ปักหมุดที่ “ภูเก็ต” จากเรือนานาชาติสู่วิถีชุมชน
“ปีที่แล้วเราพาสมาชิกไปร่วมเทศกาลยี่เป็งที่เชียงใหม่ ปรากฎว่าเต็มเร็วมาก ล่าสุดก็พาดูโขน รวมถึงงานวิจิตรเจ้าพระยาที่เพิ่งจบไปปลายปี และล่องเรือยอร์ชระหว่างการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “งานมหกรรมเรือนานาชาติแห่งประเทศไทย 2569” (Thailand International Boat Show 2026 - TIBS) ก็เป็นอีกครั้งที่เราจัดขึ้นเป็นพิเศษให้กับสมาชิกของไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด ก่อนหน้านี้เราก็มีการจัดขึ้นปีละครั้งหรือสองครั้ง แต่หลังจากได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาชิกจึงมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่จัดให้สมาชิกเข้าร่วมแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีแพคเกจพิเศษแบบลักชัวรีให้สมาชิกที่สนใจเข้าร่วมด้วย” นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด กล่าว
“ภูเก็ตโดดเด่นด้วยความหลากหลาย ตอบโจทย์ในทุกมิติ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ หรือ “Local Experience” สร้างประสบการณ์การเดินทางอันทรงคุณค่า ผ่านเสน่ห์อัตลักษณ์ท้องถิ่น ตั้งแต่สถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่า ไปจนถึงวิถีชีวิตของชุมชนต่าง ๆ ที่แข็งแกร่ง ไปจนถึง การท่องเที่ยวแบบลักชัวรี่ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, Wellness Center ระดับสากล, การล่องเรือหรู กิจกรรมทางน้ำ ซึ่งมีท่าเรือรองรับทั่วทั้งภูเก็ต สะท้อนการผสานระหว่างวัฒนธรรม ธรรมชาติ ความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว”
หนึ่งในวิถีชุมชนที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวคือ “ชุมชนบ้านสาคู” ที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต ทั้งที่ห่างไปเพียงราว 5 กิโลเมตร แต่ที่นี่มีครบทั้งภูเขา สวนผลไม้และทะเล ภูเขาไม่สูงนักที่โอบล้อมชุมชนอยู่มีสวนยางเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียว ส่วนสวนผลไม้แทรกตัวอยู่ท่ามกลางป่าเขา ซึ่งรวมทั้งผักเหลียง ไม้พุ่มที่ชอบร่มเงาของสวนยางมากเป็นพิเศษ ส่วนชายหาดนั้นด้านหนึ่งคือ “หาดในยาง” ที่มีตลาดชิงปลาเป็นความครึกครื้นที่จะมีในทุกเช้า ยกเว้นวันฝนกตกหนัก
ที่เรียกชื่อตลาดว่าชิงปลาก็เพราะการไปหาซื้อปลาและอาหารทะเลสด ๆ ณ ตลาดเช้าที่ว่านี้ จะต้องใช้ความรวดเร็วและความชำนาญในการช่วงชิงปลาที่ขึ้นมาสด ๆ จากเรือของชาวประมงพื้นบ้าน แบบที่ต้องคิดไว้แล้วว่าอยากจะได้ปลาอะไรและเมื่อเจอต้องรับฉกมาเป็นเจ้าของอย่างว่องไว ถ้ามาแบบคิดไม่ออกว่าจะซื้อปลาอะไรดีบอกเลยว่ากว่าจะคิดได้อาจจะได้แต่ยืนดูแผงต่างหน้า แต่สำหรับคนที่มาเยี่ยมเยือนชุมชนบ้านสาคูและร่วมกิจกรรมแบบจัดเต็ม ตอนเที่ยงก็จะมีโอกาสได้ลิ้มลองปลาสด ๆ จากตลาดชิงปลาเป็นหนึ่งในเมนูมื้อกลางวันแน่นอน
ทันทีที่มาถึงบ้านสาคูแล้วจะได้ทำกิจกรรมแรกอย่างการลงมือย้อมสีธรรมชาติ แบบที่แค่เอาใบไม้มาจัดวางเรียงตามที่แต่ละคนออกแบบ ก่อนจะม้วนโดยใช้ท่อน้ำมาเป็นแกนกลาง ใช้ถุงดำเป็นตัวที่ช่วยกันไม่ให้น้ำเข้า มัดจนแน่น ก่อนจะนำไปนึ่งเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จะออกมาสีสันสดแจ่มแค่ไหนขึ้นอยู่กับใบไม้ที่เลือกจัดวางไว้ ซึ่งจะให้สีต่างกันทั้งสีม่วง ส้ม เหลือง เขียว รวมไปถึงดอกไม้บางอย่างที่สามารถนำมาใช้ได้ด้วย อยากรู้ว่าแต่ละใบให้สีสันอะไรจะมีเหล่าสมาชิกวิสาหกิจชุมชนคอยแนะนำ
ม้วนมัดเสร็จแล้วระหว่างรอเวลาให้ผลงานได้บ่มเพาะตัวเองจากการเอาไปนึ่ง เหล่าสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านสาคูก็จะพาขึ้นรถสามแถวที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู แล่นลัดเลาะไปตามสวนยาง โดยมีไฮไลท์อยู่ที่อุโมงค์ต้นยางซึ่งกิ่งก้านจะโน้มเข้าหากันจนกลายเป็นอุโมงค์ธรรมชาติ หากมาในช่วงที่ไม่ใช่ช่วงเวลาผลัดใบ อุโมงค์ต้นยางก็จะสีเขียวชอุ่ม เส้นทางจะไปจบที่สวนยางที่มีต้นผักเหลียงเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนรองรับชีวิตวัยเกษียณของเจ้าของสวน เพราะจะมีผักเหลียงไว้เก็บขายได้ทุกวัน เมื่อมีผู้มาเยือนก็ยังสามารถพามาสอนเก็บใบเหลียง ก่อนจะเชียร์ให้ช่วยเก็บให้เยอะพอที่จะนำไปผัดผักเหลียงใส่ไข่สำหรับมื้อกลางวัน ที่จะให้ทั้งเก็บและเด็ด เลยไปจนถึงลงมือผัดด้วยตัวเอง
จบกิจกรรมพร้อมอิ่มท้องแล้ว ผ้ามัดย้อมที่นึ่งไว้ก็จะเสร็จพร้อมเผยโฉมผลงานชิ้นเดียวในโลกพอดี บอกเลยว่าหากไม่แอบบูลลี่กันแต่ละชิ้นก็จะมีความสวยงามแตกต่างกันไป กิจกรรมของบ้านสาคูยังไม่จบเท่านั้น หากมีเวลาจนถึงช่วงเย็นจะมีกิจกรรมชมพระอาทิตย์ตก บ้านสาคูมี 2 จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามคือ เกาะปลิง และอีกจุดคือสะพานไม้ซึ่งตั้งอยู่ที่หาดในทอน หากเดินทางมาเที่ยวชุมชนบ้านสาคูระหว่างเดือนมิถุนยนถึงกรกฎาคม จะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนพื้นบ้าน ที่เรียกว่า “ทุเรียนสาคู” ที่เลื่องชื่อในรสชาติ นักท่องเที่ยวจะได้ทดลองเก็บผลไม้ด้วย
“ปัจจุบันภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงเมืองตากอากาศระดับโลกเท่านั้น หากแต่ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล (Maritime Hub) และ Strategic Luxury Hub ที่มีบทบาทสำคัญของภูมิภาค การเข้าร่วมงาน ‘มหกรรมเรือนานาชาติแห่งประเทศไทย 2569’ ในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Ultra High Net Worth Individuals (UHNWIs) กลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุน ตลอดจนเจ้าของซูเปอร์ยอชต์ และผู้ที่หลงใหลในไลฟ์สไตล์ทางทะเล ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง โดยจุดเป้าหมายหลักที่ต้องการสื่อสาร คือกลุ่มลูกค้าที่มองหาบ้านหลังที่สองในเมืองชายทะเลระดับโลก รวมถึงผู้ที่มีความประสงค์พำนักระยะยาวในประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่มีศักยภาพครอบคลุมทุกมิติ มี Sea Sand Sun อันเป็นจุดเด่น ดึงดูดชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากในแต่ละปี การมีส่วนร่วมในเวทีระดับนานาชาตินี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ตในการรองรับอุปทานการท่องเที่ยวระดับลักชัวรี่อย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่น และดึงดูดชาวต่างชาติคุณภาพให้เข้ามาพำนักและใช้ชีวิตในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น”
ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่หมุดหมาย World Class Destination ในฐานะจุดหมายปลายทางที่ยึดหลักความปลอดภัย มีคุณภาพสูง การบริการอันเป็นเลิศ วัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยมีภูเก็ตเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ ด้วยความพร้อมทั้งด้านการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีภูมิศาสตร์ที่แข็งแกร่ง ธรรมชาติที่งดงามทะเลและภูเขา และโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์และดึงดึดนักธุรกิจ-นักลงทุนทั่วโลก ได้แก่ โครงการขยายสนามบินภูเก็ตเฟสใหม่ ที่มาพร้อมกับ Private Jet Terminal แห่งใหม่ที่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ ตอบโจทย์นักเดินทางระดับ Ultra High Net Worth Individuals (UHNWIs) การพัฒนาด้านคมนาคมเชื่อมต่อสนามบินและตัวเมือง รวมถึงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกในภูเก็ตและภาคใต้ เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการขนส่งสินค้าและนักท่องเที่ยว โดยทั้งหมดนี้จะส่งเสริมให้ภูเก็ตเป็น Global Luxury Hub ในอนาคตอย่างยั่งยืน
เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มลักชัวรี่และพำนักระยะยาวอย่างรอบด้าน ไทยแลนด์ พริวิเลจ ยังจับมือพันธมิตรผู้ให้บริการชั้นนำในภูเก็ตมากมายที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดพรีเมียม อาทิ ด้าน Stay จับมือโรงแรม 5 ดาวชั้นนำในภูเก็ตและใกล้เคียงที่พร้อมมอบแพคเกจพิเศษเฉพาะสมาชิก, ด้าน Travel บริการรถเช่าจากสนามบิน, ด้าน Health- Wellbeing นำเสนอสิทธิพิเศษ Wellness spa และโรงพยาบาลชั้นนำ เป็นต้น นอกจากนี้ สมาชิกที่พำนักในจังหวัดภูเก็ตและพังงาสามารถรับบริการ 90-Day Report (90-Day report delivery service) รวมถึงบริการเปิดบัญชีธนาคาร และการติดต่อทำใบขับขี่