มะพร้าวน้ำหอมลูกละ 3 บาท พาณิชย์ลุยปราบ ‘ล้งนอมินี’
ชาวสวน 4 จังหวัด “ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สงขลา” เจ็บหนัก “มะพร้าวน้ำหอม” ราคาดิ่งหนัก เหลือลูกละ 3 บาท แต่ปลายทางยังขายได้ เผย “ล้งจีน” คุมกลไกตลาด เกษตรกรไร้อำนาจต่อรอง ร้องภาครัฐเร่งแก้ปัญหาโครงสร้างตลาด สร้างกติกาที่เป็นธรรม “ศุภจี” สั่งพาณิชย์เร่งแก้ปัญหาต้นน้ำ-ปลายน้ำ
สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในภาคกลางตอนล่างและภาคใต้กำลังวิกฤตหนักเมื่อผลผลิตราคาตกต่ำเหลือลูกละ 3 บาท จากเดิม 30 บาทต่อลูก ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุน บางรายเริ่มโค่นต้นมะพร้าว เปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น
ราคาตกต่ำสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมไทยถือว่าตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี โดยปี 2566 มีมูลค่าการส่งออก 9,800 ล้านบาท จีนเป็นตลาดหลัก 85% รองลงมาคือ สหรัฐ ฮ่องกง สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งเผชิญกับประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม อีกกลไกสำคัญคือ ล้งที่รับซื้อ คัดแยก ส่งออก ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีอิทธิพลสูง ปี 2567 มีล้งขึ้นทะเบียนส่งออกไปจีน 2,122 ราย แม้ล้งไทยมี 68% ของจำนวนทั้งหมด แต่ล้งต่างชาติมีขนาดธุรกิจใหญ่กว่า มีอำนาจการต่อรองมากกว่า ทั้งทุเรียน ลำไย และมังคุด ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดที่ไม่สมดุล
จากเวทีเสวนา Locals Voice x Rad ri Lab มีเสียงสะท้อนตรงกันว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณภาพ แต่อยู่ที่ราคาและกลไกตลาด
แม้ไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าว 600,000 ไร่ เฉพาะราชบุรีมีพื้นที่ปลูก 200,000 ไร่ เกษตรกรจาก อ.ดำเนินสะดวก กล่าวว่า ปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาด พ่อค้าคนกลางรับซื้อแล้วส่งต่อให้ล้ง คำถามคือ ใครเป็นผู้กดราคา ฝั่งล้งก็สะท้อนว่าถูกกดราคาจากปลายทางเช่นกัน
ล้นตลาด-เวียดนามไล่บี้
นางสาวชนัญญา เชวงโชติ เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวสวนลุงชะเอมกล่าวว่า 3 ปีนี้ราคามะพร้าวผันผวนรุนแรง ปี 2567 ไทยเจอเอลนีโญ ทำให้มะพร้าวเกิดภาวะขาดคอ ไม่มีผลผลิต 4 เดือน เกิดภาวะขาดตลาด กลุ่มล้งและโรงงานไม่มีผลผลิตส่งเข้า แม้ปรับราคาขึ้น 1-5 บาท จนถึง 30 บาทก็ไม่มีของ แต่ช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา ตลาดกลับตรงกันข้าม
นายนรเสฏฐ์ คูกิติขจรรัตน์ ผู้บริหารบริษัท NS.โอฬาร 888 เฟรชฟรุ๊ต จำกัด จากเดิมมีล้ง 600 แห่ง ปัจจุบันเหลือ 200 ล้ง ส่วนพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนปลูกมี 200,000 ไร่ ไม่นับรวมพื้นที่ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีผลผลิตสู่ตลาดอีก 2 ล้านลูกต่อวัน ขณะที่ส่งออกไปจีนรับได้ 1.3 ล้านลูกเท่านั้น ราคาขายก็ไม่ได้ดี
ซึ่งคู่แข่งอย่างเวียดนามได้เปรียบด้านนโยบายการค้า โดยมี MOU กับจีน ทำให้ภาษีนำเข้าต่ำ จึงทำให้เวียดนามจำหน่ายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าไทยได้
ราชบุรีล้งเถื่อนพุ่ง
นายไชยวิทย์ บัวงาม ประธานสภาเกษตรกร จ.ราชบุรี กล่าวว่า เกษตรกรเผชิญปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำกว่า 8 เดือนแล้ว ปัจจุบัน จ.ราชบุรี มีล้งที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องเพียง 45 ล้ง ไม่ขึ้นทะเบียนอีก 200 กว่าล้ง ทางจังหวัดอยู่ระหว่างสำรวจและรอภาครัฐจัดการ โดยเสนอจัดตั้ง “คณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติ” แก้ปัญหาราคาตกต่ำ
สงขลาขาดทุนอ่วม
ขณะที่คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา แหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมอันดับ 1 ของภาคใต้ และอันดับ 4 ของประเทศ ก็กำลังเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำหนัก เหลือ 2 บาทต่อลูก โดยนายสิริวัฒน์ โหรารัตน์ ประธานเครือข่ายภาคประชาสังคมสงขลากล่าวว่า ปัจจุบัน จ.สงขลามีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 13,000 ไร่ ปริมาณผลผลิต 1 ล้านต้น หรือ 100 ล้านลูก/ปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 500-600 ล้านบาท/ปี แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ราคาหน้าสวนลดลงเหลือ 2-4 บาท/ลูก จากเดิม 10-12 บาท/ลูก
ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ “ล้ง” ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก บางรายขาดทุนกว่า 1 ล้านบาท จากภาวะผลผลิตล้นตลาดและคำสั่งซื้อลดลงจากซัพพลายเออร์ที่รับซื้อไปแปรรูปส่งออกภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมล้นสต๊อก และผลผลิตค้างคาต้นของชาวสวน
