“ดร.เอ้”ดูจุดเครนถล่มทับรถไฟ ถาม”นี่หรือประเทศไทย” พระราม2ถล่มซ้ำ
"ดร.เอ้"ส่องกล้องดูจุดเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว ชี้ "คนประมาท–อุปกรณ์เสื่อม" เสนอรัฐตอบ 5 คำถาม จี้ ผู้รับเหมารับผิดชอบ พร้อมถาม"นี่หรือประเทศไทย" หลังเครนถล่มซ้ำพระราม 2
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ในฐานะอดีตนายกสภาวิศวกร พร้อมผู้สมัคร สส.นครราชสีมา ลงพื้นที่บ้านถนนคด ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ติดตามเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟดีเซลราง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และสูญหายอีก 3 ราย
โดย ดร.เอ้ ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมอธิบายกลไกการทำงานของเครน สันนิษฐานว่า เกิดจากการดันเครนยื่นออกยาวเกินสมดุล ทำให้เกิดแรงสั่น ตัวรอกไหล และเครนตกลงมาในลักษณะคล้าย “มีดอีโต้ฟันกลางขบวนรถไฟ” จากความสูงราว 20 เมตร น้ำหนักกว่า 20 ตัน ส่งผลให้แรงกระแทกทวีคูณหลายร้อยเท่า
พร้อมยืนยันเหตุการณ์นี้ไม่ใช่อุบัติเหตุหรือเหตุสุดวิสัย เนื่องจากไม่มีลมแรง แต่เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ความประมาทของคน และอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน โดยตั้งข้อสังเกตว่าเครนมีโครงสร้างเป็นโพรง ข้อต่อจำนวนมากเสี่ยงเสียสมดุลง่าย และเป็นเครนลักษณะเดียวกับที่เคยเกิดเหตุถล่มมาแล้วหลายครั้ง
ดร.เอ้ ระบุว่า แรงสั่นจากขบวนรถไฟแทบไม่มีผลต่อการทำให้เครนล้ม แต่เครนน่าจะเสียสมดุลมาก่อน และจังหวะรถไฟวิ่งผ่านพอดี พร้อมตั้งคำถามว่า “ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ”เนื่องจากที่ผ่านมา มักปล่อยให้เจ้าของงานตรวจสอบกันเอง จนคนผิดลอยนวล และลงเอยว่าเป็นอุบัติเหตุ
พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการมีกฎหมายความปลอดภัยด้านสาธารณะและองค์กรอิสระตรวจสอบอุบัติเหตุเชิงโครงสร้างเหมือนต่างประเทศ เพื่อเก็บหลักฐานก่อนถูกทำลาย และดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญาอย่างจริงจัง รวมถึงให้รัฐเร่งเยียวยาผู้สูญเสียอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ ดร.เอ้ ได้ตั้งคำถาม 5 ข้อให้รัฐเร่งตอบ ได้แก่ 1.เหตุใดจึงก่อสร้างขณะรถไฟวิ่งผ่าน 2.เหตุใดผู้รับเหมาที่เคยมีประวัติเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจึงยังได้งาน 3.มีการเร่งรัดงานจนละเลยความปลอดภัยหรือไม่ 4.เหตุใดให้เจ้าของงานสอบสวนกันเอง และ 5.ถึงเวลาหรือยังที่ประเทศไทยต้องมีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะและเจ้าภาพกลางตรวจสอบ
ขณะเดียวกัน ดร.เอ้ ยังกล่าวถึงกรณีเครนก่อสร้างถล่มบริเวณถนนพระราม 2 หน้าโรงแรมปารีส โดยระบุว่า ทันทีที่ทราบข่าวถึงกับอุทานว่า “เหตุเกิดวันนี้หรือ…นี่ประเทศไทยเหรอ”โดยระบุว่า เครนที่ถล่มครั้งนี้ เป็นลักษณะเดียวกับเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงคุณภาพวัสดุว่า อาจเป็นการ “ย้อมแมวขาย”หรือไม่ เนื่องจากในต่างประเทศจะใช้โครงสร้างเหล็กตัน ซึ่งมีความแข็งแรงและเสถียรกว่า ขณะที่ประเทศไทยมักใช้เหล็กถักซึ่งอ่อนแอและมีความเสี่ยงสูงกว่า เพื่อประหยัดต้นทุนจึงจำเป็นต้องตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจัง
ในฐานะวิศวกรและประชาชน ดร.เอ้ ระบุว่า เรียกร้องเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนเข้าสู่การเมือง โดยชี้ว่าประเทศไทยขาด “เจ้าภาพด้านความปลอดภัยสาธารณะ” อย่างแท้จริง หน่วยงานมักตรวจสอบกันเอง เกิดการเกาหลัง ลูบหน้าปะจมูก และสุดท้ายไม่สามารถหาคนรับผิดชอบได้
ยกตัวอย่างเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว ซึ่งขณะนี้หลักฐานสำคัญได้สูญหายไปแล้วพร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เครนอาจอยู่ในสภาพเสื่อม หรืออาจไร้มาตรฐานตั้งแต่ต้น หากอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพถูกใช้อย่างแพร่หลายในประเทศ ถือเป็นจุดเสี่ยงร้ายแรง แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีคำตอบที่ชัดเจน ตั้งแต่กรณีสะพานลาดกระบัง ถนนพระราม 2 ไปจนถึงตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม
และย้ำว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องเทคนิควิศวกรรม เพราะงานก่อสร้างลักษณะนี้ควรปลอดภัยได้ 100% ประเทศไทยก่อสร้างมาแล้วนับร้อยกิโลเมตร ขณะที่ต่างประเทศทำมาเป็นหมื่นกิโลเมตร แต่คำถามสำคัญคือ “ใครจะให้คำตอบกับประชาชน และเมื่อไหร่”
ดร.เอ้ เสนอว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีคณะกรรมการกลางด้านความปลอดภัย หรือองค์กรความปลอดภัยสาธารณะ ภายใต้กฎหมายเฉพาะ ทำหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุและรวบรวมหลักฐานอย่างเป็นอิสระ โดยกรรมการต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมา เพื่อให้สามารถดำเนินคดีได้ทั้งแพ่งและอาญา ถ้าเอาผิดไม่ได้ ทุกอย่างก็จะลอยนวล เหตุจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกมีคนตายแล้วตายอีก ครั้งนี้ถือเป็นความอับอายของประเทศ และไม่ควรเกิดขึ้นเลย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews