สืบกาฬสินธุ์โชว์ผลงานเด่นรวบยกแก๊งม้ากดเงิน สมุนสแกมเมอร์จีนเทา
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สืบสวน.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ. 4 , พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงศ์ราช รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ , พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สืบสวน.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดผู้จับกุม กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นำโดย พ.ต.ต.ประมาณ ยศคำลือ สว.กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.สรัศฑัศ ดาทุมมา รองฯสว.กก.สสฯ, ร.ต.อ.พิชิต โยธานันท์ รอง สว.กก.สส.ฯ ,ร.ต.ท.ชุมพล พันประดับ, ร.ต.ต.สมชาย บุญเกตุ พร้อมกำลังตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ข้อหา “อั่งยี่” แก๊งเปิดบัญชีม้ากดเงิน เครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มจีนเทา 4 ราย
ประกอบด้วย 1.คนรับจ้างทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าและกดเงิน 2.คนทำหน้าที่เป็นคนคุมม้า 3.ชาวกระเหรี่ยงผู้สั่งการหาคนเปิดบัญชีม้า และ4.ชาวกระเหรี่ยงผู้สั่งการหาคนเปิดบัญชีม้า พร้อมของกลาง เงินสด 300,000 บาท ได้จากการเบิกถอนเงินสดของบัญชีม้ากดเงิน, สมุดบัญชีธนาคาร บัญชีม้า/ภายในมียอดเงินคงเหลือ จำนวน 145,972.78 บาท, โทรศัพท์มือถือที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้ติดต่อประสานงาน จำนวน 5 เครื่อง, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง) ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยารีส เอทีฟ (ATIV) สีขาว หมายเลขทะเบียน งธ 4244 ขอนแก่น และ สมุดบัญชีธนาคารชื่อบัญชี นายสมชาย แซ่เสิ่น จำนวน 1 เล่ม
พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สืบสวน.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทยพบว่าการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และจากข้อมูลสรุปภาพรวมสาขาของธนาคารที่มีการถอนเงินบ่อยที่สุด 5 อันดับแรก ของ ภ.4 พบว่าธนาคารออมสิน สาขาห้างดังกาฬสินธุ์ มีการฝาก-ถอนเงินเป็นจำนวนถึง 16 ครั้ง และตู้เอทีเอ็มที่มีการถอนเงินบ่อยที่สุดพบว่าเป็นของธนาคารออมสิน ตั้งอยู่ใน ต.เหลี่ยม อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ จากข้อมูลที่ได้แสดงว่ามีการกระทำผิดในพื้นที่
ดังนั้น พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ. 4 และพล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ จึงได้กำชับให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิด เพราะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ซึ่งพ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ประมาณ ยศคำลือ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมพวก ออกทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด ผู้ร่วมกระทำความผิด กลุ่มขบวนการ เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมาจากการสืบสวนหาข่าวและเฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายต้องสงสัย ทำให้ทราบว่าได้มีกลุ่มบุคคลต่างพื้นที่ เข้ามาจัดหาว่าจ้างคนในพื้นที่ เพื่อใช้บัญชีธนาคารรับโอนเงิน ก่อนจะพาไปเบิกถอนเงินทั้งที่เคาน์เตอร์ธนาคารและตู้กดเงินสด (ATM) ตามสถานที่ต่างๆในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์
กระทั่งวันที่ 6 มีนาคม 2569 จากการสืบสวนและรับแจ้งจากสายลับ ทราบว่ามีกลุ่มบุคคล จำนวน 4-5 คน รวมตัวกัน โดยใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นนยารีส เอทีฟ (ATIV) สีขาว ทะเบียน งธ 4244 ขอนแก่น เป็นยานพาหนะ ตระเวนถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารออมสิน จึงเรียนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นแล้ววางแผนเข้าจับกุม จนเวลาประมาณ 13.30 น. พบรถยนต์คันดังกล่าวเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้า สาขากาฬสินธุ์ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ก่อนที่จะมีชาย-หญิงต้องสงสัย 2 คน ซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีม้าและกดเงิน และคนขับรถมาเบิกและกดเงิน ลงจากรถคันดังกล่าว แล้วฝ่ายหญิงเข้าไปเบิกถอนเงินสดที่ธนาคารออมสิน ส่วนฝ่ายชาย ยืนรออยู่บริเวณด้านนอก
ส่วนอีก 2 คน เป็นชาว จ.เชียงใหม่ เป็นชาวกระเหรี่ยงรับคำสั่งผ่าน Telegram จากคนจีนที่เป็นแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าพื้นที่มาหาคนเปิดบัญชีม้านั่งรออยู่ในรถ และเมื่อเบิกถอนเงินเสร็จ ชาย-หญิงดังกล่าวจึง เดินออกจากห้างฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มรออยู่ จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวไว้ได้ 4 คน พร้อมตรวจยึดของกลางไว้ตรวจสอบ
พ.ต.อ.นพวิทย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบถาม นายสมชาย หรือฟู่ฯ และนายสมชาย หรือยี่ฯ เบื้องต้นได้ยอมรับว่าพวกตนรับคำสั่งมาจากบอสซึ่งเป็นคนจีนชื่อหยู๋เทียน (ไม่ทราบชื่อ และนามสกุลจริง) ให้มาดำเนินการควบคุมการเบิกถอนเงินสดในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์มาแล้วหลายครั้ง โดยใช้วิธีการติดต่อสื่อสารกับบอส (หัวหน้า) ทางแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม (Telegram) ซึ่งก่อนหน้านี้หลังจากที่ถอนเงินสดแล้ว จะมีบุคคลไม่ทราบชื่อและนามสกุล ขับรถจักรยานยนต์มารับ เงินสดดังกล่าวไป
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนางสาวสุจิตราพบว่า มียอดเงินของผู้เสียหายโอนเข้ามาจำนวนหนึ่ง และมีการถูกถอนออกจากบัญชีไป ซึ่งมีการแจ้งความทางออนไลน์ไว้ที่ สภ.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2569 ซึ่งบัญชี ธนาคารของ นางสาวสุจิตราฯ ถูกใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินแถว 2 และเป็นเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (อั้งยี่)” พร้อมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และจะได้สืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้สั่งการ และผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าแก๊งเหล่านี้กำลังออกก่อเหตุในภาคอีสานและพบความเชื่อมโยงเหยื่อถูกหลอกโอนเงินข้ามจังหวัด