โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มายาคติของการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ด้วยการเก็งกำไร..โดยอิงผลประกอบการที่ดี

ทันหุ้น

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 07.33 น.

ตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นหลักของโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่น และอื่นๆ ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่น (Bull Market) แต่ในทางปฏิบัติกลับมีนักลงทุนจำนวนมากที่เผชิญกับการขาดทุนหรือมีกำไรที่น้อยกว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ…หนึ่งในข้อเท็จจริงและปัจจัยกดดันในกรอบเวลาดังกล่าวได้แก่ “ความกลัว” และ “ความไม่แน่นอน” ของนโยบายการเงินสหรัฐฯ, ความตึงตัวของ Valuation หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (ตลอดเวลา), ผลกระทบของสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลทำให้นักลงทุนโดยส่วนใหญ่มีการปรับพอร์ตและขายหุ้นซึ่งมีพื้นฐานที่ดีออกหลังจากที่ลงทุนได้ไม่นาน

ในโลกการลงทุนที่นักลงทุนส่วนหนึ่งให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานโดยนักลงทุนพิจารณา “เลือกหุ้น” และตัดสินใจลงทุนแบบเก็งผลประกอบการหรือซื้อหุ้นก่อนที่จะมีการประกาศผลประกอบการในแต่ละงวด สำหรับกลยุทธ์ในลักษณะนี้นักลงทุนคาดหวังว่าจะช่วยทำให้การลงทุนมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นแต่ในความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป โดยเราได้ลองรวบรวมข้อมูลและลองเรียง Timeline ของการประกาศผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีประมาณ 9 ตัว (ยกตัวอย่างไว้เป็นตัวแทนของกลุ่ม) นับตั้งแต่บริษัทมีการประกาศงบงวด 4Q23 – 4Q25 และได้ผลลัพธ์เชิงสถิติดังนี้ (ตาราง)

จากตัวอย่างในตารางได้จำลองการซื้อหุ้น Nvidia, TSM (TSMC), SK Hynix, ASML, Meta (Facebook), MSFT (Microsoft), TSLA (Tesla), AAPL (Apple) และ AMD โดยซื้อหุ้นก่อนการประกาศผลประกอบการ 1 วันและถือหุ้นต่ออีกราว 1 เดือนโดยแบ่งสถานการณ์เป็น 2 แบบ 1. แถบตารางสีฟ้าแทนงวดที่ผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาด 2. แถบสีแดงแทนงวดที่ผลประกอบการแย่กว่าที่ตลาดคาด ทำให้เราข้อสังเกตุและการสรุปดังนี้

  • ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มที่เรายกเป็นตัวอย่าง (ถือเป็นตัวแทนของหุ้นเทคโนโลยี-Semiconductor) โดยส่วนใหญ่ในช่วง 4Q23-4Q25 ดีกว่าที่ตลาดคาด
  • นับตั้งแต่ช่วง 2H24 แม้ผลประกอบการจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดแต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง สะท้อนถึงการที่นักลงทุนอาจให้น้ำหนักกับปัจจัยอื่นๆ มากกว่าผลประกอบการที่ดี ยกตัวอย่างเช่น การให้ Guidance ของผู้บริหารและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการลงทุน (Capex) ที่สูงและความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
  • บริษัทขนาดใหญ่หลายบริษัทมีปัจจัยเฉพาะตัวที่นักลงทุนอาจให้ความสำคัญมากกว่าผลประกอบการในงวดนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น Tesla นักลงทุนให้น้ำหนักกับพัฒนาของธุรกิจใหม่ที่อยู่ใน Pipeline และรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากธุรกิจเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ส่วน Microsoft นักลงทุนมีความกังวลต่อรายได้ของธุรกิจ Cloud (Azure) ที่เติบโตต่ำกว่าที่ตลาดคาดในขณะที่ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนสูงและมากกว่าที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น
  • เราทดลองใช้วิธีเดียวกันแต่ปรับ Timeline เป็น 1 วัน โดยซื้อหุ้นก่อนการประกาศผลประกอบการ 1 วันและขายหุ้นออกที่ราคาปิดของอีก 1 วันทำ (T+1) พบว่า “Win Rate” ของการลงทุนแบบเก็งผลประกอบการไม่ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จากข้อสรุปข้างต้นและกรอบการลงทุนที่มีระยะเวลาการถือหรือลงทุนเพียง 1 เดือน (ลงทุนระยะสั้น) ยังไม่สามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการบอกได้อย่างชัดเจนว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการนำความเข้าใจนั้นมาประยุกต์ใช้กับการลงทุนไม่มีประโยชน์ เพราะหากพิจารณาผลตอบแทนของหุ้นในช่วง 6 เดือน และ 12 เดือน จากบริษัทที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจะพบว่าโดยส่วนใหญ่มีผลตอบแทนที่สูง (โดยเฉพาะการลงทุนที่มีระยะเวลาการถือประมาณ 1 ปี) ซึ่งเรามองว่าเป็นช่วงเวลาขั้นต่ำที่เหมาะสมในการลงทุนในหุ้นที่มีความผันผวนสูง

และที่สำคัญ ณ วันนี้ระดับ Valuation ของหุ้นโดยส่วนใหญ่มีความ “Premium” กว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน กล่าวคือการลงทุนด้วยกลยุทธ์การคาดการณ์ต่อผลประกอบการที่ประเมินว่าจะดีมีโอกาสประสบความสำเร็จน้อยลง (ในระยะสั้น) แต่การลงทุนในหุ้นหรือบริษัทที่ดีในระยะยาวยังคงมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า

นอกจากนั้นนักลงทุนควรพิจาณาปัจจัยแวดล้อมประกอบการพิจารณาโดยปัจจุบันเราประเมินว่าปัจจัยลบที่นักลงทุนให้น้ำหนักมากขึ้นคือปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อการประเมินมูลค่า (Valuation Concern) ยกตัวอย่างเช่น การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตเ พราะปัจจัยนี้ส่งผลทางตรงต่อต้นทุนการเงินที่อาจสูงขึ้นในอนาคตทำให้บริษัทแบกรับภาระทางการเงินที่สูงขึ้นในวันที่การลงทุนดังกล่าวยังไม่สามารถสร้างรายได้ที่ชัดเจน นอกจากนั้นอัตราดอกเบี้ยยังส่งผลต่อการประเมินมูลค่าของหลักทรัพย์อีกด้วย

คอลัมน์: Global Insight by Pine Wealth Solution

โดย ปิยะทัศน์ พาโสมนัสสกุล
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน
บล. ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...