“สหรัฐ” นำเข้าจาก “ไต้หวัน” แซงจีนครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ อานิสงส์ AI บูม
"สหรัฐ" นำเข้าจาก "ไต้หวัน" พุ่งกว่าเท่าตัว ขณะที่นำเข้าจากจีนร่วงแรง สะท้อนผลของมาตรการภาษีสหรัฐและความต้องการชิป-เซิร์ฟเวอร์สำหรับอุตสาหกรรม AI
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐนำเข้าสินค้าจากไต้หวันมากกว่าจีนเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ สะท้อนผลกระทบจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังปรับโฉมเส้นทางการค้าโลก ขณะเดียวกัน กระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กระตุ้นความต้องการชิปและอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างมหาศาล
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า เดือนธันวาคมที่ผ่านมา การนำเข้าสินค้าจากจีนร่วงลงเกือบ 44% เมื่อเทียบรายปี เหลือ 2.11 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าจากไต้หวันพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่า แตะระดับ 2.47 หมื่นล้านดอลลาร์
การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของการส่งออกไต้หวันไปสหรัฐ สะท้อนการขยายตัวครั้งใหญ่ของการส่งออกชิปและเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริษัท AI ซึ่งได้เปลี่ยนโครงสร้างการค้าของไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยผลักดันเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ของไต้หวันให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก
ในปี 2566 ไต้หวันยังส่งออกไปจีนมากกว่าสหรัฐหรือประเทศอื่นใด แต่ในปี 2568 มูลค่าสินค้าที่ส่งออกข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปสหรัฐเพิ่มขึ้นราวสองเท่าของมูลค่าที่ส่งออกไปจีน
ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีของสหรัฐ ผู้ส่งออกจีนหันไปกระจายตลาดไปยังประเทศอื่นมากขึ้น ขณะที่บริษัทไต้หวันกลับเพิ่มการพึ่งพาตลาดสหรัฐ โดยสหรัฐคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของการส่งออกทั้งหมดของไต้หวันในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนข้อจำกัดของความพยายามสหรัฐในการลดความไม่สมดุลทางการค้า โดยในเดือนธันวาคม สหรัฐยังขาดดุลการค้ากับจีน 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ รองจากสหภาพยุโรป ไต้หวัน เวียดนาม และเม็กซิโก
ตลอดปี 2568 การขาดดุลการค้าของสหรัฐกับจีนลดลง 9.34 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือ 2.021 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การขาดดุลกับไต้หวันเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า เป็นเกือบ 1.47 แสนล้านดอลลาร์
กระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า การส่งออกได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการส่งออกสินค้าในกลุ่มข้อมูล การสื่อสาร และโสตทัศนูปกรณ์ไปสหรัฐในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นถึง 200.7% เมื่อเทียบรายปี
นอกจากนี้ไต้หวันเพิ่งลงนามข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ซึ่งจะลดอัตราภาษีตอบโต้ลงเหลือ 15% จากเดิม 20% และเปิดทางให้สินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์บางประเภทสามารถส่งออกไปสหรัฐโดยไม่เสียภาษีภายใต้โควตาพิเศษ
กระแส AI บวกกับข้อตกลงการค้าดังกล่าว ทำให้สำนักงานสถิติของไต้หวันปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 7.71% จากเดิม 3.54%
อ้างอิง : bloomberg.com