ปัจจัยที่ทำให้ออร์เดอร์จากซัพพลายเออร์น้อยลงมาจากโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่ได้ปรับบทบาทจากผู้รับซื้อมาเป็นผู้ลงทุนปลูกเอง มีการเช่าที่ดิน หรือเป็นเจ้าของสวนในลักษณะนอมินี ทำให้ไม่จำเป็นต้องรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า มะพร้าวไทยแบ่งสัดส่วน 30% บริโภคภายในประเทศ อีก 70% ส่งออก ปี 2568 ไทยส่งออกมะพร้าวอ่อนปริมาณ 282,467 ตัน มูลค่า 197 ล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าส่งออกหดตัว 9.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดส่งออกสำคัญ อาทิ จีน 81.5% ลดลง 10.6% สหรัฐ 8.1% ขยายตัว 3.5% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1.5% ขยายตัว 16.7% สิงคโปร์ 1.5% ลดลง 13% ฮ่องกง 1.5% ลดลง 37.3%
ทั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ติดต่อผู้บริหารบริษัทแปรรูปผลิตภัณฑ์มะพร้าวรายใหญ่ ๆ ในไทย ซึ่งทุกรายไม่สามารถให้ข้อมูลได้ในขณะนี้ เพราะติดภารกิจ ขอเป็นโอกาสต่อไป
พณ.ดูดซับ-ลงโทษล้งเถื่อน
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตมะพร้าวน้ำหอมอยู่ที่ 450,000 ไร่ ปีนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับมีกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอ ทำให้วัตถุดิบมะพร้าวเหลือทิ้งอยู่มาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้หน่วยงานกระทรวงพาณิชย์บูรณาการร่วมแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ
โดยตลาดในประเทศ กรมการค้าภายในเร่งดูดซับผลผลิตเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2568 รวม 830,000 ลูก เปิดจุดรับซื้อราคานำตลาด อ.บางแพ จ.ราชบุรี และเปิดจุดจำหน่าย รวมทั้ง Preorder ร่วมภาคเอกชนรายใหญ่และหน่วยงานราชการ ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 ดูดซับเพิ่ม 460,000 ลูก ผ่านกลไกพาณิชย์จังหวัด สั่งซื้อผ่าน App MOC GO เชื่อมโยงเกษตรกรเข้าปั๊มน้ำมัน PT Susco PTT บางจาก เขต กทม.และปริมณฑล เพื่อแจกแทน
และในช่วงปลายมกราคม 2569-ปัจจุบัน เป้าหมายจัดการอีก 1 ล้านลูก ผ่านจุดรับซื้อในราคานำตลาด 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสงขลา เปิดจุดจำหน่ายในกรุงเทพฯ และงานธงฟ้า เร่งนำผู้ประกอบการห้าง โมเดิร์นเทรด ตลาดกลางและตลาดสด เข้ารับซื้อเพื่อจำหน่ายผ่านห้างและตลาดทั่วประเทศ
ด้านตลาดส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะผลักดันไปยังตลาดอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน เช่น ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐ เร็ว ๆ นี้ จะจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด แปรรูป ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 โดยทูตพาณิชย์ได้เชิญผู้นำเข้าทั่วโลกร่วมเจรจามีผู้เข้าร่วม 101 บริษัท เป็นผู้ส่งออกมะพร้าวถึง 38 บริษัท
ด้านการนำเข้า มีการกำกับดูแลควบคุมการนำเข้ามะพร้าว ทั้งมะพร้าวผลแก่และมะพร้าวอ่อน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร โดยกำหนดมาตรการบริหารนำเข้าตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ได้แก่ มาตรการนำเข้าตามความตกลงภายใต้ WTO และมาตรการนำเข้าตามความตกลง AFTA และมีมาตรการกำหนดด่านนำเข้าได้ 2 ด่าน คือ ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ และด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง
กรมการค้าต่างประเทศจึงมีมาตรการเพิ่มเพื่อคุมการนำเข้าในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ได้แก่ 1. ขอความร่วมมือโรงงานแปรรูปมะพร้าวชะลอการนำเข้ามะพร้าวและให้รับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม และ2. ตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการทำหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการนำเข้าและรับซื้อผลผลิตมะพร้าวในราคาที่เหมาะสม
สำหรับประเด็นการตรวจสอบกิจการล้งมะพร้าวที่อาจเข้าข่ายนอมินีและฝ่าฝืนกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี 2 ครั้ง ตรวจสอบล้งมะพร้าว 3 แห่ง บริษัทที่อาจเข้าข่ายนอมินี 4 แห่ง ตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีต่างชาติร่วมถือหุ้นไม่ถึง 50% ยังคงมีสถานะเป็นไทย 217 บริษัท ของ จ.ราชบุรี และตรวจสอบการถือครองที่ดินตั้งแต่ 5 ไร่ขึ้นไป ใน จ.ราชบุรี และสมุทรสาคร
พบว่ามีบริษัทที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น 3 ราย ถือครองที่ดิน 3 แปลง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการ โดยมีกำหนดการลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำการเกษตรผลิตมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ โดยจะลงโทษเข้มข้นและเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคุ้มครองระบบเศรษฐกิจในพื้นที่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มะพร้าวน้ำหอมลูกละ 3 บาท พาณิชย์ลุยปราบ ‘ล้งนอมินี’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net