โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เว็บแอพพ์ '850ลบ.' วิกฤตความเชื่อมั่นประกันสังคม เมื่อคำ 'ขอโทษ' ไม่สามารถเยียวยาได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 09.12 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 09.12 น.

หลังจากที่สำนักงานประกันสังคม เผชิญปัญหาด้านระบบซอฟต์แวร์หลังบ้าน ที่เรียกว่า “SSO Core” ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้การเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการทดแทนกรณีว่างงาน การเบิกค่าคลอด และเงินอุดหนุนบุตรรายเดือน ซึ่งสำนักงานประกันสังคม ออกมาชี้แจงว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้น เนื่องจากการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบใหม่และเก่ายังไม่สมบูรณ์ ทั้งยังต้องเชื่อมข้อมูลไปที่กรมการจัดหางาน ซึ่งดูแลการขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน ก่อนส่งข้อมูลมาให้ประกันสังคมวินิจฉัย และพิจารณาการจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน โดยระหว่างที่ระบบเทคโนโลยีเกิดปัญหา สำนักงานฯ ได้สลับกลับมาใช้ระบบแมนนวล (Manual) ในการดึงข้อมูล ระดมเจ้าหน้าที่มาช่วยกันทำงานคีย์ข้อมูลลงระบบและส่งวินิจฉัยการเบิกจ่ายด้วยแรงคน

ขณะที่ ภาคการเมืองว่าที่ฝ่ายค้าน ที่กัดไม่ปล่อย อย่าง “น.ส.รักชนก ศรีนอก” ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ฉายภาพปัญหาดังกล่าวว่าเกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างระบบเว็บแอพพลิเคชั่นที่มีมูลค่าสูงกว่า 850 ล้านบาท เป็นสัญญาที่เกิดตั้งแต่ปี 2564 และมีการตรวจรับในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนดไปหลายเดือน โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้จริงกลับเกิดปัญหามากมาย โดยเฉพาะข้อมูลของผู้ประกันตนที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น เงินบำนาญชราภาพลดลง บางคนไม่เคยใช้สิทธิเบิกค่าคลอด ก็กลับพบข้อมูลการเบิกจ่ายถึง 3 ครั้ง และการทดแทนสิทธิว่างงานที่ล่าช้า บางคนขึ้นทะเบียนมาแล้ว 2 เดือน กลับไม่ได้รับเงินทดแทน ผลกระทบดังกล่าวต่อเนื่องเป็นโดมิโนที่เกิดจากระบบหลังบ้านที่ยังไม่เสถียร แต่สำนักงานประกันสังคม กลับชี้แจงได้เพียงว่า เป็นปัญหาของระบบหลังบ้านและจะเร่งแก้ไขให้โดยเร็วที่สุด พร้อมกล่าวคำ “ขอโทษ” แต่ไม่ได้กล่าวถึงความรับผิดชอบในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ความล่าช้าที่ตกเป็นชะตากรรมของผู้ประกันตน ผู้ส่งเงินสมทบตรงเวลาทุกเดือน หวังจะมี “ประกันสังคมเป็นหลังพิง”

วิกฤตความเชื่อมั่นเกิดขึ้นเป็นพายุลูกใหญ่ ซัดเข้าสำนักงานประกันสังคมอย่างเต็มประดา คำขอโทษจึงไม่อาจเยียวยาความโกรธแค้นของผู้ใช้แรงงานที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในทุกเดือน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ระบบล่มเพราะอะไร” แต่คือ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ออกแบบระบบ และตรวจรับงาน มีความรัดกุมเพียงใดกับงบประมาณระดับ 850 ล้านบาท

การพัฒนาระบบ SSO Core เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีเป้าหมายปรับปรุงระบบเดิมที่ใช้งานมานานให้กลายเป็นเว็บแอพพลิเคชั่น เชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกันตนหลายสิบล้านรายการ ตั้งแต่ประวัติการส่งเงินสมทบ การใช้สิทธิ ไปจนถึงการเบิกจ่ายเงินกองทุน การย้ายระบบลักษณะนี้ในทางเทคนิคเรียกว่า “System Migration” ซึ่งมีความซับซ้อนสูง เพราะต้องจัดการโครงสร้างข้อมูลเดิม (Legacy Data) ให้สอดคล้องกับระบบใหม่ หากขั้นตอนตรวจสอบข้อมูล (Data Validation) ไม่รัดกุม ความคลาดเคลื่อนอาจเกิดขึ้นในวงกว้าง

สิ่งที่ควรถูกตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ได้แก่ เงื่อนไขใน TOR ครอบคลุมการทดสอบระบบเพียงพอหรือไม่ มีการจำลองสถานการณ์ใช้งานจริง (Stress Test) ก่อนเปิดใช้งานหรือไม่ และการตรวจรับงานปลายปี 2568 อาศัยผลทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงหรือเพียงการทดสอบตามเอกสาร นอกจากนี้ หากพบปัญหาหลังเปิดใช้งานแล้ว เงื่อนไขสัญญากำหนดกลไกความรับผิดชอบไว้อย่างไร มีการเรียกค่าปรับหรือไม่ และใครเป็นผู้ลงนามอนุมัติให้ระบบเริ่มใช้งานจริง

สำนักงานประกันสังคมดูแลผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน เงินกองทุนมีมูลค่าหลายล้านล้านบาท ระบบไอทีจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวก แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานไทย เมื่อระบบสะดุด ผลกระทบจึงเกิดขึ้นทันทีในชีวิตประจำวันของผู้คน

ภาพสะท้อนจากกลุ่มเฟซบุ๊ก ข่าวประกันสังคม ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 5.6 แสนคน ที่มีการแชร์ปัญหาการติดต่อสำนักงานและความล่าช้าในการรับเงินทดแทนแทบทุกวัน สะท้อนว่าความเดือดร้อนยังดำเนินอยู่ และความเชื่อมั่นต่อระบบกำลังถูกตั้งคำถาม การกล่าวคำ “ขอโทษ” อาจช่วยลดแรงกดดันระยะสั้น แต่คำถามเรื่องความรับผิดชอบในเชิงบริหารยังคงอยู่ การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส การเปิดเผยรายละเอียดสัญญา และการรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขระบบอย่างตรงไปตรงมา คือสิ่งที่สาธารณชนคาดหวังมากกว่าถ้อยคำปลอบประโลม

ท้ายที่สุด ประเด็นนี้อาจไม่ใช่เพียงปัญหาของสำนักงานประกันสังคมเท่านั้น แต่สะท้อนโจทย์ใหญ่ของการบริหารโครงการดิจิทัลภาครัฐในยุคที่ข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศถูกรวมไว้ในระบบเดียว

เมื่อสิทธิขั้นพื้นฐานผูกติดอยู่กับซอฟต์แวร์ ความผิดพลาดจึงไม่ได้เป็นเพียง “ข้อขัดข้องทางเทคนิค” แต่คือความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบสวัสดิการ

คำถามที่ควรถูกตั้งอย่างจริงจังคือ ประเทศไทยมีระบบกำกับตรวจสอบโครงการไอทีภาครัฐที่เข้มแข็งเพียงพอหรือไม่ และเมื่อระบบผิดพลาด ใครต้องรับผิดชอบมากกว่าคำว่า “ขอโทษ” เพราะสำหรับผู้ประกันตนจำนวนมาก เงินทดแทนหนึ่งงวด ไม่ใช่ตัวเลขในฐานข้อมูล หากคือความอยู่รอดของชีวิตในแต่ละเดือน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เว็บแอพพ์ ‘850ลบ.’ วิกฤตความเชื่อมั่นประกันสังคม เมื่อคำ ‘ขอโทษ’ ไม่สามารถเยียวยาได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...