“สหภาพยุโรป” ย้ำไม่ยอมรับการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ ชี้ข้อตกลงคือข้อตกลง
"สหภาพยุโรป" เรียกร้องให้สหรัฐเคารพข้อตกลงการค้า EU-สหรัฐที่ทำไว้เมื่อปีที่แล้ว และให้ความชัดเจนต่อทิศทางนโยบายภาษี หลังศทรัมป์เก็บภาษีเหมารวม 15%
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.39 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เรียกร้องเมื่อวันอาทิตย์ให้สหรัฐยึดมั่นตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับสหรัฐที่บรรลุร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทรัมป์ตอบโต้ด้วยการประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบบเหมารวมชุดใหม่
คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งทำหน้าที่เจรจานโยบายการค้าแทนประเทศสมาชิกทั้ง 27 ชาติ ระบุว่าสหรัฐจำเป็นต้องให้ความชัดเจนอย่างเต็มที่เกี่ยวกับขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อจากนี้ ภายหลังคำตัดสินของศาล
หลังศาลฎีกามีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ให้ยกเลิกภาษีทั่วโลกของทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้ประกาศใช้ภาษีนำเข้าแบบเหมารวมชั่วคราวในอัตรา 10% ก่อนจะปรับเพิ่มเป็น 15% ในวันถัดมา
คณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันไม่เอื้อต่อการสร้างการค้าและการลงทุนข้ามแอตแลนติกที่เป็นธรรม สมดุล และเป็นประโยชน์ร่วมกัน ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงไว้ในแถลงการณ์ร่วมของข้อตกลงการค้าเมื่อปีที่แล้ว พร้อมย้ำว่าข้อตกลงคือข้อตกลง
ท่าทีดังกล่าวถือว่าแข็งกร้าวกว่าการแสดงความเห็นในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปเพียงระบุว่า กำลังศึกษาผลของคำตัดสินศาลและติดต่อกับรัฐบาลสหรัฐอย่างใกล้ชิด
สำหรับข้อตกลงการค้าปีที่แล้ว ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐต่อสินค้าส่วนใหญ่จาก EU ไว้ที่ 15% ยกเว้นสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษีเฉพาะรายสาขา เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม ขณะเดียวกันยังเปิดทางให้สินค้าบางรายการ เช่น เครื่องบินและอะไหล่ ได้รับการยกเว้นภาษีเป็นศูนย์ โดย EU ตกลงยกเลิกภาษีนำเข้าต่อสินค้าสหรัฐหลายรายการ และถอนแผนการตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษี
คณะกรรมาธิการยุโรป ระบุเพิ่มเติมว่า สินค้าจาก EU ต้องยังคงได้รับการปฏิบัติในเงื่อนไขที่สามารถแข่งขันได้มากที่สุด โดยไม่มีการขึ้นภาษีเกินเพดานที่ตกลงกันไว้อย่างชัดเจน พร้อมเตือนว่าภาษีที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้จะสร้างความปั่นป่วนและบั่นทอนความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลก
ทั้งนี้มารอช เชฟโชวิช กรรมาธิการการค้าของ EU ได้หารือประเด็นดังกล่าวกับเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และโฮเวิร์ด ลัตนิก รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.reuters.com