โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สหรัฐฯ อัดฉีดงบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ อุ้มประกันภัยเรือขนส่งน้ำมันฝ่าวิกฤตสงครามอิหร่าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 มี.ค. เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 03.11 น.

บรรษัทเพื่อการพัฒนาทางการเงินระหว่างประเทศ (DFC) จับมือกระทรวงการคลังและ CENTCOM เร่งจัดทำแผนประกันภัยต่อ (Reinsurance) วงเงินหมุนเวียน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาตจนกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับจำต้องลดกำลังการผลิต ผู้เชี่ยวชาญชี้มาตรการการเงินอาจยังไม่เพียงพอ ตราบใดที่ความปลอดภัยทางกายภาพของเรือบรรทุกสินค้ายังคงถูกคุกคามจากการโจมตีทางอากาศในภูมิภาค

7 มีนาคม 2569 เวลา 02.00 น. - CNBC รายงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจัดตั้งโครงการประกันภัยต่อ (Reinsurance Program) มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนเรือบรรทุกน้ำมันและกิจกรรมการขนส่งทางทะเลอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการผลักดันให้เรือบรรสินค้ากลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้อีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 12% ในวันศุกร์ จนพุ่งทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากสถานการณ์สงครามกับอิหร่านส่งผลให้การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียตกอยู่ในภาวะหยุดนิ่ง นอกจากนี้ ประเทศในแถบอ่าวอาหรับบางแห่งเริ่มตัดสินใจลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบสำคัญดังกล่าวได้

ภายใต้แผนงานนี้ บรรษัทเพื่อการพัฒนาทางการเงินระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. International Development Finance Corporation หรือ DFC) จะรับประกันความเสียหายในวงเงินสูงสุด 2 หมื่นล้านดอลลาร์ในรูปแบบหมุนเวียน (Rolling basis) โดยทาง DFC และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command หรือ CENTCOM) เพื่อนำแผนดังกล่าวไปปฏิบัติใช้จริง

นายเบน แบล็ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ DFC กล่าวในแถลงการณ์ว่า "เรามีความมั่นใจว่าแผนการประกันภัยต่อของเราจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันดิบ, น้ำมันเบนซิน, ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG), น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และปุ๋ย สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและกลับมาไหลเวียนสู่ตลาดโลกได้อีกครั้ง"

ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในโลกสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบ โดยปริมาณการส่งออกผ่านทางน้ำที่แคบแห่งนี้คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการบริโภคทั่วโลก นอกจากนี้ ประมาณ 20% ของการส่งออกก๊าซ LNG ทั่วโลกก็จำเป็นต้องพึ่งพาเส้นทางนี้เช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะเสนอความคุ้มครองด้านประกันภัยให้แก่เรือพาณิชย์ในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงการจัดเรือรบจากกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อทำหน้าที่คุ้มกันหากมีความจำเป็น ซึ่งมาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำถูกโจมตี นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่ออิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นายแมตต์ ไรท์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านค่าระวางเรือจากบริษัทที่ปรึกษา Kpler ให้ความเห็นว่า ปัญหาเรื่องประกันภัยอาจไม่ใช่ประเด็นหลักสำหรับเจ้าของเรือในขณะนี้ โดยเขาระบุว่า สาเหตุที่เรือบรรทุกน้ำมันยังไม่เคลื่อนที่ผ่านช่องแคบ เป็นเพราะความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยทางกายภาพของตัวเรือและลูกเรือ

นายไรท์ กล่าวกับสำนักข่าว CNBC ทิ้งท้ายว่า "จำเป็นต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นก่อนว่า ความสามารถของอิหร่านในการดำเนินสงครามต่อไปนั้นได้ลดน้อยถอยลงแล้ว" ซึ่งสะท้อนว่าการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจจะยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติจนกว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จริงจะได้รับการแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...