SME D Bank โชว์ผลงานปี 68 ทุบสถิติ "All Time High" รอบ 23 ปี ปล่อยสินเชื่อทะลุ 7.9 หมื่นล้าน สวนกระแสตลาดซบเซา
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า ธนาคารประสบความสำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมา 23 ปี โดยมียอดเบิกจ่ายสินเชื่อใหม่รวม 79,043 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 75,000 ล้านบาท ถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ เป็นการเติบโตที่สวนทางกับภาพรวมสินเชื่อ SME ของระบบสถาบันการเงินทั้งประเทศที่หดตัวติดลบต่อเนื่องมานานถึง 13 ไตรมาส
ซึ่งนายพิชิตมองว่าเป็นปัญหาสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่ฝ่ายนโยบายระดับสูงต้องเข้ามาช่วยกระตุ้นและแก้ไข นอกจากนี้ ธนาคารยังประสบความสำเร็จอย่างมากในการบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ โดยสามารถคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้ลดลงเหลือเพียง 7.9% อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (Special Mention: SM) ให้อยู่ในระดับ 9.4% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม SME โดยรวม
สะท้อนถึงความสามารถในการดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพ โดยธนาคารได้เพิ่มความถี่ในการติดตามดูแลลูกค้าและจับสัญญาณเตือนภัยให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากตระหนักดีว่าเศรษฐกิจฐานรากและภาคการค้ากำลังได้รับผลกระทบและมีความเปราะบางจากการที่ GDP ไม่เติบโตตามเป้าหมาย
ทำให้เราเห็นตัวเลขที่สูงที่สุดตั้งแต่ตั้งแบงก์มาครับ ตั้งแต่เปิดธนาคารมาเราก็มียอดนี้เป็น All Time High ในปี 2568 คือ 79,000 ล้านบาท ในการที่จะเบิกจ่ายให้กับ SME ในการเสริมสภาพคล่องต่างๆ เรามีหนี้ไหลของ SM อยู่ต่ำกว่า Industry ที่เป็น SME ด้วยกัน อยู่ในระดับ 9.4 ถือว่าเป็นผลงานที่ดีมากๆ
ในด้านความแข็งแกร่งทางการเงินและผลกำไร ธนาคารมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปี 2568 อยู่ที่ 261 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้เป็นกำไรสุทธิหลังจากที่ธนาคารได้หักเงินสำรองหนี้ด้อยคุณภาพ (NCR) อย่างเข้มข้น เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสำหรับการเข้าสู่มาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 (TFRS 9) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2570
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 นายพิชิต ประเมินว่าสถานการณ์เศรษฐกิจยังมีความท้าทาย แม้หลายสำนักจะคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศอาจเติบโตไม่เท่าปีก่อน และยังมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ หนี้ครัวเรือน และกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ธนาคารยังคงตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายสินเชื่อไว้ไม่ต่ำกว่าผลงานปี 2568 และคาดว่าจะสามารถผลักดันยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ให้แตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้สำเร็จ โดยธนาคารจะใช้กลยุทธ์ "Quick Response" เน้นการเข้าถึงลูกค้าอย่างรวดเร็วเพื่อเติมทุนและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
ในส่วนของเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ ธนาคารได้ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นดู "ประวัติการชำระหนี้" ย้อนหลังเป็นหลัก เปลี่ยนมาพิจารณาที่ "เจตนาในการทำธุรกิจจริง" และ "ข้อมูลเชิงคุณภาพ" แทน เพื่อเปิดโอกาสให้ SME ที่อาจเคยสะดุดแต่มีความตั้งใจจริงสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ นอกจากนี้ยังบริหารความเสี่ยงด้วยการใช้กลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกัน ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมถึง 40% ของพอร์ตสินเชื่อ เพื่อทดแทนการขาดหลักทรัพย์ของรายย่อย
ปี 2569 แม้ภาพรวม GDP ของการประมาณทางด้านเศรษฐกิจไว้ว่ามันจะน้อยกว่าปีที่แล้ว เราคงไม่ลดเป้าหมายของเราลงไปกว่าผลงานของปีที่แล้วนะครับ เราปรับเกณฑ์เพื่อดูว่าผู้ประกอบการทำธุรกิจจริง และที่สำคัญอะไรที่เห็นว่าเป็นประวัติการชำระหนี้ที่มีความตั้งใจ ที่เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ เราเอามาพิจารณาด้วย นี่ถึงทำให้เราสามารถที่จะบรรลุเป้าหมาย
