โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่อิหร่าน ทายาทผู้อยู่หลังฉากอำนาจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 01.51 น.

โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกเลือกขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน หลังบิดาเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 05.13 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่าโมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศ

อย่างไรก็ตาม โมจตาบา วัย 56 ปี มีบทบาทในสาธารณะน้อยมากเมื่อเทียบกับบิดาของเขา เขาไม่เคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาล ไม่เคยกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะ หรือให้สัมภาษณ์กับสื่อ และมีเพียงภาพถ่ายหรือวิดีโอของเขาจำนวนจำกัดที่เผยแพร่สู่สาธารณะ

แม้จะมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่มีข่าวลือมานานหลายปีว่าเขามี อิทธิพลอย่างมากเบื้องหลังการเมืองอิหร่าน

เอกสารทางการทูตของสหรัฐที่ถูกเผยแพร่โดย WikiLeaks ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 ระบุว่า โมจตาบาถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจเบื้องหลังจีวรนักบวช และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถและเด็ดขาดภายในระบอบการปกครองของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม การเลือกเขาเป็นผู้นำสูงสุดอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง เนื่องจาก สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านก่อตั้งขึ้นในปี 1979 หลังการโค่นล้มราชวงศ์ และอุดมการณ์ของรัฐยึดหลักว่า ผู้นำสูงสุดควรถูกเลือกจากสถานะทางศาสนาและความสามารถในการนำประเทศ ไม่ใช่จากการสืบทอดทางสายเลือด

ตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่ง อาลี คาเมเนอี เคยกล่าวถึงอนาคตของผู้นำประเทศเพียงในลักษณะกว้าง ๆ เท่านั้น

สมาชิกคนหนึ่งของสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นองค์กรนักบวชที่มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุด เคยกล่าวเมื่อสองปีก่อนว่า คาเมเนอีไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ให้บุตรชายของตนเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง แต่เขาไม่เคยออกมาพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะโดยตรง

ชีวิตและเส้นทางของโมจตาบา

โมจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 1969 ที่เมือง มัชฮัด (Mashhad) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เป็นบุตรคนที่สองจากทั้งหมด 6 คน ของครอบครัวคาเมเนอี ศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนศาสนา Alavi ในกรุงเตหะราน

เมื่ออายุ 17 ปี โมจตาบาเข้าร่วมรับราชการทหารในช่วงสงคราม อิหร่าน–อิรัก ซึ่งเป็นสงครามยืดเยื้อ 8 ปีที่ทำให้รัฐบาลอิหร่านยิ่งระแวงสหรัฐและชาติตะวันตกมากขึ้น เนื่องจากประเทศเหล่านั้นให้การสนับสนุนอิรักในเวลานั้น

ในปี 1999 เขาเดินทางไปยังเมืองกอม (Qom) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของเทววิทยาชีอะห์ เพื่อศึกษาศาสนาต่อ

จุดที่น่าสนใจคือ โมจตาบาไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายนักบวชจนกระทั่งช่วงเวลานั้น และยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดเขาจึงตัดสินใจเข้าเรียนในสำนักศาสนาเมื่ออายุประมาณ 30 ปี เนื่องจากโดยปกติแล้วผู้ที่ต้องการเป็นนักบวชมักเริ่มศึกษาในวัยที่อายุน้อยกว่านี้

ปัจจุบันเขายังคงเป็นนักบวชระดับกลาง (mid-ranking cleric) ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อความชอบธรรมในการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด

ถูกกล่าวหาแทรกแซงการเมือง

ชื่อของโมจตาบาเริ่มถูกพูดถึงในวงกว้างครั้งแรกในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2548 ซึ่งมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด นักการเมืองสายแข็งได้รับชัยชนะ

ในจดหมายเปิดผนึกถึงอาลี คาเมเนอี ผู้สมัครฝ่ายปฏิรูป เมห์ดี คาร์รูบี กล่าวหาโมจตาบาว่าเข้าไปแทรกแซงการเลือกตั้งผ่านเครือข่ายของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองกำลัง Basij โดยมีการแจกจ่ายเงินให้กลุ่มศาสนาเพื่อช่วยให้อาห์มาดิเนจาดชนะการเลือกตั้ง

สี่ปีต่อมา โมจตาบาถูกกล่าวหาในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งปี 2552 ที่ทำให้อาห์มาดิเนจาดกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย

ผลการเลือกตั้งครั้งนั้นจุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “ขบวนการกรีน (Green Movement)” โดยผู้ประท้วงบางส่วนตะโกนต่อต้านแนวคิดที่ว่าโมจตาบาจะสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจากบิดา

อดีตรองรัฐมนตรีมหาดไทย มอสตาฟา ทาจซาเดห์ เคยเรียกผลการเลือกตั้งครั้งนั้นว่าเป็นรัฐประหารผ่านการเลือกตั้ง ก่อนที่เขาจะถูกจำคุกนานถึง 7 ปี ซึ่งเขาระบุว่าเกิดจากความต้องการโดยตรงของโมจตาบา คาเมเนอี

หลังการเลือกตั้งปี 2552 ผู้สมัครฝ่ายปฏิรูปสองคน ได้แก่มีร์ ฮอสเซน มูซาวี และเมห์ดี คาร์รูบี ถูกกักบริเวณในบ้านพัก

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 มีรายงานว่าโมจตาบาได้พบกับมูซาวีและพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขายุติการประท้วง

ความท้าทายของผู้นำคนใหม่

ในฐานะผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน นักวิเคราะห์จำนวนมากคาดว่าโมจตาบาจะ สานต่อนโยบายสายแข็งของบิดา บางฝ่ายเชื่อว่า หลังจากที่เขาสูญเสียทั้ง บิดา มารดา และภรรยา จากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล เขาอาจยิ่งไม่ยอมอ่อนข้อให้แรงกดดันจากชาติตะวันตก

อย่างไรก็ตาม เขายังต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในการ รักษาเสถียรภาพของสาธารณรัฐอิสลาม และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเขาคือบุคคลที่เหมาะสมในการนำประเทศออกจากวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ภาพลักษณ์ที่ว่าระบบการเมืองของอิหร่านกำลังกลายเป็น การสืบทอดอำนาจแบบราชวงศ์ อาจยิ่งทำให้ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน โมจตาบายังเผชิญภัยคุกคามด้านความปลอดภัยโดยตรง โดยรัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอลกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ผู้ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนอาลี คาเมเนอี จะกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องถูกกำจัดอย่างชัดเจนของอิสราเอล

อ้างอิง : bbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...