“สามารถ“ อดีตรองผู้ว่า กทม. โพสต์ ท้า ผู้บริหาร กทม. “ถ้าอ้างว่า ‘คู้บอน-บางชัน’ ไม่คุ้ม
“สามารถ“ อดีตรองผู้ว่า กทม. โพสต์ ท้า ผู้บริหาร กทม. “ถ้าอ้างว่า ‘คู้บอน-บางชัน’ ไม่คุ้ม ก็เปิดผลศึกษาออกมาเลย!” ทั้งต้นทุน,ผลประโยชน์ ,ค่า EIRR ให้ประชาชนตรวจสอบ ถ้า กทม. มั่นใจว่าโครงการนี้ ไม่คุ้มค่าจริง
วันที่13 ต.ค. 2569 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงโครงการแก้มลิงบึงคู้บอน และบึงบางชันในหัวเรื่อง “ถ้าอ้างว่า “คู้บอน-บางชัน” ไม่คุ้ม ก็เปิดผลศึกษาออกมาเลย!” มีสาระใจความว่า ทางกรุงเทพมหานคร(กทม.)อ้างว่า เหตุที่ยกเลิกโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ก็เพราะศึกษาแล้วพบว่าไม่คุ้มค่า ผมจึงอยากถามว่า คำว่า “ไม่คุ้ม” กทม.ศึกษาอย่างไร? ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณา? คำนวณต้นทุนและผลประโยชน์ไว้อย่างไร? และที่สำคัญ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ หรือ EIRR ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่?
ถ้ามีผลการศึกษาที่ชัดเจนจริง ผมก็ขอให้ กทม.เปิดเผยออกมาให้ประชาชนตรวจสอบกันอย่างตรงไปตรงมา
1. เงินลงทุน 11,000 ล้านบาท มีต้นทุนอะไรบ้าง? จากข้อมูลที่ กทม.ชี้แจง เงินลงทุนโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชันประมาณ 11,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าเวนคืนที่ดิน 3,650 ล้านบาท ค่าขุดบึงและสร้างอาคารควบคุมการระบายน้ำที่คู้บอน 324 ล้านบาท ค่าขุดบึงและสร้างอาคารที่บางชัน 172 ล้านบาท ค่าก่อสร้างสถานีสูบน้ำและระบายน้ำ 450 ล้านบาท และค่าปรับปรุงคลองหลัก 6,404 ล้านบาท รวมประมาณ 11,000 ล้านบาท แต่การคำนวณต้นทุนไม่ได้มีเพียงเงินลงทุนก่อสร้างเท่านั้น ยังต้องรวมค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา หรือ O&M (Operation and Maintenance) ตลอดอายุโครงการด้วย ผมจึงขอให้ กทม.เปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงสมมติฐานและระยะเวลาที่ใช้ในการคำนวณ เพื่อให้ประชาชนเห็นต้นทุนที่แท้จริง
2. แล้วแก้มลิงจะช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้เท่าไร? การสร้างแก้มลิงมีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยลดปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตความเป็นอยู่และทรัพย์สินของประชาชน น้ำท่วมทำให้บ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหาย ธุรกิจหยุดชะงัก การจราจรติดขัด ประชาชนไปทำงานไม่ได้ นักเรียนไปโรงเรียนลำบาก ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลไม่สะดวก รวมถึงกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ความเสียหายเหล่านี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และควรนำมาประกอบการประเมินความคุ้มค่าของโครงการด้วย คำถามคือ กทม.ประเมินหรือไม่ว่า หากก่อสร้างแก้มลิงคู้บอน-บางชันแล้ว จะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วม ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง และลดความเสียหายของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด?
ประเมินผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละปีไว้เท่าไร? ใช้ข้อมูลน้ำท่วมในอดีตและแบบจำลองทางวิศวกรรมมาคำนวณอย่างไร? ผมขอให้ กทม.เปิดเผยผลการประเมินเหล่านี้ด้วย เพราะหากคำนวณเฉพาะเงินลงทุน แต่ประเมินผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับไม่ครบถ้วน ก็อาจทำให้ข้อสรุปเรื่องความคุ้มค่าคลาดเคลื่อนได้
