โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โผ “หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ” เกราะคุ้มกันพอร์ตยุคโลกตึงเครียดจากภูมิรัฐศาสตร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 มี.ค. เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 05.47 น.

เมย์แบงก์ชี้เป้า "หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ" ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตระยะยาวในยุคโลกตึงเครียดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หุ้นหลายตัวจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค หุ้นในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ (Aerospace & Defense) กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง ในฐานะหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพสูง เนื่องจากมีรัฐบาลเป็นลูกค้าหลักและได้รับงบประมาณด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่อง

ฝ่าย Investment Solutions บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า กลุ่มหุ้นดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในระยะยาว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งในยูเครนและตะวันออกกลางได้สะท้อนภาพของสงครามยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เน้นกำลังรบหนักอย่างรถถังหรืออากาศยานขนาดใหญ่ ไปสู่การใช้อาวุธเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่มีประสิทธิภาพสูง เช่น โดรนไร้คนขับ และระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สามารถปฏิบัติการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้บริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้กลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ความมั่นคงโลก

เทคโนโลยีทางการทหารถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์ของสงครามในแต่ละยุค และบริษัทที่พัฒนาและถือครองนวัตกรรมเหล่านี้มักกลายเป็นผู้นำของอุตสาหกรรม

เช่นLockheed Martin ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Stealth และผู้ผลิตเครื่องบินรบ F-35 Lightning II ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการทางทหารที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์

ขณะที่RTX Corporation (เดิม Raytheon Technologies) เป็นผู้นำด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศ

ผู้ผลิตขีปนาวุธสำคัญของโลกอย่างPatriot และTomahawk รวมถึงเครื่องยนต์อากาศยานภายใต้แบรนด์ Pratt & Whitney

ด้านNorthrop Grumman โดดเด่นในเทคโนโลยีอวกาศและระบบความมั่นคงขั้นสูง รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนรุ่นใหม่ B-21 Raider และระบบป้องกันไซเบอร์

ส่วน General Dynamics มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์หุ้มเกราะ เช่น รถถัง Abrams และการต่อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นกำลังหลักของยุทธศาสตร์ทางทะเลของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายธรรณพ ชำนาญศิลป์, CFP® Vice President Investment Solution บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังมีปัจจัยสนับสนุนในระยะยาวหลายประการ โดยเฉพาะแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของงบประมาณกลาโหมทั่วโลก ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องไม่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมาจากพรรคการเมืองใด

นอกจากนี้ บริษัทในอุตสาหกรรมนี้มักมีมูลค่างานในมือ (Backlog) จำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถรองรับรายได้ล่วงหน้าได้หลายปี ทำให้สามารถคาดการณ์ผลประกอบการได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ อีกทั้งสัญญาจัดซื้อทางทหารส่วนใหญ่ยังมีเงื่อนไขปรับราคาตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงช่วยให้บริษัทมีความสามารถในการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของเศรษฐกิจได้ดี

นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มดังกล่าวยังมีลักษณะเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และบางบริษัทมีนโยบายซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งคราว ทำให้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างกระแสเงินสดระหว่างทางควบคู่ไปกับการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว

นายธรรณพ กล่าวว่า แม้หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศอาจไม่ได้เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนหวือหวาในช่วงที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หุ้นกลุ่มนี้สามารถทำหน้าที่เป็นเสาหลักของพอร์ตการลงทุน ช่วยสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงและโอกาสการเติบโต เนื่องจากมีฐานลูกค้าเป็นภาครัฐที่มีความมั่นคงสูงและมีความต้องการด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...