อนาคตเศรษฐกิจไทยโต 3-5% อยู่ที่ผู้นำพ่วงการลงทุน l 7 มี.ค. 69 FULL l BTimes Weekend
BTimes
อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizส่องอนาคตประเทศไทยไปกับเจ้าสัวอาณาจักรอมตะนคร พร้อมเปิด 2 กลไกดันเศรษฐกิจไทยโตแกร่ง 4–5%
แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่แถลงโดยสภาพัฒน์ไปเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จะโตเกินคาดการณ์มาอยู่ที่ 2.4% แต่ยังมีความน่ากังวลจากปัจจัยลบทั้งนอกและในปที่โอบล้อม ไม่ว่าจะเป็นสงครามภาษีทรัมป์ ปมความขัดแย้งของตะวันออกกลางที่ปะทุรุนแรงไปเมื่อไม่นานมานี้ กระทบเป็นวงกว้างโดยตรงถึงเรื่องพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุส ที่ทำเอาสายการบินหลายแห่งจำต้องยกเลิกเที่ยวบินโดยฉับพลัน วกเข้ามาในประเทศไทยที่เครื่องยนต์หลายส่วนสะดุดต่อเนื่องมาเป็นระลอก จากเหตุหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง ส่งผลให้ธนาคารออกมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ ท่องเที่ยวเองก็ชะงักจากข่าวความไม่ปลอดภัยที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่ฝั่งส่งออกที่ถูกเพื่อนบ้านสปีดคุณภาพขึ้นมากินแชร์การตลาด ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้กูรูจากหลายสำนักออกมาคาดการณ์เป้าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ว่าอาจเห็นรำไรแค่ 1.5%…
คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน ให้มุมมองต่อเศรษฐกิจประเทศไทยไว้ว่า ‘ผู้นำและนโยบาย’ เป็น 2 องค์ประกอบหลักที่มีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ สะท้อนได้จากเรื่องราวในอดีตสมัยรัชกาลที่ 5 ความเจริญรุ่งเรืองหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ผ่านการเสด็จประพาสยุโรป 2 ครั้ง เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี จนเกิดการปฏิรูปสยามไปสู่ความทันสมัยทัดเทียมอารยประเทศ ไปพร้อมกับการรักษาเอกราชจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก หรือแม้แต่เพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างจีน ภายใต้การนำของเติ้ง เสี่ยวผิง ที่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจ ดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้าประเทศผ่านนโยบาย ‘เปิดประตู’ (Open Door Policy) รวมถึงมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 แห่ง หรือแม้แต่การดำเนินนโยบายสี่ทันสมัย เน้นไปที่การพัฒนาด้านเกษตรกรรม, อุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการทหาร หรือที่เห็นได้ชัดที่สุดอย่างสิงคโปร์ ที่มีนโยบายการลงทุนสุดชัดเจน จนดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นสูงได้สำเร็จ ดันให้เศรษฐกิจสิงคโปร์โตแรงกว่าประเทศไทยมากถึง 11 เท่า
ขยับออกไปยัง ‘ดูไบ’ ที่พลิกขึ้นมาเป็นมหานครแห่งความมั่งคั่ง จากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ออกกฎหมายและปรับโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการลงทุน ลดการพึ่งพารายได้จากน้ำมัน มาเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ดูไบสามารถดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศได้อย่างมหาศาล
ทั้งนี้ คุณวิกรมมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพ มีความได้เปรียบในหลายๆ ด้าน และมีโอกาสที่เศรษฐกิจจะโตได้ 4–5% เพียงแต่ผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์และนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน ไปพร้อมกับการดึงพาร์ทเนอร์ที่มีประสิทธิภาพเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทยไปด้วยกัน