“KFC สหรัฐ” เลิกเสิร์ฟ Pepsi หันจับมือ Coca-Cola หลังร่วมธุรกิจนานหลายทศวรรษ
KFC เตรียมเปลี่ยนมาเสิร์ฟ Coca-Cola ในร้านกว่า 4,000 สาขาทั่วสหรัฐ เริ่ม ม.ค. 2570 ยุติความร่วมมือกับ PepsiCo
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 04.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า KFC ซึ่งมีสาขาประมาณ 4,000 แห่งในสหรัฐ จะเริ่มเปลี่ยนมาให้บริการเครื่องดื่มของ Coca-Cola ตั้งแต่เดือนมกราคม 2570 และคาดว่าจะเปลี่ยนผ่านแล้วเสร็จภายในฤดูใบไม้ผลิปีเดียวกัน ขณะที่ร้าน KFC ในต่างประเทศจะยังคงให้บริการเครื่องดื่มของ PepsiCo ต่อไป
จอห์น ซิเชอร์ ที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม กล่าวว่า ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของ Coca-Cola เนื่องจากทำให้บริษัทได้ลูกค้ารายใหญ่เพิ่มเข้ามาในธุรกิจเครื่องดื่มแบบกดจากเครื่องจ่าย (Fountain Drinks) ซึ่ง Coca-Cola มีขนาดธุรกิจใหญ่กว่า PepsiCo อยู่แล้ว โดยปัจจุบันมีเครือร้านอาหารรายใหญ่อย่าง McDonald’s และ Burger King เป็นพันธมิตร
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ PepsiCo กำลังเผชิญความท้าทายทั้งในธุรกิจขนมขบเคี้ยวและธุรกิจน้ำอัดลมในอเมริกาเหนือ อีกทั้งยังสูญเสียลูกค้าองค์กรรายสำคัญให้กับ Coca-Cola อย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ ในเดือนกรกฎาคม Coca-Cola ประกาศบรรลุข้อตกลงเป็นผู้จัดหาเครื่องดื่มให้กับเครือโรงแรม Marriott International แทน PepsiCo ขณะที่ Costco Wholesale ได้ประกาศเปลี่ยนจาก PepsiCo มาใช้ Coca-Cola ในศูนย์อาหารตั้งแต่ปี 2568
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันแย่งชิงลูกค้าองค์กรระหว่างสองบริษัทไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวทั้งหมด โดย PepsiCo เคยคว้าสัญญาจัดหาเครื่องดื่มให้กับ Subway กลับมาจาก Coca-Cola ในปี 2567
ทิม ฮาร์มส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Enliven บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเจรจาข้อตกลงด้านเครื่องดื่ม กล่าวว่า การแข่งขันระหว่าง Coca-Cola และ PepsiCo ยังคงเข้มข้น โดยการเปลี่ยนผู้ให้บริการเครื่องดื่มของ KFC อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Yum! Brands บริษัทแม่ของ KFC ที่ต้องการฟื้นฟูธุรกิจร้านไก่ทอดในสหรัฐฯ ซึ่งเครื่องดื่มสามารถเป็นเครื่องมือหนึ่งในการกระตุ้นยอดขายและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
ข้อมูลจาก Circana ระบุว่า ในช่วง 52 สัปดาห์ที่ผ่านมา Coca-Cola ครองส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มอัดลมประมาณ 44% เทียบกับ PepsiCo ที่มีส่วนแบ่งเกือบ 26% สะท้อนความได้เปรียบของ Coca-Cola ในตลาดเครื่องดื่มอัดลม
ด้านผลประกอบการ PepsiCo เพิ่งปรับลดคาดการณ์กำไรประจำปี โดยรามอน ลากัวร์ตา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยอมรับระหว่างการประชุมกับนักวิเคราะห์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า บริษัทไม่พอใจกับผลการดำเนินงานของธุรกิจเครื่องดื่ม และเตรียมเพิ่มการลงทุนในแบรนด์น้ำอัดลมเพื่อกระตุ้นการเติบโต
ภายหลังข่าวดังกล่าว หุ้น PepsiCo ปรับตัวลดลง 0.7% ในการซื้อขายที่นิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ขณะที่หุ้น Coca-Cola เพิ่มขึ้น 0.2% และหุ้น Yum! Brands ปรับตัวขึ้น 2.8%
ทั้งนี้ KFC มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ PepsiCo มาอย่างยาวนาน โดยในปี 2540 PepsiCo ได้แยกธุรกิจร้านอาหาร KFC, Pizza Hut และ Taco Bell ออกไปจัดตั้งเป็นบริษัทที่ต่อมากลายเป็น Yum! Brands ขณะที่ Pizza Hut และ Taco Bell ยังคงให้บริการเครื่องดื่มของ PepsiCo
แม้ KFC จะเปลี่ยนไปใช้ Coca-Cola แต่ PepsiCo ยังคงมีบทบาทสำคัญในธุรกิจของ Yum! Brands โดยเฉพาะ Taco Bell ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดของกลุ่ม และยังใช้ผลิตภัณฑ์ของ PepsiCo ทั้งแผ่นทาโก้ Doritos Locos Tacos และเครื่องดื่ม Mountain Dew Baja Blast
เอริก กอนซาเลซ นักวิเคราะห์ธุรกิจร้านอาหารจาก Seaport Research Partners ประเมินว่า การที่ Coca-Cola สามารถดึง KFC ออกจากความร่วมมือกับ PepsiCo ที่มีมายาวนาน อาจต้องอาศัยข้อเสนอส่วนลดและสิทธิประโยชน์จำนวนมากให้แก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ ซึ่งอาจช่วยให้ร้าน KFC ประหยัดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่าง Yum! Brands กับ PepsiCo แม้จะช่วยลดต้นทุนให้กับแฟรนไชส์ก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อ PepsiCo ยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญของ Taco Bell และ KFC ในสหรัฐฯ มีสัดส่วนค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับธุรกิจทั้งหมดของ Yum! Brands
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันระหว่าง Coca-Cola และ PepsiCo ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มสำหรับผู้บริโภคทั่วไป แต่ยังขยายไปสู่การแข่งขันด้านสัญญาจัดจำหน่ายกับเครือร้านอาหารและธุรกิจบริการรายใหญ่ ซึ่งมีผลต่อทั้งต้นทุนของผู้ประกอบการและการเติบโตระยะยาวของบริษัทเครื่องดื่ม
อ้างอิง : www.bloomberg.com