สรุปบันทึกการประชุม Fed เผยเสียงแตกเรื่องดอกเบี้ย ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังค้างคา
บันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประจำเดือนมกราคม 2026 ที่เผยแพร่เมื่อวานนี้ แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างชัดเจนในหมู่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย แม้จะมีมติเกือบเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% แต่ทิศทางในอนาคตกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้หยุดการลดดอกเบี้ยไว้ก่อน และจะกลับมาพิจารณาอีกครั้งในช่วงปลายปีหากตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวลดลงตามเป้าหมายเท่านั้น
ความขัดแย้งในที่ประชุม
สิ่งนี้สะท้อนผ่านมุมมองที่สวนทางกันอย่างสุดขั้ว โดยกรรมการบางส่วนถึงกับเสนอว่าอาจจำเป็นต้อง “ปรับขึ้นดอกเบี้ย” หากเงินเฟ้อยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย 2% ขณะที่กรรมการอีกกลุ่ม ซึ่งรวมถึง Christopher Waller และ Stephen Miran กลับโหวตสวนมติโดยต้องการให้ลดดอกเบี้ยทันทีอีก 0.25% เนื่องจากกังวลว่าตลาดแรงงานอาจเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงและต้องการการสนับสนุนมากกว่าการคุมเข้ม
บทบาทของ AI ต่อระบบเศรษฐกิจ
ประเด็นใหม่นี้ถูกยกขึ้นมา โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนมีความหวังว่า เทคโนโลยีนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและช่วยกดเงินเฟ้อให้ต่ำลงในระยะยาว อย่างไรก็ตาม กรรมการส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังและมองว่าการลงทุนใน AI อาจสร้างความเสี่ยงทางการเงินจากราคาทางสินทรัพย์ที่สูงเกินจริง (Asset Valuations) และความซับซ้อนของตลาดทุนนอกระบบ
ผลกระทบจากกำแพงภาษี
นอกจากปัจจัยภายในแล้ว ที่ประชุมยังได้หารือถึงผลกระทบจาก “กำแพงภาษี” ต่อราคาสินค้า โดยคาดการณ์ว่าผลกระทบดังกล่าวจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่กระนั้น Fed ยังคงเตือนว่าความคืบหน้าในการดึงเงินเฟ้อลงสู่เป้าหมายอาจจะ “ช้าและไม่สม่ำเสมอ” กว่าที่คาดไว้ ทำให้ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะค้างเติ่งอยู่เหนือระดับเป้าหมายยังคงเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจ
มุมมองของตลาดล่าสุด
หลังการเปิดเผยบันทึกการประชุม นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปจนถึงการประชุมในเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ โดยตลาดวางเดิมพันว่าการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี และอาจมีการลดอีกครั้งในเดือนกันยายนหรือตุลาคม หากสภาวะเศรษฐกิจเอื้ออำนวย
อ้างอิง: CNBC