“ราคาน้ำมัน” ตลาดโลก พุ่งใกล้ระดับสูงสุดรอบ 6 เดือน หลังทรัมป์เตือนอิหร่าน
"ราคาน้ำมัน" ตลาดโลก พุ่งใกล้ระดับสูงสุดรอบ 6 เดือน หลังทรัมป์เตือนอิหร่านจะเผชิญสิ่งเลวร้าย หากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ หวั่นกระทบเสถียรภาพอุปทานพลังงานโลก
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.27 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนในวันศุกร์ (20 ก.พ.) ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าเรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้น หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์
*สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนเมษายน ลดลงเล็กน้อย 0.2% มาอยู่ที่ 71.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 0.2% อยู่ที่ 66.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากทั้งสองสัญญาปิดตลาดในวันก่อนหน้าที่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน*
นักลงทุนในตลาดพลังงานยังคงจับตาความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยสหรัฐและอิหร่านเพิ่งจัดการเจรจาในสวิตเซอร์แลนด์เพื่อคลี่คลายทางตันเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน แม้ช่วงแรกมีสัญญาณเชิงบวก แต่ต่อมาวอชิงตันกล่าวหาอิหร่านว่าไม่ยอมตอบสนองต่อข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ
ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งแรกในกรุงวอชิงตันว่า หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง สิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าโลกน่าจะทราบภายใน 10 วันว่าสหรัฐจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านหรือจะเลือกใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยต่อมาเขาย้ำบนเครื่องบิน Air Force One ว่าต้องการเห็นข้อตกลงภายใน 10-15 วัน
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังสหรัฐฯ เพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ และมีรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังพิจารณาทางเลือกด้านการทหารใหม่ ๆ ต่ออิหร่านในเร็ว ๆ นี้
ด้านอิหร่านมีรายงานว่าได้ส่งจดหมายถึงเลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส ระบุว่าจะตอบโต้ “อย่างเด็ดขาด” หากถูกโจมตีทางทหาร ขณะเดียวกัน อิหร่านได้จัดการซ้อมรบทางทหารในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก รวมถึงการซ้อมรบร่วมทางทะเลกับรัสเซียในอ่าวโอมาน
แดเนียล ชาปิโร อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า เงื่อนไขต่าง ๆ สำหรับการเปิดฉากโจมตีอาจพร้อมภายในคืนวันเสาร์นี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นทันที โดยทรัมป์ยังรอฟังว่าอิหร่านพร้อมยอมอ่อนข้อในประเด็นนิวเคลียร์หรือไม่ ซึ่งเขามองว่าโอกาสเกิดขึ้นมีค่อนข้างต่ำ
แม้ตลาดน้ำมันโลกจะอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาดตามมุมมองของ มาร์ติน แรตส์ หัวหน้านักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ แต่ราคาน้ำมันยังได้รับแรงพยุงจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ความกังวลต่ออิหร่าน การซื้อสะสมสต็อกจำนวนมากของจีน และอัตราค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง โดยในบรรดาปัจจัยทั้งหมด ประเด็นอิหร่านถือว่าสำคัญที่สุด
ขณะที่นักกลยุทธ์ของบาร์เคลย์สประเมินว่า หากเกิดการโจมตีจริง น่าจะเป็นปฏิบัติการจำกัดขอบเขตและระยะเวลา โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ และไม่น่าจะเป็นความขัดแย้งยืดเยื้อ เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐต้องคำนึงถึงภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคและการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง
อ้างอิง :www.cnbc.com