โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SLEEK EV ชูกลยุทธ์ Infra-First เร่งขยาย S-CHARGE ปูพรม 600 จุดรองรับดีมานด์ปี 2026

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 02.40 น.

SLEEK EV กางแผนบุกตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าปี 2026 ตั้งเป้ายอดขายโต 100% แตะ 4,000 คัน ชูโมเดลสร้าง Ecosystem แข็งแกร่งก่อนเร่งยอดขาย เร่งขยายสถานี S-CHARGE ครบ 150 แห่งทั่วประเทศ แก้ Pain Point โครงสร้างพื้นฐานไม่ครอบคลุม หวังดึงกลุ่มผู้ใช้ระยะไกลเปลี่ยนผ่านสู่ EV เตรียมขยายฐานการผลิตสู่พื้นที่ EEC ภายใน 2 ปี เพิ่มศักยภาพ Supply Chain และการบริหารต้นทุน ควบคู่การขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาค

2 กุมภาพันธ์ 2569– ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle) ของประเทศไทย จากการรุกคืบของผู้เล่นรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ บริษัท สลีค อีวี จำกัด (SLEEK EV) ผู้ผลิตและจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทย-สิงคโปร์ ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2026 มุ่งเน้นการสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างผ่านกลยุทธ์ "Infrastructure before Sales" เพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนก่อนการขยายตัวของตลาดในระลอกถัดไป

นายกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตในปี 2026 ไว้ที่ 100% หรือคิดเป็นยอดจำหน่ายรวมกว่า 4,000 คัน โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นฐานหลัก อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการดำเนินงานในปีนี้ไม่ใช่เพียงการทำตัวเลขยอดขาย แต่คือการเร่งลงทุนในโปรเจกต์ S-CHARGE ซึ่งเป็นระบบสถานีชาร์จที่ออกแบบมาเพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ

"หัวใจสำคัญคือการสร้างระบบก่อนยอดขาย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรม EV ปัจจัยชี้ขาดของการเปลี่ยนผ่านอยู่ที่ต้นทุนการเดินทาง หากระบบโครงสร้างพื้นฐานพร้อมและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 50% การเปลี่ยนมาใช้ EV จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ"

ปัจจุบัน ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทยมีสัดส่วนเพียง 1–2% ของตลาดรวม ซึ่งถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (Early Stage) โดยมีอุปสรรคสำคัญคือคุณภาพของผลิตภัณฑ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ครอบคลุม ข้อมูลจาก SLEEK EV ระบุว่ากลุ่มผู้ใช้งานปัจจุบันเดินทางเฉลี่ย 50–80 กิโลเมตรต่อวัน แต่กลุ่ม Target ที่มีนัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคตคือกลุ่มที่เดินทาง 100–200 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งกลุ่มนี้ยังคงชะลอการตัดสินใจเพื่อรอดูความพร้อมของระบบรองรับพลังงาน

เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว SLEEK EVจึงเร่งขยาย S-CHARGE Ecosystem ให้ครบ 150 สถานี 600 จุดชาร์จทั่วประเทศภายในปีนี้ โดยเน้นการเชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันและประสิทธิภาพในการขยายตัวระยะยาว เพื่อรองรับกลุ่มผู้ใช้แรงงานและภาคขนส่งที่ต้องการความคุ้มค่าด้านต้นทุนพลังงานสูงสุด

ในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว บริษัทฯ เตรียมขยายการดำเนินงานเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใน 2 ปีข้างหน้า เพื่อยกระดับการควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความคล่องตัวในการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ

"สลีค อีวี มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างสมรรถนะที่เหมาะสมและราคาที่เข้าถึงได้ เราได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาว ซึ่งมองเห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก่อนตลาดเติบโต คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราก้าวสู่การเป็นผู้นำได้ก่อนคู่แข่ง"

ทางด้านผลิตภัณฑ์ SLEEK EVยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี S Drive 1.0 ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ และการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านระบบ OTA (Over-the-Air) เพื่อให้รถสามารถพัฒนาประสิทธิภาพได้ตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงการเชื่อมต่อ IoT ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อบริหารจัดการข้อมูลแบบ Real-time ซึ่งถือเป็นจุดแข็งในการสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายใหม่ที่เน้นการนำเข้าสินค้าเพียงอย่างเดียว

แม้ตลาดจะมีความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและคู่แข่งรายใหม่ แต่ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาโซลูชันมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากว่า 3 ปี SLEEK EV เชื่อมั่นว่าความเข้าใจในพฤติกรรมผู้ใช้งานจริง ผสานกับเครือข่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั้งในด้านพลังงานและเทคโนโลยี จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด Green Mobility ของประเทศไทยได้อย่างมั่นคง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...