กำลังร่วงนั้นจะกลับขึ้นไปสูงกว่าเดิมมากทันทีที่เรื่องนี้จบลง
ทรัมป์ยังอ้างด้วยว่า สงครามกับอิหร่านจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงในระยะยาว แม้ว่าในตอนนี้ราคาจะพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบน้อยกว่าประเทศอื่น ๆ
ผู้สื่อข่าวบีบีซีระบุว่า แม้ว่าทรัมป์จะแสดงท่าทีฮึกเหิม แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่มากนัก โดยเขายังคงพูดย้ำประเด็นเดิม ๆ เกือบทั้งหมดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นอกจากนี้ เขายังไม่ได้กล่าวถึงผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยระบุเพียงแค่ว่า สหรัฐฯ ยังคงต้องการมีส่วนร่วมในการเลือกคณะผู้นำชุดใหม่ของอิหร่าน
“ทรัมป์” ชี้คนที่โจมตีโรงเรียนคือประเทศอื่น อ้างอิหร่านก็มี “โทมาฮอว์ก”
หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอ้างว่า อิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนในเมืองมินาบจนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าอาจยืนยันอีกครั้งว่า เป็นอิหร่านหรือประเทศอื่นที่โจมตีโรงเรียนดังกล่าว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังมีภาพหลักฐานใหม่ปรากฏออกมาว่า ขีปนาวุธที่ใช้ในการโจมตีพื้นที่ใกล้โรงเรียนประถมชาจาเรห์ ตัยยิบา เป็น “โทมาฮอว์ก” ซึ่งสหรัฐฯ มียู่ในครอบครอง ส่วนอิสราเอลไม่มี
เขาอ้างว่า “หลายประเทศก็ครอบครองขีปนาวุธโทมาฮอว์กแบบทั่วไป” เหมือนกับที่ดูเหมือนจะถูกใช้ในการโจมตีโรงเรียน
“ผมจะบอกว่าโทมาฮอว์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุด ถูกขายและใช้งานโดยประเทศอื่น ๆ คุณก็รู้ ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน ซึ่งก็มีโทมาฮอว์กอยู่บ้าง พวกเขาอยากได้มากกว่านี้ … ไม่ว่าจะเป็นอิหร่านหรือประเทศอื่น ๆ โทมาฮอว์กเป็นอาวุธทั่วไปมาก” เขากล่าว
เมื่อถูกนักข่าวอีกคนถามย้ำว่า ทำไมเขาถึงเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในคณะบริหารที่กล่าวโทษอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่า “เพราะผมไม่รู้เรื่องนี้มากพอ ผมคิดว่าผมได้รับแจ้งว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ขีปนาวุธโทมาฮอว์กนั้นถูกใช้โดยประเทศอื่น ๆ ด้วย อย่างที่คุณรู้ ประเทศอื่น ๆ อีกมากมายมีขีปนาวุธโทมาฮอว์ก พวกเขาซื้อจากเรา แต่ผมจะยอมรับผลรายงานตามที่ออกมาอย่างแน่นอน”
ทรัมป์กล่าวว่า “จากสิ่งที่ผมเห็น นั่นเป็นการกระทำของอิหร่าน”
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าวไม่ต่างจากเดิมว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกตรงกันว่า ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก “ไม่ใช่อาวุธทั่วไป” โดยมีสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ครอบครองอยู่ แต่ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าอิหร่านได้ครอบครองขีปนาวุธร่อนดังกล่าว
ออสเตรเลียเล็งส่งเครื่องบินตรวจการณ์-ขีปนาวุธไปตะวันออกกลาง
วันที่ 10 มี.ค. นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี กล่าวว่า ออสเตรเลียจะส่งเครื่องบินตรวจการณ์ E-7A Wedgetail และกำลังพลประมาณ 85 นายไปประจำการในตะวันออกกลางเป็นเวลา 4 สัปดาห์
นอกจากนี้ เขายังจะส่งขีปนาวุธพิสัยกลางขั้นสูงให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตามคำขอ
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องน่านฟ้าในอ่าวเปอร์เซียโดยเฉพาะ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ริชาร์ด มาร์ลส์ กล่าวถึงความจำเป็นในการปกป้องชาวออสเตรเลียหลายหมื่นคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้
อิหร่านเผย รอเจอกองเรือสหรัฐฯ อยู่
เช้าวันที่ 10 มี.ค. โฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า กองทัพอิหร่านกำลัง “รอคอยกองเรือสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ” และ “จุดจบของสงครามอยู่ในมือของอิหร่าน”
คำกล่าวของ พลตรี อาลี โมฮัมหมัด นาอีนี ซึ่งรายงานโดยสื่อของรัฐ มีขึ้นเพื่อตอบโต้การแถลงข่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และคำกล่าวล่าสุดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและทางเรือที่สำคัญระดับโลก
“กองทัพของสาธารณรัฐอิหร่านกำลังรอคอยกองเรือสหรัฐฯ ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และกำลังรอเรือบรรทุกเครื่องบิน เจอรัลด์ ฟอร์ด” นาอีนีกล่าว
เขาเสริมว่า “เขาอ้างว่ามีเรือพาณิชย์และเรือรบอยู่ในภูมิภาคนี้ และสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่เรือของอเมริกา เรือเดินทะเล และเครื่องบินรบทั้งหมดได้หนีออกจากภูมิภาคและประจำการอยู่ห่างออกไปกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงขีปนาวุธและโดรนที่มีประสิทธิภาพสูงของอิหร่าน”
นาอีนีเตือนว่า หากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป อิหร่าน “จะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวจากภูมิภาคนี้”
ตามรายงานจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของสหรัฐฯ ถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลาง โดยเรือ USS Abraham Lincoln อยู่ในทะเลอาหรับ และเรือ USS Gerald R Ford อยู่ในทะเลแดง
“ทรัมป์” ขู่ หากอิหร่านขวางน้ำมัน จะโจมตีหนักขึ้น 20 เท่า
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกคำเตือนอีกครั้งต่ออิหร่านเกี่ยวกับการขัดขวางการขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
“หากอิหร่านทำอะไรก็ตามที่ขัดขวางการไหลของน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาจะถูกสหรัฐอเมริกาโจมตีหนักกว่าเดิมถึง 20 เท่า” ทรัมป์กล่าว
เขาเสริมว่า “นอกจากนี้ เราจะทำลายเป้าหมายที่ทำลายได้ง่าย ซึ่งจะทำให้อิหร่านแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลับมาเป็นประเทศอีกครั้ง ความตาย ไฟ และความโกรธแค้นจะครอบงำพวกเขา แต่ผมหวังและภาวนาว่ามันจะไม่เกิดขึ้น!”
อิหร่านลั่นชาติไหนไล่ทูตอิสราเอล-สหรัฐฯ จะให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เสรี
สำนักข่าว Shafaq News รายงานอ้างว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) เสนอว่า จะเปิดทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ให้แก่ประเทศอาหรับหรือยุโรปใดก็ตามที่ขับไล่เอกอัครราชทูตอิสราเอลและสหรัฐฯ ออกจากดินแดนของตน
ขณะเดียวกัน มาจิด ทัคต์-ราวันชี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่า เตหะรานมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวสำหรับการยุติการสู้รบ หากอิสราเอลและสหรัฐฯ ปฏิบัติตาม คือ “ห้ามมีการรุกรานเพิ่มเติม” พร้อมเสริมว่าหลายประเทศ รวมถึงรัสเซีย จีน และฝรั่งเศส ได้ติดต่ออิหร่านเพื่อขอความช่วยเหลือในการบรรเทาความตึงเครียดและส่งเสริมการลดระดับความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้ อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า ความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปได้ยากตราบใดที่สงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจุดชนวนขึ้นในภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป
ลาริจานีได้โพสต์ข้อความตอบโต้คำกล่าวของประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง เกี่ยวกับการส่งเรือรบไปยังช่องแคบ โดยระบุว่า “ความมั่นคงนั้นยากที่จะบรรลุได้เมื่อบางฝ่ายพยายามเติมเชื้อไฟให้กับความขัดแย้ง”
ประชุม G7 ยังไม่มีข้อตกลงปล่อยน้ำมันสำรอง
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ได้มีการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศ G7 โดยพวกเขากล่าวว่า พร้อมที่จะใช้ “มาตรการที่จำเป็น” เพื่อสนับสนุนอุปทานพลังงานทั่วโลก หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) สิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันดิบสำรอง
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 9 มี.ค. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานในระยะยาว ก่อนที่จะลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความเห็นว่าสงครามจะยุติลงในไม่ช้า
ในการประชุม G7 ตัวเลือกในการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่หารือกัน โดย ฟาติห์ บิโรล หัวหน้า IEA กล่าวว่า ตลาดน้ำมันโลกแย่ลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
บิโรลกล่าวว่า “นอกเหนือจากความท้าทายในการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว การผลิตน้ำมันจำนวนมากยังลดลง ซึ่งสร้างความเสี่ยงที่สำคัญและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับตลาด”
เขาเสริมว่า “ปัจจุบันประเทศสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และมีน้ำมันสำรองของภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรลที่รัฐบาลมีภาระผูกพัน”
หลังจากการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส โรลันด์ เลสคูร์ กล่าวว่า “เรายังไม่ถึงจุดนั้น” ในประเด็นเรื่องการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน
หากมีการปล่อยน้ำมันสำรองออกมา จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซีย
อิสราเอลถล่มอิหร่าน-เลบานอนต่อเนื่อง
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. อิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลอิหร่านใน 3 พื้นที่
อิสราเอลโจมตีใกล้ม็อบหนุนรัฐบาลอิหร่าน
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า การโจมตีของอิสราเอลได้เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้กับจุดที่มีการจัดชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล ณ จัตุรัสนากชี-จาฮาน (Naqsh-e Jahan) ในเมืองอิสฟาฮาน โดยจะเห็นประชาชนพากันโบกธงชาติอิหร่านและตะโกนคำขวัญ ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นมาเป็นฉากหลัง
อิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานฮิซบอลเลาะห์ในเบรุต
