"นรเศรษฐ์" ชี้ บัตรเลือกตั้งใหม่เขตคันนายาว เปลี่ยนบัตรต้นขั้ว สะท้อน กกต. รับรู้ถึงปัญหา จี้ ให้ออกมาชี้แจง
"นรเศรษฐ์" ชี้ บัตรเลือกตั้งใหม่เขตคันนายาว เปลี่ยนบัตรต้นขั้ว สะท้อน กกต. รับรู้ถึงปัญหา จี้ ให้ออกมาชี้แจง ปชช. - เผย กมธ.พัฒนาการเมือง อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลปม "พลทหารเพชรัตน์" เสียชีวิต - จี้ “สปส.” เผยข้อมูลดิบผลประชาพิจารณา แก้กติกาเปลี่ยนบอร์ด สปส. ภายในสัปดาห์นี้ หวังได้ข้อมูลตรวจสอบการตัดสินใจ แก้กฎ พร้อมเรียกร้อง “รมว.แรงงาน” ปรับรูปแบบบริหารกองทุน ใช้เอกชน- องค์กรพิเศษ บริหารเพื่อโปร่งใส
วันที่ 23 ก.พ. 69 รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการไปสังเกตการณ์เลือกตั้งใหม่ ที่เขตคันนายาวเมื่อวานนี้ ว่า ตนเองไปสังเกตการณ์ทั้งการนับคะแนน และการเลือกตั้งใหม่ โดยเรื่องการนับคะแนน และปัญหาที่เกิดขึ้น จะนำมาศึกษาใน กมธ. แต่ปัญหาในเชิงประเด็น อย่างกรณีคิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ตนเองก็อยากเห็นว่าบัตรที่นำมาเลือกตั้งใหม่เมื่อวานนี้ จะเป็นแบบเดิมหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลของสื่อมวลชน ก็เห็นว่าบัตรที่นำมา ไม่มีการรันเลขไว้ที่ต้นขั้ว ซึ่งเป็นบัตรล็อตใหม่ ที่น่าจะมีการผลิตมาใหม่ และจากการประเมินอาจเห็นได้ว่า กกต. รู้สึกได้ว่ามีความผิดปกติ และการมีบัตรแบบเดิมแบบที่ต้นขั้ว อาจจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเราจะนำเข้าศึกษาในชั้น กมธ. แน่นอน และหากรวบรวมข้อมูลปัญหาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานก็มีภาคเอกชนที่ลงไป และได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เมื่อมีข้อมูลเพียงพอก็จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เพื่อจะได้สรุปเป็นรายงานและสร้างความชัดเจนให้กับประชาชน
นายนรเศรษฐ์ ระบุว่า ตนเองเห็นจากภาพข่าวว่าต้นขั้วไม่มีการรันเลข ปัญหาปัจจุบัน เราสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าย้อนกลับไปที่ต้นขั้วได้ ย้อนไปจนรู้ว่าใครเลือกใครได้ จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับอีกต่อไป ซึ่งเมื่อวานนี้หากมีการเปลี่ยนบัตรแล้ว ก็แสดงว่า กกต. เห็นปัญหาเช่นเดียวกัน ดังนั้น การออกแบบเลือกตั้งที่ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญว่าต้องเป็นทางตรงและลับ ครั้งที่ผ่านมาไม่ได้ถูกทำให้เป็นความลับในเทคนิค แต่ กกต. ก็บอกว่าก็สามารถเก็บเป็นความลับได้ในเชิงปฏิบัติ เราต้องเชื่อใจ กกต. แต่ก็อาจขัดกับหลักการรัฐธรรมนูญได้ พร้อมคาดหวังว่า กกต. จะออกมาชี้แจงประเด็นนี้ ซึ่งตนเองได้สอบถามเจ้าหน้าที่ กกต. โดยก็เพิ่งทราบว่าต้นขั้วไม่มีเลขรัน ต้องรอดูว่าจะมีแถลงอย่างไรจาก กกต. เพราะหลายฝ่ายก็ตั้งคำถามกับเรื่องนี้
ส่วนจะนำไปสู่การลงคะแนนใหม่ได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาอีกหลายขั้นตอน แต่ตอนนี้ หากมีการรันเลขยนต้นขั้ว มีเลขบนบัตร หากมีใครสักคนสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนไปได้ว่าเลือกใคร เป็นคำถามใหญ่ ที่ กกต. ต้องออกมาชี้แจงเพราะอาจจะสุ่มเสี่ยงว่าขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่นั้น ต้องดูตามหลักการว่าหากเลือกตั้งไม่เป็นในทางลับ จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ แต่ส่วนตัวหากมีการเลือกตั้งใหม่ แต่ หากไม่ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงเจตนารมย์ของประชาชนอย่างตั้งใจนั้น เช่น ผลเจตนารมณ์ประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง จะมีน้ำหนักเพียงพอ จนนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ แต่หากตั้งข้อสังเกตว่าคะแนน สส. แบบบัญชีรายชื่อ มีบัตรเขย่ง หรือเกิดความผิดพลาด จนส่งผลให้เจตนารมณ์ประชาชนเปลี่ยนแปลง ก็อาจเลือกตั้งใหม่ แต่เรื่องความเป็นความลับของบัตร อาจจะต้องมาตีความกันต่อจากนักวิชาการและหลายภาคส่วน
เผย กมธ. พัฒนาการเมือง อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ปมพลทหารเพชรัตน์ เสียชีวิต พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ยัน ไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดวันธรรมลอยนวลพ้นผิด
