ซาอุดีอาระเบียขยายเวลาปิดสนามบินริยาด หลังโดนฮูตีโจมตีต่อเนื่อง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่าสำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ ขยายเวลาปิดท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด ไปจนถึงวันเสาร์ที่ 17 ต.ค.
แถลงการณ์ระบุว่า การระงับให้บริการมีเป้าหมายเพื่อดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบความพร้อมของสนามบิน โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีอ้างว่าโจมตีสนามบินด้วยขีปนาวุธ หลังทางการซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า สามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธที่ยิงมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงริยาดได้ นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังอ้างว่า ใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศในเมืองคามิส มูไชต์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดปิดให้บริการมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา หลังการโจมตีของกลุ่มฮูตีทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และได้รับบาดเจ็บกว่า 300 คน ซึ่งเป็นเหตุโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบกว่าทศวรรษของซาอุดีอาระเบีย ก่อนเกิดการโจมตีอีกครั้งในวันอาทิตย์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 12 คน
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความปั่นป่วนต่อการบินครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของซาอุดีอาระเบียในรอบหลายปี และเพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือนในพื้นที่ขัดแย้ง ข้อมูลจากบริษัทติดตามเที่ยวบิน Flightradar24.com แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินหลีกเลี่ยงการบินผ่านกรุงริยาด และเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกในสนามบินทั่วซาอุดีอาระเบียมีสัดส่วนสูงถึง 46.4%
ผลกระทบยังลุกลามไปยังสายการบินในยุโรปและเอเชีย โดยสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐแนะนำให้สายการบินอเมริกันเพิ่มความระมัดระวังในการบินไปยังหรือผ่านน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย ขณะที่สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรปขยายคำเตือนเกี่ยวกับน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย จากความเสี่ยงของขีปนาวุธและโดรน
สถานการณ์ดังกล่าวยังสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจและการจัดงานสำคัญของซาอุดีอาระเบีย โดยมีการคาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ที่แท้จริงของซาอุดีอาระเบียอาจหดตัว 3.6% ในปีนี้
นอกจากนี้ การโจมตียังส่งผลกระทบต่อการเตรียมจัดการประชุมด้านการลงทุนครั้งสำคัญของประเทศ และการประชุมสภาปิโตรเลียมโลก ( ดับเบิลยูพีซี ) แม้ยังเกิดขึ้นตามกำหนดการ แต่ผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมน้ำมันหลายคนขอถอนตัวจากการเดินทางมาร่วมประชุม โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS