โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระราชพิธีสังเวยพระป้าย” เซ่นไหว้บรรพชนตามธรรมเนียมจีน ในราชสำนักไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 08.57 น.
พระป้ายรัชกาลที่ 4

การเซ่นไหว้ป้ายบรรพบุรุษ หรือ “ป้ายสถิตวิญญาณ” ในช่วงตรุษจีน เป็นธรรมเนียมเก่าแก่ของจีน และปรากฏอยู่ในราชสำนักไทย ในชื่อ “พระราชพิธีสังเวยพระป้าย” พิธีนี้เป็นมาอย่างไร?

คติป้ายสถิตวิญญาณ

ประเพณีเซ่นไหว้บรรพชนหน้าป้ายสถิตวิญญาณของจีน เรียกว่า เสินจู่(神主) หรือหลิงไผ(灵牌) เสินจู่ มีความหมายดั้งเดิมว่า “เปลวไฟที่ไส้ตะเกียง”ส่วนสำคัญที่สุดของประทีปโคมไฟ ส่วน “หลิง” หมายถึง “วิญญาณ”และ “ไผ” หมายถึง“ป้าย”หลิงไผจึงแปลตรงตัวว่า ป้ายสถิตวิญญาณ

คนจีนโบราณไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิดอย่างพุทธศาสนา แต่เชื่อว่า วิญญาณยังคงอยู่ มีสถานะเป็นเทพเจ้าประจำตระกูล เรียก เจียเสิน(家神) จึงต้องทำป้ายให้เป็นที่พำนัก ดังคำอธิบายใน คัมภีร์กงหยางจ้วน ว่า “ลูกกตัญญู เมื่อพ่อแม่ตาย นำร่างไปฝัง เชิญวิญญาณกลับ ด้วยเกรงว่าวิญญาณจะอยู่ไม่สุข จึงทำป้ายไม้ให้เป็นที่สิงสถิต”

คัมภีร์หลี่จี้(อธิบายจารีต) กล่าวถึงป้ายสถิตวิญญาณของกษัตริย์ว่า “กษัตริย์ตายเรียกว่า ‘โอรสสวรรค์สวรรคต’ เมื่อทำพิธีเชิญวิญญาณกล่าวอัญเชิญว่า ‘โอรสสวรรค์นิวัตคืนมาเถิด’ ข่าวตายประกาศว่า ‘เทวราชเสด็จสู่สวรรค์’ แล้วทำป้ายสถิตวิญญาณประดิษฐานไว้ในศาลบรรพชน เขียนข้อความว่า ‘ตี้’(帝 – พระเป็นเจ้า)

ธรรมเนียมนี้มีมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์โจว (เป็นอย่างช้า) โดยแต่เดิมเป็นเรื่องของชนชั้นปกครอง เพราะเป็นเครื่องแสดงฐานันดร แต่ต่อมาชาวบ้านทำบ้าง และทางการควบคุมไม่ได้ จึงมีกฎหมายอนุญาตอย่างเป็นทางการสมัยราชวงศ์หมิง โดยคนจีนจะนิยมไหว้บรรพชน 3-4 ชั่วคน ในเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลอื่น ๆ สืบมาถึงปัจจุบัน

ขนาดของป้ายสถิตวิญญาณจะใช้มาตรฐานตามคัมภีร์กงหยางจ้วนคือ 1 ฉื่อ 2 ฉุน (27.6 เซนติเมตร) ประกอบด้วยไม้ 3 ชิ้น คือ ฐานสี่เหลี่ยม 9×9 เซนติเมตร หนา 3-4 เซนติเมตร ตรงกลางเป็นร่องเสียบตัวป้าย ส่วนตัวป้ายเป็นไม้สองชิ้นซ้อนกัน ระบุชื่อ วันเดือนปีเกิด และวันเดือนปีตายของบรรพชน อาจเป็นป้ายละคน หรือสามีภรรยาร่วมป้ายเดียวกัน

เมื่อป้ายสถิตวิญญาณเป็นตัวแทนบรรพชน เจียเสินที่สถิตในป้ายจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านที่คุ้มครองครอบครัวและวงศ์ตระกูล และการเซ่นไหว้ต่าง ๆ ก็จะไหว้กันที่หน้าป้ายเหล่านี้

พระราชพิธีสังเวยพระป้ายในราชสำนักไทย

พระบรมราชจักรีวงศ์มีเชื้อสายจีน ประเพณีการทำป้ายสถิตวิญญาณ หรือ “พระป้าย” และพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษจึงเป็นพระราชพิธีในราชสำนักด้วย โดยมีร่องรอยพระป้ายและพระราชพิธีแต้มพระป้าย (การจารึกพระนามบนพระป้าย) เริ่มมีในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 หลักฐานอยู่ใน ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 7 ร.ศ. 109 หน้า 324 เรื่อง“การฉลองพระป้ายที่พระราชวังบางปะอิน”ข้อความตอนต้นระบุว่า

“ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า การแต้มป้ายเป็นธรรมเนียมของจีนชาติ ซึ่งเป็นผู้นับถือบรรพบุรุษเป็นที่พึ่ง เพราะเขาถือว่าการที่บูชาเซ่นสรวงบรรพบุรุษ เป็นข้อสำคัญที่จะแสดงให้ชนทั้งปวงเป็นที่นับถือว่า เป็นคนดีแลถือว่าเป็นความเจริญแก่ตัวได้จริงด้วย แลการแต้มพระป้ายซึ่งเป็นการหลวงก็ได้เคยมีแต่ครั้งพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต…”

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำพระป้ายถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถ รัชกาลที่ 4 แต่มีลักษณะเป็นเทวรูปหล่อ ทรงเครื่องกษัตราธิราชเช่นเดียวกับพระสยามเทวาธิราช พระพักตร์เหมือนรัชกาลที่ 4 ประดิษฐานในซุ้มเรือนแก้วแบบเก๋งจีน จารึกพระปรมาภิไธยเป็นอักษรจีน ประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งมหิศรปราสาท ก่อนย้ายไปพระที่นั่งอัมพรสถานใน พ.ศ. 2445

รัชกาลที่ 5 ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำป้ายไม้จันทน์ 2 ป้าย ป้ายแรกมีกรอบและซุ้มเป็นมังกร มีอักษรจีนระบุพระนามรัชกาลที่ 4 อีกป้ายกรอบและซุ้มเป็นรูปหงส์ มีอักษรจีนระบุพระนามสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี (พระราชชนนี) มีพระราชพิธีแต้มพระป้าย แล้วนำไปประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ พระราชวังบางปะอิน

เนื่องจากพระป้ายเขียนพระนามไว้แล้ว การแต้มพระป้ายจึงเป็นเพียงใช้พู่กันจีนจิ้มชาดหรคุณแต้มที่พระป้าย ซึ่งในพระราชพิธีนี้จะมีการเซ่นสังเวยร่วมอยู่ด้วย

พระป้ายของรัชกาลที่ 5 ทำขึ้นสมัยรัชกาลที่ 7 รวมถึงพระป้ายสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระราชชนนี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีแต้มพระป้าย แล้วนำไปไว้ ณ พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญเช่นกัน

เพลินพิศ กำราญจากสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ อธิบายเรื่องพระราชพิธีสังเวยพระป้ายไว้ ดังนี้

“พระราชพิธีสังเวยพระป้าย คือการตั้งเครื่องคาวหวานเซ่นไหว้บรรพบุรุษบุพการีตามธรรมเนียมจีน กำหนดการสังเวยพระป้ายแต่เดิมมาไม่ได้สังเวยพร้อมกัน สังเวยที่พระที่นั่งเวหาสน์จำรูญก่อน 1 วัน คือในวันแรม 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันไหว้ ส่วนที่พระที่นั่งอัมพรสถาน สังเวยในวันที่ 1 ค่ำ เดือน 1 ของจีน ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่

(พระราชพิธีสังเวยพระป้ายเปลี่ยนมาสังเวยพร้อมกันในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ของจีน หลังจากสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จสวรรคตแล้ว)

การสังเวยพระป้ายที่พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ และพระที่นั่งอัมพรสถานมีมาตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานกระแสพระราชนิยมไว้ว่า เมื่อทำพระป้ายขึ้นแล้วก็ควรมีการเซ่นตามธรรมเนียมจีนและควรมีทุกปี

พระราชพิธีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้วยพระองค์เอง หากบางปีมีพระราชกรณียกิจอื่นที่ไม่สามารถเสด็จพระราชดำเนินได้ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าลูกเธอ หรือพระราชวงศ์ผู้ใหญ่เสด็จพระกอบพระราชกรณียกิจแทนพระองค์”

ปัจจุบันป้ายสถิตวิญญาณของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีและพระมเหสี จึงประกอบด้วยพระป้ายของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, รัชกาลที่ 4, สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี, รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ และจะเห็นว่า ยังมีพระราชพิธีสังเวยพระป้ายในช่วงวันตรุษจีนอยู่ แต่พระราชพิธีแต้มพระป้ายนั้นไม่มีแล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ถาวร สิกขโกศล. (2568). เทพเจ้าจีนที่น่ารู้จัก.กรุงเทพฯ : แสงดาว.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระราชพิธีสังเวยพระป้าย” เซ่นไหว้บรรพชนตามธรรมเนียมจีน ในราชสำนักไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...