3. EIRR เท่าไร? ผ่านเกณฑ์หรือไม่?
การลงทุนของภาครัฐแตกต่างจากการลงทุนของภาคเอกชน ภาคเอกชนมุ่งหวังกำไรสูงสุด หรือ Maximize Profit ขณะที่ภาครัฐต้องคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมที่ประชาชนและสังคมจะได้รับ หรือ Social Welfare โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความอยู่ดีมีสุขของสังคมโดยรวม หรือ Maximize Social Welfare พูดง่ายๆ คือ รัฐไม่ได้ลงทุนเพื่อหวังผลกำไรเป็นตัวเงิน แต่พิจารณาว่า เงินภาษีที่นำไปลงทุนสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากน้อยเพียงใด เครื่องมือหนึ่งที่ใช้ประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการ คือ EIRR (Economic Internal Rate of Return) หรืออัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ถือเป็นตัวชี้วัดที่นำต้นทุนทางเศรษฐกิจมาเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตลอดอายุโครงการ ไม่ใช่กำไรที่โครงการจะได้รับเป็นเงินสด
หากการสร้างแก้มลิงช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้ต่อเนื่องหลายปี ประโยชน์เหล่านั้นก็ต้องนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับต้นทุนทั้งหมด ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเงินที่ต้องจ่ายในวันเริ่มต้นโครงการ
ผมมั่นใจว่า หากประเมินผลประโยชน์จากการป้องกันน้ำท่วมอย่างครบถ้วน โครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชันจะมี EIRR ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "สภาพัฒน์" อย่างแน่นอน แต่เพื่อให้เรื่องนี้ยุติด้วยข้อมูล ไม่ใช่การโต้เถียง ผมขอให้ กทม.เปิดเผยผลการศึกษาว่า โครงการมี EIRR เท่าไร? ใช้เกณฑ์ใดในการตัดสินว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม? คำนวณผลประโยชน์จากการลดความเสียหายจากน้ำท่วมไว้อย่างไร? ใช้สมมติฐานและระยะเวลาของโครงการอย่างไร? เหตุใดจึงสรุปว่าโครงการไม่คุ้มค่า? หากผลการศึกษามีตัวเลขและเหตุผลชัดเจน ประชาชนก็ควรมีโอกาสได้รับทราบและตรวจสอบได้
4. ถ้าไม่คุ้มจริง ก็เปิดหลักฐานให้ประชาชนดู ผมไม่ได้เรียกร้องให้ กทม.ลงทุนโดยไม่คำนึงถึงความคุ้มค่าต่อประชาชนและประเทศชาติ แต่การตัดสินใจยกเลิกโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันน้ำท่วมและลดความเสียหายของประชาชน ต้องมีเหตุผลและหลักฐานรองรับอย่างเพียงพอ เงินลงทุน 11,000 ล้านบาทอาจดูเป็นเงินจำนวนมาก แต่ความเสียหายจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็มีต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาลเช่นกัน คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า ต้องใช้เงินสร้างแก้มลิงเท่าไร แต่ต้องถามด้วยว่า หากไม่สร้าง ประชาชนจะต้องแบกรับความเสียหายอีกเท่าไรในอนาคต
ผมจึงขอให้ กทม.เปิดเผยผลการศึกษาความคุ้มค่าของโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ทั้งต้นทุน ผลประโยชน์ และค่า EIRR ให้ประชาชนตรวจสอบ ถ้า กทม.มั่นใจว่าโครงการนี้ไม่คุ้มค่า ก็เปิดผลศึกษามาเลยครับ
“จากประสบการณ์ของผมในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ ผมมั่นใจว่า หากประเมินผลประโยชน์จากการป้องกันน้ำท่วมอย่างครบถ้วน โครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชันมีเหตุผลเพียงพอที่จะผ่านเกณฑ์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ จึงควรได้รับการพิจารณาใหม่ อย่าปล่อยให้ชาวกรุงเทพฯ ต้องเผชิญความเดือดร้อนจากน้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่โครงการซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาถูกยกเลิกไปโดยที่ประชาชนไม่เคยเห็นผลการศึกษาที่ใช้ตัดสินอย่างชัดเจน คุณคิดอย่างไรครับ? เมื่อ กทม.อ้างว่าโครงการไม่คุ้มค่า ประชาชนควรมีสิทธิได้เห็นผลการศึกษาก่อนหรือไม่?” นายสามารถ กล่าว