โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

UBE รุกอาหารมูลค่าสูง ปูทางปี69 ฟื้นตัวแกร่ง

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 08.22 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - UBE ประกาศเดินหน้า Transformation ภายใต้กลยุทธ์ “Beyond Ethanol” สร้าง New S Curve รุกอาหารและผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เสริมแกร่งระยะยาว แม้ปี 2568 ขาดทุนจากธุรกิจเอทานอล แต่แป้งมัน-ร้านอาหารโตเด่น ปูทางฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 2569

นางสาวสุรียส โควสุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2569 UBE พร้อมก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ (Transformation) ภายใต้การ ‘Beyond Ethanol’ ด้วยการปรับวิสัยทัศน์และต่อยอดการวางกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยธุรกิจเอทานอลยังคงเป็นธุรกิจหลักและเป็นรากฐานที่แข็งแกร่ง

และพร้อมสร้าง New S Curve ผ่านการยกระดับธุรกิจไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจเอทานอล ทั้งยังรับกับเทรนด์ความมั่นคงทางอาหารแห่งอนาคตและกระแสสุขภาพโลกที่เน้นการบริโภคผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ปลอดการใช้สารเคมี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว (Longevity Trend) อย่างแท้จริง ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ

สำหรับกลยุทธ์ทรานส์ฟอร์เมชันเพื่อก้าวสู่บริบทใหม่ของการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว ในกลุ่มธุรกิจเอทานอล จะนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ผสานกับการวางกลยุทธ์อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้การใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสร้างโอกาสการเติบโตใหม่และนำพาธุรกิจรุกสู่ตลาดสากล

ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการส่งออกในประเทศต่าง ๆ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดในตลาดโลกที่มีแนวโน้มเติบโต และมุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันผ่านความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ (Operational Excellence) มาใช้ในการบริหารจัดการต้นทุน ด้วยการคัดสรรเทคโนโลยีการหมักที่ล้ำสมัย อาทิ การคัดเลือกสายพันธุ์ยีสต์และเอนไซม์ที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงการใช้โมเดลระบบการผลิตที่ยืดหยุ่น สามารถเลือกใช้วัตถุดิบได้หลากหลายชนิด (Multi-feed)

ส่วนธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและฟลาว บริษัทฯ เล็งเห็นว่ายังมีศักยภาพเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งาน (Application) ที่หลากหลายยิ่งขึ้น และมุ่งไปที่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง (High Value Products) ที่สอดรับกับเทรนด์สุขภาพและนวัตกรรมอาหารระดับสากล ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการผลักดันการเติบโตของกลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง (High Value)

ได้แก่ แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิก ฟลาวมันสำปะหลัง (Organic Starch, Flour) ตอบโจทย์ลูกค้าพรีเมียมทั้งในและต่างประเทศ โดยสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจร้านอาหารจะรุกเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ขยายเข้าสู่เซกเมนต์ใหม่เพื่อสร้างแลนด์สเคปธุรกิจร้านอาหารให้กว้างขวาง กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ พร้อมมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ

ด้านธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง (Rising Star) บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเข้าถึงฐานลูกค้าในพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์ ‘โอชิเน’ (Oshinei) ในเครือ โอชิเน เอ็นเตอร์ไพรส์ (Oshinei Enterprise) ที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการสร้างประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นระดับคุณภาพจนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยในปี 2568 ทำผลงานเติบโตได้ถึง 13% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จึงเร่งสปีดขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขาในปีนี้ แบ่งเป็นรูปแบบแฟรนไชส์ 3 สาขา และการลงทุนเองโดยบริษัท (Equity Store) อีก 2 สาขา สำหรับแบรนด์น้องใหม่ ‘เรนชิน’ (Renshin) ปัจจุบันมี 2 สาขา ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมหลังจากเปิดให้บริการสาขาแรกในเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มองหาประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วงเปิดตัวอยู่ในระดับที่น่าพอใจและเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

ด้านผลการดำเนินงาน ปี 2568 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 5,192.7 ล้านบาท ลดลง 1,272.8 ล้านบาท จากปี 2567 (-19.7% YoY) และรายงานผลขาดทุน 103.1 ล้านบาท ในปี 2568 เทียบกับกำไร 252.5 ล้านบาท ในปี 2567 ผลจากธุรกิจเอทานอลรายงานยอดขายลดลงเป็น 2,574.4 ล้านบาท ลดลง 34.0% YoY เนื่องจากปริมาณและราคาขายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิงที่ลดลง 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลหลักให้ธุรกิจเอทานอลขาดทุน 366.5 ล้านบาท จากกำไร 132.1 ล้านบาทในปี 2567

ขณะที่รายได้ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังอยู่ที่ 1,740.5 ล้านบาท ลดลง 15.4% YoY แต่ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังสามารถทำกำไรได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยรายงานกำไร 198.8 ล้านบาท เติบโต 57.8% YoY จากการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพและ Product mix ที่มีสัดส่วนสินค้าที่ทำกำไรสูง ในส่วนรายได้จากธุรกิจร้านอาหารมีรายได้ในปี 2568 อยู่ที่ 751.9 ล้านบาท เติบโตจากปี 2567 ที่บริษัทได้เริ่มลงทุนในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว จากการขยายร้านอาหารญี่ปุ่นโอชิเนและการปรับบริหารจัดการของธุรกิจแฟรนไชส์

โดยในปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการทดสอบความแข็งแกร่ง ทั้งแรงกดดันธุรกิจเอทานอลที่ยังมีความผันผวนด้านราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงความผันผวนของสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตร อย่างไรก็ตาม UBE เชื่อมั่นว่าผลประกอบการในปีที่ผ่านมาเป็นจุดเปลี่ยน (Turning Point) เพื่อปูทางใหม่ โดยบริษัทฯ ได้ใช้ช่วงเวลานี้ในการปรับโครงสร้างและวางกลยุทธ์เชิงรุกอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมพร้อมรับการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในปี 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...