วิดีโอที่ถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 9 มี.ค. เผยให้เห็นเหตุโจมตีทางอากาศใส่อาคารในกรุงเบรุต ส่งผลให้กลุ่มควันหนาทึบปกคลุมทั่วท้องถนนในบริเวณใกล้เคียง และมีเศษซากความเสียหายร่วงหล่นลงมาจากตัวอาคารที่ถูกแรงระเบิด
ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้ประกาศเตือนอีกครั้งให้ประชาชนในกรุงเบรุตให้รีบเดินทางออกจากพื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้โดยด่วน โดยระบุว่าจะทำการโจมตีสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
สนามกีฬากามิล ชามูนในกรุงเบรุต ถูกเปลี่ยนให้เป็นศูนย์พักพิงสำหรับประชาชนหลายร้อยคนที่สูญเสียบ้านเรือน หรือหนีตายออกมาเพราะเกรงว่าจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี
กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานเมื่อวันที่ 8 มี.ค. ว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. แล้วเกือบ 400 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กอย่างน้อย 83 ราย และผู้หญิง 42 ราย
นาโตสกัดขีปนาวุธอิหร่านในน่านฟ้าตุรกี
นาโตสกัดขีปนาวุธอิหร่านในน่านฟ้าตุรกี ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 5 วัน
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. กระทรวงกลาโหมของตุรกีระบุว่า ขีปนาวุธของอิหร่านถูกยิงตกหลังรุกล้ำเข้าน่านฟ้าของตุรกี โดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของนาโตที่ปฏิบัติการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก โดยเศษขีปนาวุธบางส่วนได้ตกลงบนพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณเมืองกาซีอันเทป (Gaziantep) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และอยู่ห่างจากชายแดนตุรกีกับซีเรียราว 40 กิโลเมตร
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองกำลังนาโตในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก เพิ่งสกัดกั้นขีปนาวุธที่ต้องสงสัยว่าเป็นของอิหร่านไปหนึ่งลูก ขณะมุ่งหน้ามายังตุรกี
นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีอิหร่านขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อิหร่านก็ได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อพยายามทำลายทรัพย์สินและฐานทัพของสหรัฐฯ
ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าตุรกีจะยังไม่ตกเป็นเป้าโจมตีของอิหร่าน แม้ว่าจะมีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในฐานทัพหลายแห่ง เช่น ฐานทัพอากาศอินเจอร์ลิก (Incirlik) ซึ่งตั้งอยู่ชานเมืองอาดานา (Adana) ทางตอนใต้ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 มี.ค. สถานทูตสหรัฐฯ ในตุรกีได้ประกาศปิดสถานกงสุลในเมืองอาดานา และแนะนำให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ภารกิจจำเป็นเดินทางออกจากพื้นที่ ขณะที่กระทรวง
การต่างประเทศสหรัฐฯ เองก็เตือนให้พลเมืองอเมริกันทุกคนเดินทางออกจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี
ซึ่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมีคำสั่งอพยพ กระทรวงกลาโหมตุรกียืนยันว่าได้สกัดกั้นขีปนาวุธลูกล่าสุดที่ยิงมาจากอิหร่าน
ล่าสุด ประธานาธิบดีเรเซป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี แถลงว่า ตุรกีได้ส่งคำเตือนไปยังอิหร่านถึงการกระทำที่เป็นการยั่วยุ พร้อมระบุว่า จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อความมั่นคง หลังจากที่เพิ่งสั่งการให้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 6 ลำ เข้าไปประจำการในตอนเหนือของไซปรัส
"ปูติน" ยกหูคุย "ทรัมป์" เสนอยุติสงครามในอิหร่านโดยเร็ว
ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยว่า ทรัมป์ได้ต่อสายถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เมื่อวันที่ 9 มี.ค. และได้มีการหารือกันเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยผู้นำรัสเซียได้เสนอแนวทางที่มุ่งเป้าไปที่การยุติสงครามในอิหร่านโดยเร็ว
อิหร่านปัดเจรจา ตราบใดที่ยังถูกโจมตี
เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ปฏิเสธแนวคิดที่จะมีการเจรจาหรือหยุดยิง โดยระบุว่า ตราบใดที่การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป การเจรจาย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ พร้อมย้ำว่าอิหร่านจะเดินหน้าปกป้องตนเองต่อไปอย่างถึงที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดหลักฐาน ดูชัด ๆ ขีปนาวุธใครตกใกล้โรงเรียนประถมหญิงล้วนอิหร่าน
ซาอุฯ แถลงประณามอิหร่าน คุกคามความมั่นคง-เสถียรภาพภูมิภาคอาหรับ
“ทรัมป์” ชี้คนที่โจมตีโรงเรียนคือประเทศอื่น อ้างอิหร่านก็มี “โทมาฮอว์ก”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เกาะติดสงครามอิหร่าน 10 มี.ค. 69 “ทรัมป์” เผยศึกอิหร่านจะ “จบเร็ว”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com