“จีน” หารืออิหร่าน เปิดทางเรือพลังงานผ่านฮอร์มุซ หลังสงครามทวีความรุนแรง
"จีน" หารืออิหร่าน เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบและ LNG จากกาตาร์สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 03.06 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยว่าจีนกำลังเจรจากับอิหร่านเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ–อิสราเอลกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ความขัดแย้งดังกล่าวเข้าสู่วันที่ 6 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกแห่งนี้แทบหยุดชะงัก ส่งผลให้หลายประเทศถูกตัดขาดจากแหล่งพลังงานสำคัญ เนื่องจากประมาณหนึ่งในห้าของน้ำมันและ LNG ที่ใช้ทั่วโลกต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แหล่งข่าวระบุว่า จีน ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านและพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางอย่างมาก ไม่พอใจกับการที่เตหะรานทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบหยุดชะงัก และกำลังกดดันให้อิหร่านเปิดทางให้เรือพลังงานเดินเรือได้อย่างปลอดภัย
จีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลก นำเข้าน้ำมันราว 45% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เสถียรภาพของเส้นทางเดินเรือแห่งนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
ข้อมูลการติดตามเรือระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “Iron Maiden” สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา หลังเปลี่ยนสัญญาณการระบุเจ้าของเป็นบริษัทจีน อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญระบุว่าจำเป็นต้องมีเรือจำนวนมากกว่านี้เดินทางผ่านเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดพลังงานโลก
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากการโจมตีของอิหร่านต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบ
ขณะเดียวกันขีปนาวุธของอิหร่านยังถูกยิงไปถึงประเทศอื่น ๆ เช่น ไซปรัส อาเซอร์ไบจาน และตุรกี ซึ่งยิ่งเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลก และทำให้หลายประเทศเตือนถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อ
ข้อมูลจากบริษัทติดตามเรือ Vortexa ระบุว่าจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 4 ลำในวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งเป็นวันถัดจากการปะทุของสงคราม เทียบกับค่าเฉลี่ยประมาณ 24 ลำต่อวันตั้งแต่เดือนมกราคม
ขณะเดียวกันยังมีเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 300 ลำติดค้างอยู่ภายในช่องแคบ ตามข้อมูลจาก Vortexa และบริษัทติดตามเรือ Kpler
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า เรือที่สามารถเดินเรือผ่านช่องแคบได้ในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นเรือที่มีเจ้าของเป็นบริษัทจีนหรืออิหร่าน ขณะที่เรือจากประเทศอื่น ๆ ยังเผชิญข้อจำกัด
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิหร่านประกาศว่าเรือของสหรัฐ อิสราเอล และประเทศยุโรป รวมถึงพันธมิตรของประเทศเหล่านั้น จะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้กล่าวถึงจีนในประกาศดังกล่าว
อ้างอิง : reuters.com