โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

RCL โชว์กำไรปี 68 แตะ 8,167 ล้านบาท แจกปันผล 1.50 บาท/หุ้น

ทันหุ้น

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 06.19 น.

#ทันหุ้น #2026 #SET #RCL โชว์กำไรปี 68 แตะ 8,167 ล้านบาท แจกปันผล 1.50 บาท/หุ้น

บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) ผลการดำเนินงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8,167 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 9,171 ล้านบาท หรือ 10.9% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยปรับลดลงจาก 35.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 มาอยู่ที่ 32.9 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7.1% ในปี 2568 ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ และเมื่อปรับผลกระทบจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2567 ได้แก่ การกลับรายการด้อยค่าของเรือเดินทะเลและรายการพิเศษอื่น ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อกำไรสุทธิรวม 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 397 ล้านบาท กำไรสุทธิของบริษัทฯ สำหรับปี 2568 อยู่ที่ 247.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 247.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการเดินเรือ 36,924 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,828 ล้านบาท หรือ 5.2% จากปีก่อน การเติบโตดังกล่าวมีปัจจัยสำคัญมาจากศักยภาพของกองเรือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการขยายเครือข่ายการให้บริการ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรองรับปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้น 215,547 ตู้ หรือ 8.8% ประกอบกับอัตราค่าระวางเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 420 เหรียญต่อตู้ เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งมีอัตราค่าระวางเฉลี่ย 404 เหรียญต่อตู้ ขณะที่ต้นทุนในการเดินเรือเพิ่มขึ้น 6.0% ทั้งนี้ แม้ดัชนีค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Containerized Freight Index: SCFI) ในปี 2568 จะปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารกองเรือและขยายปริมาณการขนส่ง พร้อมทั้งรักษาอัตราค่าระวางเฉลี่ยให้อยู่ในระดับที่ดีกว่าภาพรวมของตลาด

ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับงวด 1,803 ล้านบาท ลดลง 497 ล้านบาท หรือ 21.6% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการเดินเรือที่ลดลง 0.8% อันเป็นผลจากอัตราค่าระวางเฉลี่ยที่ปรับลดลง 4.3% อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 3.7% ขณะที่ต้นทุนการเดินเรือเพิ่มขึ้น 2.2% ท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเล บริษัทฯ ได้ดำเนินการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับเส้นทางการให้บริการ การรับมอบเรือใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการขนส่ง ส่งผลให้บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับที่เหมาะสม

ในปี 2568 อุตสาหกรรมขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางทะเลยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีและความตึงเครียดทางการค้าระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ จีน ซึ่งส่งผลต่อทิศทางการค้าและปริมาณขนส่งระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน ความไม่สงบในบางเส้นทางเดินเรือหลักทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนเส้นทาง ส่งผลให้ต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะกำลังการขนส่งส่วนเกินจากการรับมอบเรือใหม่จำนวนมาก อีกทั้งความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยที่บริษัทฯ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพของผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินในระยะยาว

ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อแผนการเติบโตในระยะยาว บริษัทฯ ได้เดินหน้าลงทุนในการขยายและยกระดับกองเรืออย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้สั่งต่อเรือขนาด 14,000 ทีอียูเพิ่มเติมจำนวน 2 ลำ จากอู่ต่อเรือชั้นนำใน ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งนับเป็นเรือขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ และจะรับมอบภายในปี 2571 เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของกองเรือ รองรับความต้องการของลูกค้า และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อันเป็นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพดังกล่าว ในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับรางวัล Best Public Company of the Year ในหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์จากงาน Money & Banking Awards 2568 รวมถึงได้รับรางวัล SET Awards 2568 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ Outstanding Company Performance Award, Outstanding CEO Award และ Outstanding Young Rising Star CEO Award

สุดท้ายนี้ บริษัทฯ มีความยินดีแจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 จากกำไรข้างต้น รวมในอัตราหุ้นละ 2.50 บาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2568 ไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง รวมในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท และคงเหลือปันผลที่จะจ่ายอีกในอัตราหุ้นละ 1.50 บาท ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 17 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...