โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รองปลัด มท. “สันติธร” นำประชุมโครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว จับมือภาคีเครือข่ายพัฒนาโมเดลนำร่อง 8 จังหวัด

สวพ.FM91

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รองปลัด มท. “สันติธร” นำประชุมโครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว จับมือภาคีเครือข่ายพัฒนาโมเดลนำร่อง 8 จังหวัด ยกระดับกลไกคุ้มครองเด็กและครอบครัว บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาความรุนแรงและยาเสพติดอย่างยั่งยืน

(12 ก.พ. 69) นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานการประชุมโครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว โดยการพัฒนาระบบงานและกลไกการคุ้มครองเด็กในระดับจังหวัด โดยมี นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติและที่ปรึกษากรมกิจการเด็กและเยาวชน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสันติธร เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่ส่งผลกระทบให้เด็กจำนวนมากกลายเป็นเด็กกำพร้าเนื่องจากผู้ปกครองต้องโทษจำคุก อีกทั้งที่ผ่านมาการทำงานของหน่วยงานรัฐยังขาดการบูรณาการข้อมูลและภารกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงมหาดไทยจึงร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิงขับเคลื่อน "โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว" เพื่อพัฒนาระบบงานและกลไกคุ้มครองเด็กในระดับจังหวัดให้เข้มแข็ง และเร่งสร้างความร่วมมือเพื่อปิดช่องว่างและแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

“โครงการดังกล่าวได้มีการกำหนดพื้นที่นำร่องในปี 2569 ใน 8 จังหวัด ได้แก่ สงขลา, อุบลราชธานี, น่าน, ปัตตานี, กาญจนบุรี, เชียงใหม่, เชียงราย และตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนของปัญหา ทั้งในมิติชุมชนเมือง กลุ่มเปราะบางตามแนวชายแดน รวมถึงเด็กไร้สัญชาติ โดยมุ่งเน้น 4 ภารกิจหลัก คือ การจัดตั้งและกำกับดูแลระบบติดตามแก้ไขปัญหายาเสพติดและจิตเวช การประสานงานระหว่างส่วนกลางและทีมงานพื้นที่ และการระดมทรัพยากรร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อจัดหาทุนสนับสนุนการทำงานอย่างรอบด้าน”นายสันติธร กล่าว

นายสันติธร กล่าวต่อไปว่า สำหรับกลไกสำคัญของการดำเนินงานในพื้นที่จะมีท่านนายอำเภอซึ่งมอบหมายให้ปลัดอำเภอประจำตำบลใช้อำนาจทางกฎหมายในการจัดตั้ง "ผู้จัดการรายกรณี" (Case Manager) ซึ่งเป็นนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนักสังคมสงเคราะห์ตามมาตรฐานวิชาชีพ ทำหน้าที่ประสานทีมสหวิชาชีพเข้าดำเนินการลงพื้นที่เมื่อมาการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัวทันที ขณะเดียวกันนายอำเภอในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) จะแต่งตั้งคณะทำงานโดยมีสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) เป็นประธานเพื่อขับเคลื่อนงานและรายงานผลอย่างเป็นระบบ โดยมีการติดตามผลการดำเนิน ทั้งในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) คอยให้การสนับสนุนและกำกับดูแล นายก อบจ. และนายอำเภอ ส่วนระดับอำเภอจะมีนายอำเภอ เป็นผู้กำกับดูแล นายกเทศมนตรี นายก อบต. และปลัดอำเภอ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด ผู้ป่วยจิตเวช และความรุนแรงในครอบครัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

“นอกจากนี้ในการดำเนินโครงการยังได้มีการครอบคลุมไปถึงการพัฒนาเชิงป้องกันและเยียวยา อาทิ โครงการวิจัยเพื่อสร้างต้นแบบให้จังหวัดอื่นนำไปใช้, การบำบัดฟื้นฟูนอกสถานพยาบาล, โครงการโรงเรียนปลอดภัย, และ "ห้องเรียนพ่อแม่" เพื่อส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูบุตรและลดความเสี่ยงในการเข้าหายาเสพติด โดยกระทรวงมหาดไทยและภาคีเครือข่ายจะร่วมกันจัดสรรงบประมาณและกำลังคนดำเนินงานในพื้นที่ของจังหวัดนำร่องทั้ง 8 แห่ง เพื่อเป็นโมเดลความสำเร็จในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน” นายสันติธร กล่าว

กองสารนิเทศ สป.มท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...