ในส่วนของผลิตภัณฑ์สินเชื่อในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2569 คือการเร่งปล่อยสินเชื่อนโยบายรัฐ 3 โครงการเรือธง วงเงินรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่ธนาคารได้ปรับปรุงเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายขึ้น ได้แก่
1. สินเชื่อปลุกพลัง SME สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SME) วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ต่ำเพียง 3% นาน 3 ปี ซึ่งนายพิชิตยืนยันว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้ตามนโยบายรัฐ ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี เพื่อให้รายเล็กมีทุนหมุนเวียน
2. สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME สำหรับฟื้นฟูและขยายกิจการ โดยขยายวงเงินกู้สูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านบาท (จากเดิม 15 ล้านบาท)
3. สินเชื่อ SME Green Productivity เพื่อสนับสนุนธุรกิจสีเขียวและเพิ่มผลิตภาพการผลิต วงเงินกู้สูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านบาท (จากเดิม 10 ล้านบาท) โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่าง ธุรกิจอาหาร สุขภาพ (Wellness) และเกษตรแปรรูป
อย่างไรก็ตาม นายพิชิต ได้ระบุถึงกลุ่มธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งมีธรรมชาติที่โตเร็วแต่ยุบเร็ว ช่วงกระแสยอดขายพุ่งเป็น 1,000% แต่พอไม่มีนักท่องเที่ยวรายได้ก็หดตัวตาม จึงต้องระมัดระวัง รวมถึงกลุ่มส่งออกและ Supply Chain ที่ต้องเร่งปรับตัว โดยแนะทางรอดให้ SME รายเล็กที่ไม่สามารถส่งออกเองได้ ต้องเร่งยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อเข้าไปเป็น Supplier ในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทรายใหญ่ที่ส่งออกได้แทน
นอกจากนี้ นายพิชิต ยังกล่าวถึงบทบาทในการประคองผู้ประกอบการผ่านมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้โครงการ "คุณสู้เราช่วย" ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่มุ่งเน้นการตัดเงินต้นเพื่อลดภาระหนี้จริง ไม่ใช่เพียงการยืดระยะเวลาชำระหนี้ โดยเน้นนโยบายการดูแลแบบ "รายบุคคล" ตามปัญหาจริงของแต่ละราย ไม่ใช่การดูแลแบบเหมาเข่ง
โดยมีกรอบวงเงินช่วยเหลือกว่า 9,000 ล้านบาท รวมถึงการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางและผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือมูลค่ากว่า 8,400 ล้านบาท ซึ่งการช่วยเหลือเหล่านี้แม้จะทำให้รายได้ดอกเบี้ยของธนาคารลดลงชั่วคราว แต่ถือเป็นพันธกิจสำคัญของธนาคารรัฐที่ต้องเข้าไปพยุงให้ SME รอดพ้นจากวิกฤตและกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้ ไม่ปล่อยให้ล้มหายตายจากไป
นโยบายสำคัญของรัฐที่เราทำอย่างเข้มข้นและตรงไปตรงมามากๆ ก็คือ นโยบาย 'คุณสู้เราช่วย' เราดูตามสถานะของลูกหนี้ในแต่ละคน เราไม่ได้ดูเป็นพอร์ตด้วยนะ การช่วยแต่ละครั้งครับ รายได้ของธนาคารไม่เข้า เพราะเราพักดอกลูกค้าไว้ เพื่อให้เค้ามีสภาพคล่องไปเสริมให้กับกิจการเขาต่อไปได้
อย่างไรก็ดี ธนาคารยังมุ่งเน้นด้านการพัฒนาผ่าน "DX Platform" เพื่อช่วย SME ขยายตลาดออนไลน์อย่างครบวงจร โดยร่วมมือกับพันธมิตรและ Influencer มืออาชีพมาสอนเทคนิคการขายจริง การบริหารจัดการระบบหลังบ้าน และการทำสต็อกสินค้า ซึ่งปีที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 40,000 ราย และสามารถยกระดับธุรกิจได้กว่า 16,000 ราย
ทั้งนี้ นายพิชิต กล่าวด้วยว่า SME ไทยต้องเร่งปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมมาใช้ลดต้นทุนและการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงจากทุนต่างชาติที่ปัจจุบันไม่ได้เข้ามาเพียงแค่สินค้า แต่เข้ามาแข่งขันทั้งคนและบริการ รวมถึงธนาคารจะมีแคมเปญดึง SME เข้าระบบผ่านการอบรมฟรีและลดค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างแต้มต่อในการแข่งขัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เช็กพิกัด แบงก์ชาติ เปิดจุดรับแลกธนบัตรชำรุด ทั่วประเทศ
ขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา ฉุด ภาพรวมค้าชายแดน ปี68 ลด 8.5% ความไม่สงบในเมียนมาปัจจัยซ้ำ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SME D Bank โชว์ผลงานปี 68 ทุบสถิติ "All Time High" รอบ 23 ปี ปล่อยสินเชื่อทะลุ 7.9 หมื่นล้าน สวนกระแสตลาดซบเซา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com