โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“กลุ่มชีอะห์” รวมตัวไว้อาลัย “คาเมเนอี” หน้าสถานทูตอิหร่าน

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“กลุ่มชีอะห์” รวมตัวไว้อาลัย “คาเมเนอี” หน้าสถานทูตอิหร่าน พร้อมประกาศจุดยืนเคียงข้างชาวอิหร่าน และประณามการกระทำอิสราเอล - สหรัฐฯ

“กลุ่มชีอะห์” รวมตัวไว้อาลัย “คาเมเนอี” หน้าสถานทูตอิหร่าน พร้อมประกาศจุดยืนเคียงข้างชาวอิหร่าน และประณามการกระทำอิสราเอล - สหรัฐฯ

จากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณ “อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ที่ถูกลอบสังหารด้วยการโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะราน เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วันนี้จึงเกิดการรวมตัวของกลุ่มชีอะห์ กว่า 200 คน ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน โดยมีตำรวจ สน.ทองหล่อ , สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 และตำรวจสันติบาล ประมาณ 30 นาย จัดกำลังดูแลความปลอดภัยตลอดการรวมตัว และยังมีการปิดการจราจรบริเวณหน้าสถานทูตอิหร่านเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 10.00–11.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้มาร่วมกิจกรรม

โดยนายอาลี ชาฮุไซนี อายุ 40 ปี ตัวแทนกลุ่มชาวชีอะห์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในวันนี้ไม่ได้เป็นการรวมตัวของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจน แต่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวชีอะห์ รวมถึงชาวซุนนีบางส่วนในประเทศไทย ที่มีความเคารพและศรัทธาต่อ “อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้นำประเทศแล้ว ยังถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชีอะห์ทั่วโลกด้วย

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียบุคคลสำคัญที่ชาวชีอะห์ทั่วโลกรักและเคารพอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวชีอะห์ราว 40,000–45,000 คน จึงต้องการออกมาแสดงจุดยืนว่าในประเทศไทยก็มีผู้ที่รักและเคารพผู้นำดังกล่าว และรู้สึกเสียใจต่อการจากไปจากเหตุลอบสังหาร ทั้งนี้ การรวมตัววันนี้เป็นการเลือกใช้วิธีการที่สันติ โดยมารวมตัวบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลและประชาชนชาวอิหร่าน แม้จะสามารถไปแสดงออกที่สถานทูตสหรัฐ หรืออิสราเอลก็ได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยขอความร่วมมือให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและรักษาความสงบ ประกอบกับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นคนไทย จึงเลือกวิธีที่สงบที่สุด

นายอาลี กล่าวว่า การสูญเสียครั้งนี้เปรียบเสมือนการสูญเสียบิดา และเป็นการสูญเสียเสาหลักสำคัญของชาวชีอะห์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้กำลังใจของชาวชีอะห์ลดลง เพราะในมุมมองของพวกเรา ทุกคนพร้อมเสียสละเพื่ออุดมการณ์ และแนวทางของผู้นำที่ยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์จะยังคงเป็นแบบอย่างให้เดินตามต่อไป

นายอาลี ระบุว่า ไม่ได้ต้องการเรียกร้องต่อสหรัฐฯ หรืออิสราเอลโดยตรง แต่ต้องการเรียกร้องต่อสหประชาชาติ และผู้ที่มีจิตสำนึกด้านมนุษยธรรม ให้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมายสากล พร้อมทั้งวิจารณ์บทบาทของสหรัฐฯ ว่า ในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่เคยแสดงความจริงใจต่อหลายประเทศ พร้อมยกตัวอย่างกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่แม้สหรัฐฯ จะระบุว่าเป็นมิตรกับไทย แต่กลับมีท่าทีสนับสนุนอีกฝ่ายในบางสถานการณ์

ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในอิหร่าน เนื่องจากเป็นพี่น้องมุสลิมด้วยกัน และไม่ต้องการให้สถานการณ์ยืดเยื้อ แต่จากข้อมูลข่าวสารที่ติดตาม พบว่าประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากยังออกมาสนับสนุนรัฐบาลและพร้อมยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์ของประเทศ

สำหรับการเคลื่อนไหวในอนาคต หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย จะต้องหารือร่วมกันระหว่างแกนนำของมัสยิดและฮุไซนียะฮ์ต่าง ๆ ก่อน โดยหากมีการจัดกิจกรรมเพิ่มเติม จะมีการประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊กของกลุ่ม

นอกจากนี้ ยังฝากถึงท่าทีของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ตำรวจสันติบาล และหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ชาวชีอะห์ในประเทศไทยไม่มีเจตนาสร้างปัญหาหรือความวุ่นวายในประเทศ แต่อยากให้หน่วยงานรัฐดูแลทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ทั้งกลุ่มผู้ที่มีความเห็นต่าง พร้อมขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยวางตัวเป็นกลาง ไม่เลือกข้างในความขัดแย้งระหว่างประเทศ

นายอาลี ยังกล่าวว่า แม้จะมีความกังวลว่าท่าทีของรัฐบาลไทยอาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แต่เชื่อว่ารัฐบาลไทยมีความรอบคอบและเฉลียวฉลาด อีกทั้งยังมีความเป็นกลาง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐได้ดูแลสถานการณ์และทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการให้สัมภาษณ์กลุ่มชาวชีอะห์ได้พร้อมใจร่วมร้องเพลงไว้อาลัยและสดุดี พร้อมกับตะโกนว่า “อิสราเอล - อเมริกา จงพินาศ ปลดปล่อยปาเลสไตน์” และยังกล่าวอภิปรายแสดงจุดยืน ก่อนที่จะนำดอกไม้ ไปวางไว้ด้านในสถานทูตอิหร่าน เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น และนำหนังสือประกาศจุดยืนไปมอบให้กับท่านเอกอัครราชทูตนัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี (H.E. Mr. Nassereddin Heidari) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ซึ่งตลอดกิจกรรม ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมก็ร่ำให้ด้วยความเสียใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...