รองปลัด มท. “สันติธร” นำประชุมโครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว จับมือภาคีเครือข่ายพัฒนาโมเดลนำร่อง 8 จังหวัด
รองปลัด มท. “สันติธร” นำประชุมโครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว จับมือภาคีเครือข่ายพัฒนาโมเดลนำร่อง 8 จังหวัด ยกระดับกลไกคุ้มครองเด็กและครอบครัว บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาความรุนแรงและยาเสพติดอย่างยั่งยืน
(12 ก.พ. 69) นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานการประชุมโครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว โดยการพัฒนาระบบงานและกลไกการคุ้มครองเด็กในระดับจังหวัด โดยมี นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติและที่ปรึกษากรมกิจการเด็กและเยาวชน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายสันติธร เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่ส่งผลกระทบให้เด็กจำนวนมากกลายเป็นเด็กกำพร้าเนื่องจากผู้ปกครองต้องโทษจำคุก อีกทั้งที่ผ่านมาการทำงานของหน่วยงานรัฐยังขาดการบูรณาการข้อมูลและภารกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงมหาดไทยจึงร่วมกับมูลนิธิเพื่อนหญิงขับเคลื่อน "โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองเด็กและครอบครัว" เพื่อพัฒนาระบบงานและกลไกคุ้มครองเด็กในระดับจังหวัดให้เข้มแข็ง และเร่งสร้างความร่วมมือเพื่อปิดช่องว่างและแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
“โครงการดังกล่าวได้มีการกำหนดพื้นที่นำร่องในปี 2569 ใน 8 จังหวัด ได้แก่ สงขลา, อุบลราชธานี, น่าน, ปัตตานี, กาญจนบุรี, เชียงใหม่, เชียงราย และตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความซับซ้อนของปัญหา ทั้งในมิติชุมชนเมือง กลุ่มเปราะบางตามแนวชายแดน รวมถึงเด็กไร้สัญชาติ โดยมุ่งเน้น 4 ภารกิจหลัก คือ การจัดตั้งและกำกับดูแลระบบติดตามแก้ไขปัญหายาเสพติดและจิตเวช การประสานงานระหว่างส่วนกลางและทีมงานพื้นที่ และการระดมทรัพยากรร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อจัดหาทุนสนับสนุนการทำงานอย่างรอบด้าน”นายสันติธร กล่าว
นายสันติธร กล่าวต่อไปว่า สำหรับกลไกสำคัญของการดำเนินงานในพื้นที่จะมีท่านนายอำเภอซึ่งมอบหมายให้ปลัดอำเภอประจำตำบลใช้อำนาจทางกฎหมายในการจัดตั้ง "ผู้จัดการรายกรณี" (Case Manager) ซึ่งเป็นนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนักสังคมสงเคราะห์ตามมาตรฐานวิชาชีพ ทำหน้าที่ประสานทีมสหวิชาชีพเข้าดำเนินการลงพื้นที่เมื่อมาการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัวทันที ขณะเดียวกันนายอำเภอในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) จะแต่งตั้งคณะทำงานโดยมีสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) เป็นประธานเพื่อขับเคลื่อนงานและรายงานผลอย่างเป็นระบบ โดยมีการติดตามผลการดำเนิน ทั้งในระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) คอยให้การสนับสนุนและกำกับดูแล นายก อบจ. และนายอำเภอ ส่วนระดับอำเภอจะมีนายอำเภอ เป็นผู้กำกับดูแล นายกเทศมนตรี นายก อบต. และปลัดอำเภอ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด ผู้ป่วยจิตเวช และความรุนแรงในครอบครัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
“นอกจากนี้ในการดำเนินโครงการยังได้มีการครอบคลุมไปถึงการพัฒนาเชิงป้องกันและเยียวยา อาทิ โครงการวิจัยเพื่อสร้างต้นแบบให้จังหวัดอื่นนำไปใช้, การบำบัดฟื้นฟูนอกสถานพยาบาล, โครงการโรงเรียนปลอดภัย, และ "ห้องเรียนพ่อแม่" เพื่อส่งเสริมทักษะการเลี้ยงดูบุตรและลดความเสี่ยงในการเข้าหายาเสพติด โดยกระทรวงมหาดไทยและภาคีเครือข่ายจะร่วมกันจัดสรรงบประมาณและกำลังคนดำเนินงานในพื้นที่ของจังหวัดนำร่องทั้ง 8 แห่ง เพื่อเป็นโมเดลความสำเร็จในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่เด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน” นายสันติธร กล่าว
กองสารนิเทศ สป.มท.