โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ว่าฯชัชชาติชวนคนพิการทดสอบทางเท้าลาซาล รับฟังข้อเสนอแนะจุดบกพร่องเชิงเทคนิค

เดลินิวส์

อัพเดต 8 มีนาคม 2569 เวลา 3.52 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้ว่าฯชัชชาติ ชวนคนพิการทดสอบทางเท้าลาซาล คืบหน้า 90% ย้ำ “เมืองไม่มีคำว่าดีที่สุด เพื่อไม่ให้หยุดพัฒนา” เดินหน้ามาตรฐานทางเท้าใหม่ ผนึกกำลังภาคประชาชน ตรวจสอบ-เสนอแนะจุดบกพร่องเชิงเทคนิค

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เขตบางนา ติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงทางเท้าบริเวณถนนลาซาล จากมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ซอยลาซาล 42 ไปยังซอย 46 และบริเวณแยกลาซาลเชื่อมแบริ่ง เพื่อตรวจสอบมาตรฐานทางเท้าว่าสามารถอำนวยความสะดวกในการสัญจรให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มได้หรือไม่

ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปรับปรุงทางเท้าถนนลาซาลมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปรับปรุงทางเท้าทั่วกทม. ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินการในถนนสายหลักและสายรองรวมกว่า 1,000 กม. จากระยะทางทั้งหมดประมาณ 2,000 กม. เพื่อให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วเมือง โดยเน้นความเรียบ สม่ำเสมอ และความต่อเนื่องของทางลาด เพื่อรองรับการสัญจรของประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้สูงอายุและผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์

“อนาคตเมืองคือ ‘ตลาดแรงงาน’ เราต้องดึงดูดคนเก่ง ๆ ให้มาอยู่กับเรา หากเมืองมีอารยสถาปัตย์ ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้วีลแชร์ ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ ก็จะช่วยสะท้อนคุณภาพชีวิตและแนวคิดของเมืองได้ รวมถึงเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจภาพรวม และการอยู่รอดของเมืองในอนาคตด้วย” ผู้ว่าฯกทม. ย้ำ

ขณะที่ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และเครือข่ายมนุษย์ล้อ ตลอดจนคนพิการทางสายตา ได้ร่วมทดสอบการใช้งานจริงเพื่อสะท้อนปัญหาหน้างาน พร้อมระบุว่า เมื่อเทียบกับอดีต สภาพทางเท้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมให้มุมมองเรื่องความสำคัญของการออกแบบที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้ผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกายสามารถออกมาใช้ชีวิตและเดินทางได้ด้วยตนเอง

ซึ่งจากการตรวจสอบร่วมกัน พบรายละเอียดที่ต้องให้ความสำคัญหรือปรับปรุงเพิ่มเติม อาทิ 1.การติดตั้งเบรลล์บล็อก (Braille Block) ต้องติดตั้งให้ถูกประเภทและตำแหน่ง โดยแบบจุด (Warning Block) ใช้เพื่อเตือนก่อนถึงจุดเปลี่ยนระดับอย่างน้อย 30 ซม. ส่วนแบบเส้น (Guiding Block) ใช้สำหรับนำทาง ซึ่งในจุดที่ทางเท้าแคบควรงดใช้แบบเส้น เพื่อไม่ให้เกิดการเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางบ่อยเกินไปจนคนตาบอดเกิดความสับสน และเน้นใช้แบบจุดเตือนเป็นหลักแทน

2.การใช้ฝาท่อระบายน้ำที่ไม่อันตรายต่อคนพิการ โดยหลีกเลี่ยงฝาท่อตะแกรงเหล็กขนาดใหญ่ เนื่องจากล้อวีลแชร์หรือไม้เท้าคนพิการทางสายตาอาจติดได้ 3.การเจาะเกาะกลางถนนในจุดทางข้ามเพื่อให้รถเข็นผ่านได้สะดวก รวมถึงคำนึงถึงความต่อเนื่องของทางเท้า

ทั้งนี้ นอกจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลต้นไม้เกาะกลางถนนก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการตัดแต่งกิ่งไม้ให้สวยงามและเน้นการสร้างร่มเงาให้ครอบคลุมพื้นผิวถนนหรือทางเท้า ไม่ใช่เพียงตัดเพื่อหลบสายไฟอย่างเดียว เพื่อให้เกิดความร่มรื่น สวยงาม และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับเมือง

"การพัฒนาเมืองต้องอาศัยพลังจาก 4 เกลียว คือ ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจหรือเอกชน และภาควิชาการ ที่คงต้องรวมเข้าด้วยกันเป็นเชือกที่แข็งแรง ซึ่งการพัฒนาเมืองไม่มีคำว่า 100% หรือ ‘ดีที่สุด’ เพราะหากคิดว่าดีที่สุดอาจทำให้หยุดพัฒนา ฉะนั้น ต้องทำไปเรื่อย ๆ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ผู้ว่าฯกทม.กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...