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีพลทหารเพชรัตน์ กำลังยิ่ง ที่ลากลับบ้านเกินกำหนด ถูกสั่งขังที่เรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 12 15 วัน เสียชีวิตวันที่ 10 ในเรือนจำ ว่า ประเด็นการเสียชีวิตของพลทหาร กมธ. ได้ติดตาม และได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงใน กมธ. หลายครั้ง ซึ่งตั้งแต่ช่วงที่ตนเข้ามาเป็นสว. ได้มีกรณีการเสียชีวิตของพลทหาร 2 ครั้ง คือพลทหารศิริวัฒน์ ใจดี ที่จ.ชลบุรี และ พลทหารราเชน ยวามื่อ ที่จ.พิษณุโลก โดยกรณีแรกมีหลักฐานไม่เพียงพอในการเข้า พ.ร.บ. อุ้มหาย ส่วนอีกราย เราขอรายงานการสืบสวนจากกองทัพไป ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับรายงานมา โดยเหตุการณ์การใช้ชีวิตของพลทหารเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเทศเรา ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นแล้วกว่า 20 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงปัญหา คือ ในค่ายทหาร ไม่ได้มีกล้องวงจรปิด ที่จะสามารถระบุหลักฐานได้ชัดเจน ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร จนนำไปสู่การบังคับใช้ พ.ร.บ. อุ้มหาย ยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน จนถึงวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในกองทัพ ที่ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน และเมื่อมีผู้เสียชีวิต ผู้ที่รับผิดรับชอบ ไม่ได้รับผิดเพียงพอ จนนำไปสู่วัฒนธรรมลอยนวลผิด ซึ่งนำไปสู่การเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอย่างจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน ก็ทำให้ทหารเราเสียชีวิต เสียขา ตนเองก็ไม่อยากให้เหตุการณ์ที่ทหารเสียชีวิตในค่าย เสียชีวิตจากคนไทยด้วยกัน ตนเองไม่อยากให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น
ดังนั้น กรณีของพลทหารเพชรัตน์ ทาง กมธ. อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และจะเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงด้วย
จี้ “สปส.” เผยข้อมูลดิบผลประชาพิจารณา แก้กติกาเปลี่ยนบอร์ด สปส. ภายในสัปดาห์นี้ หวังได้ข้อมูลตรวจสอบการตัดสินใจ แก้กฎ พร้อมเรียกร้อง “รมว.แรงงาน” ปรับรูปแบบบริหารกองทุน ใช้เอกชน- องค์กรพิเศษ บริหารเพื่อโปร่งใส
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวกรณีการแก้กติการบอร์ดประกันสังคม ว่า ได้ขอให้เปิดเผยข้อมูลดิบของการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการปรับแก้กติกาเลือกตั้ง ที่กระบวนการรับฟังความเห็นเสร็จสิ้นไปเมื่อ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่ามีผู้ที่แสดงความเห็นจำนวนเท่าไร เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยรวมถึงเหตุผลที่ประชาชนระบุ เพื่อให้กมธ.ได้นำไปศึกษาในรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในการประชุมนั้น ตัวแทน สปส. ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าจะมีการนำไปวิเคราะห์เนื้อหาแล้วเสร็จ ซึ่งกมธ.กังวลว่าจะทำให้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะจะทำให้เกิดการตัดสินใจแล้วว่าจะปรับแก้กติกาหรือไม่
“หากรอให้ สปส. รอผลการวิเคราะห์ผลประชาพิจารณ์ก่อนเผยแพร่ผลทั้งหมด เชื่อว่าประชาชนจะรับไม่ได้ เพราะปิดทางการมีส่วนร่วมและการรับรู้ของประชาชน ขณะเดียวกันทางดีจีเอ ที่รับทำประชาพิจารณ์บอกว่าการเปิดเผยข้อมูลสามารถประมวลได้เสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงและเปิดเผยได้ ทำให้ สปส. บอกว่าภายในสัปดาห์นี้จะทำหนังสือถึงดีจีเอเพื่อขอผล ดังนั้นผมคาดว่าไม่เกินสัปดาห์นี้ สปส. จะเปิดเผยข้อมูลดิบได้ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ”
เมื่อถามว่าหากผลประชาพิจารณ์บอกว่าไม่เห็นด้วยในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า สปส.ระบุในที่ประชุมว่า ไม่ได้พิจารณาจำนวนผู้ที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาเหตุผลประกอบ แม้ว่ามีเสียงไม่เห็นด้วยมากกว่าเสียงเห็นด้วย อาจจะแก้กติกาได้ หากได้ชั่งน้ำหนักในเหตุผลแล้ว ดังนั้นจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการทราบถึงเหตุผลในการตัดสินใจ
นายนรเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่าการปรับแก้กติกาเลือกบอร์ด สปส. นั้น สปส.ได้ยอมรับว่าเป็นผู้เริ่มต้นแก้ไขเอง เพื่อแก้ไขให้ผู้ประกันตนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งตนมองว่าเป็นเหตุผลที่ไม่หนักแน่น อีกทั้งตนมองว่าแม้ไม่แก้กติกา หลังจากนี้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาเพราะรู้ว่าบอร์ดประกันสังคมที่เป็นตัวแทนของผู้ประกันตนได้ปกป้องสิทธิ์ของผู้ประกันตนได้
“ผมขอเรียกร้องให้ รมว.แรงงานคนใหม่ที่จะทำหน้าที่ แก้ปัญหาเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมที่มีปัญหา โดยขอให้พิจารณาปรับรูปแบบบริหารจากที่ใช้ระบบราชการ มาเป็นเอกชน หรือ องค์กรพิเศษ เพื่อบริหารกองทุนให้โปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้ประกันตน”