โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

กรมอนามัย เผยอาการเมื่อโดน 'สารหนู' ย้ำมี 2 ชนิด เข้าสู่ร่างกาย 4 ช่องทาง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่าสารหนู (Arsenic) เป็นสาร
ที่พบได้ทั้งในชนิดอินทรีย์ (Organic Arsenic) และอนินทรีย์ (Inorganic Arsenic) โดยสารหนูชนิดอินทรีย์มักพบในสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะสัตว์น้ำและสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น ปลา กุ้ง หอย ปู และสาหร่ายทะเล เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ สามารถสะสมสารหนูจากสิ่งแวดล้อม มีความเป็นพิษต่ำและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หากกินในปริมาณปกติ

สำหรับ สารหนูชนิดอนินทรีย์เป็นชนิดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่า พบได้ตามธรรมชาติในดิน หิน และน้ำใต้ดิน รวมถึงอาจปนเปื้อนจากกิจกรรมทางอุตสาหกรรมและการเกษตร แม้ในปริมาณน้อยอาจไม่ก่อให้เกิดอาการทันที แต่หากได้รับสะสมในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

สารหนูสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 4 ช่องทาง ดังนี้

1) การดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารหนู โดยเฉพาะน้ำบาดาลบางพื้นที่

2) การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น ข้าว พืชผัก หรือสัตว์น้ำที่สะสมสารหนูจากสิ่งแวดล้อม

3) การหายใจเอาฝุ่นหรือควันจากอุตสาหกรรมบางประเภท

4) การสัมผัสทางผิวหนังในพื้นที่ปนเปื้อน

อาการของการได้รับสารหนู จะมี 2 ลักษณะ คือ

  • หากได้รับแบบเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียรุนแรง อ่อนเพลีย ความดันต่ำ
  • หากได้รับแบบระยะยาวหรือเรื้อรัง ผิวหนังคล้ำ มีจุดด่างดำที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ชาปลายมือปลายเท้า เสี่ยงโรคหัวใจ โรคระบบประสาท เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งผิวหนัง ปอด และกระเพาะปัสสาวะ สารหนูถือเป็นภัยเงียบ อาการอาจไม่แสดงทันที แต่สะสมจนก่อให้เกิดโรคระยะยาวได้

กรมอนามัย มีการเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำที่ประชาชนใช้ให้มีการผ่านมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ โดยกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ที่ใช้น้ำจากแม่น้ำที่ปนเปื้อน แหล่งน้ำบาดาลในกระบวนการผลิดประปาต้องมีการตรวจคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย 2563 ประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งที่ปนเปื้อนสารหนูกรณีนำผักมาปรุงประกอบอาหารควรล้างให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน บริโภคอาหารที่หลากหลาย

หากมีอาการผิดปกติเรื้อรัง ควรพบแพทย์ทันที หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนสารหนูควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพราะการรู้เท่าทันและป้องกันตนเองตั้งแต่วันนี้ คือการปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัวในระยะยาวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...