รู้จัก “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่อิหร่าน ทายาทผู้อยู่หลังฉากอำนาจ
โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกเลือกขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน หลังบิดาเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล
วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 05.13 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่าโมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ
อย่างไรก็ตาม โมจตาบา วัย 56 ปี มีบทบาทในสาธารณะน้อยมากเมื่อเทียบกับบิดาของเขา เขาไม่เคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาล ไม่เคยกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะ หรือให้สัมภาษณ์กับสื่อ และมีเพียงภาพถ่ายหรือวิดีโอของเขาจำนวนจำกัดที่เผยแพร่สู่สาธารณะ
แม้จะมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่มีข่าวลือมานานหลายปีว่าเขามี อิทธิพลอย่างมากเบื้องหลังการเมืองอิหร่าน
เอกสารทางการทูตของสหรัฐที่ถูกเผยแพร่โดย WikiLeaks ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 ระบุว่า โมจตาบาถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจเบื้องหลังจีวรนักบวช และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถและเด็ดขาดภายในระบอบการปกครองของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม การเลือกเขาเป็นผู้นำสูงสุดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจาก สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านก่อตั้งขึ้นในปี 1979 หลังการโค่นล้มราชวงศ์ และอุดมการณ์ของรัฐยึดหลักว่า ผู้นำสูงสุดควรถูกเลือกจากสถานะทางศาสนาและความสามารถในการนำประเทศ ไม่ใช่จากการสืบทอดทางสายเลือด
ตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง อาลี คาเมเนอี เคยกล่าวถึงอนาคตของผู้นำประเทศเพียงในลักษณะกว้าง ๆ เท่านั้น
สมาชิกคนหนึ่งของสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นองค์กรนักบวชที่มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุด เคยกล่าวเมื่อสองปีก่อนว่า คาเมเนอีไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ให้บุตรชายของตนเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง แต่เขาไม่เคยออกมาพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะโดยตรง
ชีวิตและเส้นทางของโมจตาบา
โมจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 1969 ที่เมือง มัชฮัด (Mashhad) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เป็นบุตรคนที่สองจากทั้งหมด 6 คน ของครอบครัวคาเมเนอี ศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนศาสนา Alavi ในกรุงเตหะราน
เมื่ออายุ 17 ปี โมจตาบาเข้าร่วมรับราชการทหารในช่วงสงคราม อิหร่าน–อิรัก ซึ่งเป็นสงครามยืดเยื้อ 8 ปีที่ทำให้รัฐบาลอิหร่านยิ่งระแวงสหรัฐและชาติตะวันตกมากขึ้น เนื่องจากประเทศเหล่านั้นให้การสนับสนุนอิรักในเวลานั้น
ในปี 1999 เขาเดินทางไปยังเมืองกอม (Qom) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของเทววิทยาชีอะห์ เพื่อศึกษาศาสนาต่อ
จุดที่น่าสนใจคือ โมจตาบาไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายนักบวชจนกระทั่งช่วงเวลานั้น และยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดเขาจึงตัดสินใจเข้าเรียนในสำนักศาสนาเมื่ออายุประมาณ 30 ปี เนื่องจากโดยปกติแล้วผู้ที่ต้องการเป็นนักบวชมักเริ่มศึกษาในวัยที่อายุน้อยกว่านี้
ปัจจุบันเขายังคงเป็นนักบวชระดับกลาง (mid-ranking cleric) ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อความชอบธรรมในการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด
ถูกกล่าวหาแทรกแซงการเมือง
ชื่อของโมจตาบาเริ่มถูกพูดถึงในวงกว้างครั้งแรกในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2548 ซึ่งมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด นักการเมืองสายแข็งได้รับชัยชนะ
ในจดหมายเปิดผนึกถึงอาลี คาเมเนอี ผู้สมัครฝ่ายปฏิรูป เมห์ดี คาร์รูบี กล่าวหาโมจตาบาว่าเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งผ่านเครือข่ายของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองกำลัง Basij โดยมีการแจกจ่ายเงินให้กลุ่มศาสนาเพื่อช่วยให้อาห์มาดิเนจาดชนะการเลือกตั้ง
สี่ปีต่อมา โมจตาบาถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งปี 2552 ที่ทำให้อาห์มาดิเนจาดกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย
ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นจุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “ขบวนการกรีน (Green Movement)” โดยผู้ประท้วงบางส่วนตะโกนต่อต้านแนวคิดที่ว่าโมจตาบาจะสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจากบิดา
อดีตรองรัฐมนตรีมหาดไทย มอสตาฟา ทาจซาเดห์ เคยเรียกผลการเลือกตั้งครั้งนั้นว่าเป็นรัฐประหารผ่านการเลือกตั้ง ก่อนที่เขาจะถูกจำคุกนานถึง 7 ปี ซึ่งเขาระบุว่าเกิดจากความต้องการโดยตรงของโมจตาบา คาเมเนอี
หลังการเลือกตั้งปี 2552 ผู้สมัครฝ่ายปฏิรูปสองคน ได้แก่มีร์ ฮอสเซน มูซาวี และเมห์ดี คาร์รูบี ถูกกักบริเวณในบ้านพัก
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 มีรายงานว่าโมจตาบาได้พบกับมูซาวีและพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขายุติการประท้วง
ความท้าทายของผู้นำคนใหม่
ในฐานะผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน นักวิเคราะห์จำนวนมากคาดว่าโมจตาบาจะ สานต่อนโยบายสายแข็งของบิดา บางฝ่ายเชื่อว่า หลังจากที่เขาสูญเสียทั้ง บิดา มารดา และภรรยา จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล เขาอาจยิ่งไม่ยอมอ่อนข้อให้แรงกดดันจากชาติตะวันตก
อย่างไรก็ตาม เขายังต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในการ รักษาเสถียรภาพของสาธารณรัฐอิสลาม และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเขาคือบุคคลที่เหมาะสมในการนำประเทศออกจากวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ภาพลักษณ์ที่ว่าระบบการเมืองของอิหร่านกำลังกลายเป็น การสืบทอดอำนาจแบบราชวงศ์ อาจยิ่งทำให้ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน โมจตาบายังเผชิญภัยคุกคามด้านความปลอดภัยโดยตรง โดยรัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอลกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผู้ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนอาลี คาเมเนอี จะกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกกำจัดอย่างชัดเจนของอิสราเอล
อ้างอิง : bbc.com